KHR AuFic HBD.Hayato [8059 1827] Ryuusei : 05


KHR AuFic HBD.Hayato [8059 1827]   Ryuusei : 05

: KHR Fanfiction Au
: 8059  1827
: Period Drama
: NC-17


คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ





นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตลืมตาขึ้นมาช้าๆ ร่างกายเจ็บร้าวไปทุกส่วนโดยเฉพาะช่วงล่างที่แค่ขยับความเจ็บปวดก็แล่นลิ่วขึ้นมาให้ใบหน้าเหยเก ร่างเล็กบางจึงตัดสินใจนอนนิ่งๆอยู่แบบนั้นสักพัก ใบหน้าที่ยังรู้สึกได้ถึงความตึงจากคราบน้ำตาหันมองรอบกายช้าๆว่าตอนนี้ตนอยู่ในห้องนอนมิใช่ที่ห้องอาบน้ำ

จำได้ว่าที่สุดท้ายที่ถูกลากมาข่มเหงคือบนฟูกของตัวเอง...

มือลูบไปตามผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ ความอบอุ่นยังไม่จางหายแสดงว่าผู้ชายคนนั้นเพิ่งจะจากไปไม่นาน

และเพราะว่าร่างกายเปลือยเปล่า ที่โคนขาจึงยังรู้สึกได้ดีถึงความชื้นแฉะจากน้ำอะไรบางอย่างที่ฟูกซึมซับเอาไว้ ปลายนิ้วแตะมันก่อนจะยกมาดูด้วยมือที่สั่นระริก

เลือด...

หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบเพราะศักดิ์ศรีโดนย่ำยี...

ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว....

ร่างกายพลิกหันข้างก่อนที่ร่างจะคุดคู้เข้าหากัน สองแขนกอดตัวเองเอาไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา

เจ้าทำลายข้าจนไม่เหลือชิ้นดีแบบนี้...ทำไมไม่ฆ่าให้ตายคามือไปเสียเลยเล่า

ยังจะเก็บเอาไว้ทำไมอีก...

“ ฮึก...”     พยายามสกัดกั้นไม่ให้เสียงสะอื้นลอดไรฟันออกไป ไม่อยากให้ใครได้ยิน ไม่อยากให้ใครสมเพช แต่หัวใจก็เจ็บเกินกว่าจะรับเอาไว้ได้เพียงลำพัง

ท่านแม่....ฮายาโตะ....พวกเจ้าอยู่ที่ไหนกัน....

ช่วยข้าที...



ตะวันขึ้นจนสายโด่ง...ตัวประกันจากอิสุที่หลับไปอีกรอบค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ป่านนี้หน้าตาเขาคงจะดูไม่ได้เพราะร้องไห้จนตาบวม

“ ขออภัยค่ะ..ไม่ทราบว่าท่านตื่นหรือยังคะ?”     เสียงของสาวใช้ดังขึ้นที่หน้าห้อง ต่อให้ต้องฝืนทนแค่ไหนคนเป็นนายก็ต้องตอบออกไป

“ ตื่นแล้วละ มีอะไรรึ”     ร่างเล็กบางเอ่ยตอบออกไปทั้งๆที่ยังนอนอยู่บนฟูก น้ำเสียงที่ไม่สดใสคงจะทำให้สาวใช้แปลกใจอยู่ไม่ใช่น้อยแต่ก็ไม่กล้าถามกลับมา

“ คือว่าเรื่องผ้าปักที่จะใช้ในงานพิธี.....”

“ ข้าทราบเรื่องแล้ว ข้าจะปักให้...แล้วต้องไปเอาไหมที่ไหน?”     

“ ที่ท่านหญิงมิซึโกะค่ะ”

“ เข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าจัดการเอง เจ้าไปพักผ่อนเถอะ”

เสียงของสาวใช้จากไปแล้ว นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตยังคงเหม่อลอยมองฝ้าเพดานด้วยร่างกายที่เหมือนจะมีไข้นิดๆ

ผ้าปักที่ใช้ในงานพิธี.....ก่อนหน้านี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่ามันคือพิธีอะไร แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว...ว่ามันคือพิธีปลุกขวัญก่อนที่ทหารจะออกศึก...โดยที่ผู้หญิงทั้งบ้านจะช่วยกันปักผ้าแล้วนำมันมาเย็บเป็นกิโมโนตัวในเพื่อให้ทหารใส่...ส่วนใหญ่ก็จะเย็บให้กับสามีหรือพี่ชายน้องชายของตัวเอง...เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ยามเมื่อทหารอยู่กลางสนามรบพอได้เห็นผ้าผืนนี้ก็จะมีใจฮึกเหิมในการเอาชนะเพราะอยากกลับบ้านมาพบลูกเมีย

สำหรับใครที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือชอบพอกับใครอยู่ก็สามารถขอให้ผู้หญิงคนนั้นปักผ้าให้ได้

และเขา....

ก็ถูก ฮิบาริ เคียวยะ สั่งให้ปักผ้าไปให้....

ไม่รู้หรอกนะว่าต้องการจะกลั่นแกล้งเขาให้อับอายหรือว่ายังไงกันแน่ แต่กับแค่เรื่องปักผ้าเขาก็พอจะทำเป็นอยู่บ้างและรับรองได้ว่าอิสุจะไม่อายขายขี้หน้าแน่นอน

เพียงแต่ไม่เข้าใจ...ว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไม่ไปร้องขอให้หญิงสาวสักคนปักให้ ถึงจะโหดร้ายขนาดไหนแต่ก็ใช่ว่า ฮิบาริ เคียวยะ จะขี้ริ้วขี้เหร่จนสาวๆไม่เหลียวแล ยิ่งเป็นว่าที่เจ้าเมืองคามาคุระด้วยแล้ว ใครๆก็น่าจะอยากทำให้ทั้งนั้นแหละ

ร่างเล็กบางค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ พยายามไม่สนใจความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นมา ก่อนจะพาตัวเองไปยังห้องอาบน้ำได้สำเร็จ สภาพห้องที่เละเทะยิ่งทำให้รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ได้แต่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดๆไปตามร่างกายทั้งอย่างนั้น

ไม่อยากจะก้มมองร่างกายของตัวเอง ไม่อยากจะเห็นเงาสะท้อนในผืนน้ำ...เพราะรอยจูบแดงระเรื่อมากมายมันมีแต่จะทำให้เขาอยากตายมากขึ้นเท่านั้น



ตัวประกันจากอิสุเดินสะโหลสะเหลไปตามระเบียงทางเดิน ทั้งใบหน้าทั้งดวงตาดูเหม่อลอยจนข้ารับใช้ที่เดินผ่านไปผ่านมาพากันเป็นห่วง แต่จะเข้าไปยุ่งมากนักก็ไม่ได้ เพราะหากผู้ชายคนนั้นรู้เข้าก็จะโดนลงโทษทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

เรือนพักผ่อนที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นเหมือนศาลาที่เปิดโล่ง สาวๆในบ้านหลายต่อหลายคนกำลังนั่งปักผ้ากันด้วยรอยยิ้ม ร่างเล็กบางตัดสินใจเดินเข้าไปหาท่านหญิงที่นั่งอยู่ตรงกลาง โดยที่เธอก็คงจะรู้ตัวว่าเขาจะมาเอาไหม สาวๆที่อยู่รอบๆต่างมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

เพราะไม่มีใครไม่รู้...ว่าคนที่จะได้รับเกียรติให้ปักผ้าของ ฮิบาริ เคียวยะ.....คือเขา

“ ฮึ....หวังว่าคงจะปักให้พอดูได้นะ....ข้าละไม่เข้าใจท่านพี่เคียวยะจริงๆ ทั้งๆที่มีท่านหญิงมีฝีมือมากมายรอคอยจะปักผ้าให้แต่กลับไปเลือกใช้คนอย่างเจ้า”     อยากจะเหน็บแนมอะไรก็เชิญเถอะ เขาไม่คิดจะตอบโต้ให้มากความอยู่แล้ว ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิง

“ ข้าเอง...ถ้าท่านพี่ทาเคชิกลับมาเมื่อไหร่ก็จะปักผ้าให้เหมือนกัน”     อยากจะบอกเหลือเกินว่าคนคนนั้นคงไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกแล้วละ ในเมื่อผ้าที่พวกเจ้าปักกันอยู่นี้กำลังจะถูกสวมใส่ให้ทหารที่จะไปรุกรานอิสุ!

“ เอ้า! รับไปสิ”     ตะกร้าใส่ไหมถูกยื่นมาให้ แต่ทว่ามันยังไม่ทันจะถึงมือของเขา ท่านหญิงก็แกล้งปล่อยมันลงไปเสียก่อน ตะกร้าหล่นลงกระทบพื้นจนม้วนของไหมกระจัดกระจาย

ต้องการจะกลั่นแกล้งเขาให้ก้มหัวลงไปเก็บให้ใช่ไหม....

มือเล็กได้แต่กำแน่นอย่างเจ็บใจ

ถึงจะโกรธแค่ไหนก็ได้แต่กักเก็บมันเอาไว้ในใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตมองใบหน้าสวยที่มีแววยิ้มเยาะ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเตรียมจะก้มตัวลงไป

ทว่าข้อมือกลับถูกใครบางคนกระชากเอาไว้เสียก่อน...

และเมื่อหันไปมอง...ใบหน้าคมของฮิบาริ เคียวยะก็อยู่ห่างแค่คืบ

สายตาเย็นชากวาดมองไปทั่วจนทุกคนในที่นั้นได้แต่ขวัญผวา ก่อนที่นัยน์ตาสีดำจะตวัดกลับมาจ้องมองตัวประกันจากอิสุเขม็ง

เขาทำอะไรผิดอีกล่ะ จะมาซ้ำเติมอะไรอีกก็เชิญ เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อกรด้วยได้แล้ว...

ทั้งๆที่คิดแบบนั้น แต่ทว่า...

ใบหน้าคมกลับหันไปมองท่านหญิงมิซึโกะจนเจ้าตัวสะดุ้ง น้ำเสียงนิ่งแต่ก็เต็มไปด้วยความกดดันเอ่ยพูดกับเด็กสาวราวกับจะข่มขู่

" เจ้าน่ะ...เก็บให้เรียบร้อยแล้วเอามันไปให้ที่เรือนของข้า...แล้วก็อย่ามายุ่งกับของของข้าอีก"     นัยน์ตาสีดำเย็นชาจ้องมองใบหน้าของเด็กสาวจนท่านหญิงมิซึโกะถึงกับหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว คำว่า “ของของข้า” จงใจให้เด็กสาวรู้ว่ามันหมายถึงใครด้วยการจับข้อมือเล็กขึ้นมาก่อนจะออกแรงบีบลงไป

" คะ ค่ะ ท่านพี่เคียวยะ"     ใบหน้าสวยที่เคยเชิดหยิ่งอยู่เสมอกลับไม่กล้าสบสายตาคมกริบคู่นั้น แต่เดิมทีแม้แต่ท่านหญิงมิซึโกะเองก็ไม่กล้าต่อกรกับคนคนนี้อยู่แล้ว ยิ่งโดนคาดคั้นด้วยสายตาและบรรยากาศดำมืดยิ่งทำเอาลนลานไปกันใหญ่

เด็กสาวก้มลงไปเก็บไหมที่กระจัดกระจาย แต่สายตาก็ยังคงเหลือบขึ้นมามองร่างเล็กบางของตัวประกันจากอิสุด้วยสายตาสงสัยระคนไม่พอใจ

เธอคงคิดว่าคนที่ฮิบาริ เคียวยะ จะยื่นมือเข้าไปช่วยจะเป็นเธอ ไม่ใช่เขา

นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตเหลือบมองมือใหญ่ที่จับข้อมือของเขาเอาไว้ก่อนจะออกแรงลากให้เดินตาม ทั้งๆที่เมื่อคืนยังทำเรื่องโหดร้ายเกินกว่าจะให้อภัยได้กับเขาเอาไว้แบบนั้นแล้วทำไมวันนี้ถึงได้....

" เกิดสงสารขึ้นมารึยังไง"      มือเล็กสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของอีกฝาย ร่างเล็กหยุดนิ่งไม่ยอมก้าวเดิน ใบหน้าที่มีแต่แววเจ็บปวดหันไปมองอย่างอื่นเพราะไม่อยากจะเห็นหน้าของคนที่ทำร้ายเขาจนเกือบเช้าคนนี้

ทำลายข้าจนไม่เหลือชิ้นดีขนาดนี้แล้วยังต้องการอะไรอีก...

"......"      ฮิบาริ เคียวยะ ยังคงไม่พูดไม่จา มือแข็งแรงยังคงพยายามจะจับข้อมือเล็กลากกลับไป แต่ตัวประกันจากอิสุก็ยังคงสะบัดหนีทุกครั้ง

" ปล่อยข้า!!"     จนกระทั่งขีดความอดทนของคนที่ไม่ค่อยจะมีมันถึงขีดสุด สองมือใหญ่จึงรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างก่อนจะกระชากร่างบางๆจนเซถลาเข้ามาปะทะแผ่นอก นัยน์ตาสีดำก้มลงไปมองที่พื้นทำให้นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ก้มตามไปก่อนจะเบิกกว้างมองสิ่งที่ไหลเป็นทางลงไปตามเรียวขาของตน

เพราะมัวแต่เหม่อลอยเลยไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ยังคงมีเลือดไหลปะปนกับน้ำสีขาวขุ่นลงมาตามเรียวขา

" ฮึ...เอาออกไม่เป็นละสิ"     คำพูดเย็นๆมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบหน้าน่ารักชะงักค้างก่อนจะสะบัดไปทางอื่นอย่างพยายามระงับอารมณ์ที่ตีกันยุ่ง....ทั้งโกรธทั้งอาย....ใครจะไปทำเรื่องบ้าๆแบบนั้นเป็นกันเล่า?!

สายตาเหลือบไปเห็นเลือดหยดเล็กๆตามทางที่เดินมาแล้วก็ให้อยากเอาหน้ามุดแผ่นดิน

" อึก..."     ร่างเล็กอุทานออกมาเพราะความเจ็บร้าวแล่นลิ่วเมื่อท่อนแขนแข็งแรงยกร่างของตนขึ้นพาดลงไปบนไหล่กว้าง

" ปล่อยข้า!"     ถึงจะไร้เรี่ยวแรงแต่ร่างเล็กก็ยังคงต่อต้านไม่ลดละ

" ข้าปล่อยเจ้าแน่......ที่ห้องของข้า"    



นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตลืมตาขึ้นมาในความมืด บนร่างกายเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มคลุมเอาไว้เท่านั้น ร่างเล็กบางพยายามจะลุกขึ้นมาทั้งๆที่ช่วงล่างนั้นเจ็บจนแทบขยับไม่ไหว

หลังจากที่ลากเขามาที่ห้องของตัวเอง ฮิบาริ เคียวยะก็ลงมือข่มเหงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลางวันเคลื่อนผ่านเป็นกลางคืน...นี่ถ้าเขาไม่สลบไปผู้ชายคนนั้นก็คงไม่คิดที่จะหยุดอย่างนั้นใช่ไหม

ถ้าต้องมารับโทษแบบนี้ สู้จับข้าไปลานประหารเลยยังจะดีกว่า

" อ๊ะ?!"     เพราะสติยังไม่ค่อยจะเข้าที่เข้าทาง ร่างเล็กบางจึงเพิ่งจะรู้สึกได้ถึงท่อนแขนแข็งแรงที่พาดอยู่ที่ลำตัวของตน และเมื่อหันไปมองด้านข้าง นัยน์ตาก็ถึงกับเบิกกว้าง

ฮิบาริ เคียวยะ ที่น่าจะทิ้งเขาเอาไว้คนเดียว กลับยังนอนอยู่ตรงนี้...

ใบหน้าคมที่หลับใหลนั้นแตกต่างจากเวลาปกติราวกับเป็นคนละคน

ในยามที่ไร้การป้องกันตัวเช่นนี้ว่าที่เจ้าเมืองคามาคุระก็เหมือนกับคนปกติคนหนึ่งซึ่งไม่มีรังสีอำมหิตหรือจิตสังหารดำมืดแผ่ออกมา ใบหน้าหล่อเหลาหายใจเข้าออกสม่ำเสมอไร้ความเย็นชา ไม่มีความน่ากลัว...

ทำไมถึงยอมเผยตัวตนด้านนี้ให้เขาได้เห็น?

นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้มองสลับไปมาระหว่างใบหน้าคมที่ยังหลับสนิทกับท่อนแขนที่กอดตนเอาไว้ราวกับกำลังหวงแหน

เจ้าเห็นข้าเป็นอะไรกันแน่?

จากตอนแรกที่เป็นของเล่นตอนนี้คงจะเห็นเป็นเครื่องระบายอารมณ์

ใบหน้าน่ารักยิ้มหม่นเศร้า...ที่ไม่ส่งเขาไปรับโทษตายทั้งๆที่เป็นไส้ศึกก็เพราะแบบนั้นสินะ

แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจคือทำไมถึงปกป้องเขาจากท่านหญิงมิซึโกะ ทั้งๆที่ตัวเองยังแกล้งเขาหนักมือกว่านี้ตั้งหลายเท่า...จะว่าไปแล้ว...ที่คนที่นี่ไม่มีใครกล้าทำอะไรเขา มองเขาด้วยสายตาเคารพยำเกรงไปจนถึงขั้นหวาดกลัวนั่นก็เพราะเขาอยู่กับคนคนนี้ตลอดเวลา

ข้าจะไม่ถามว่าเจ้ารู้สึกยังไงกับข้ากันแน่...เพราะแม้แต่ตัวข้าเองก็ยังตอบไม่ได้ว่าข้ารู้สึกยังไงกับเจ้า

ทั้งๆที่ควรจะเกลียด ควรจะชิงชังเพราะสิ่งที่เจ้าทำกับข้ามันไม่น่าให้อภัย...แต่ทว่าหัวใจ...กลับไม่ยอมเชื่อฟัง...มันยังคงหวัง...

ว่าเจ้าจะไม่ใช่คนที่ไร้หัวใจ...



มือเล็กค่อยๆยกท่อนแขนออกอย่างแผ่วเบา ใบหน้าหันมองภายในห้องที่เรียบโล่ง มีเพียงแสงเทียนสลัวๆอยู่ที่มุมห้องกับเศษกิโมโนของเขาที่โดนคนที่ยังหลับอยู่กระชากขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ใบหน้าน่ารักหันกลับไปมองใบหน้าคมที่ยังหลับสนิท....หากโดนเจ้าจับได้อีก ข้าก็ไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว....

ในเมื่อเจ้าเอาทุกอย่างของข้าไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่อย่างเดียว

หัวใจดวงน้อยไม่ได้เต้นระรัวอย่างตื่นตระหนกเหมือนคนที่กำลังกระทำผิดทั่วไป เพราะว่าปลงแล้วหากว่าจะต้องโดนทำอะไรอีก  มือหยิบเศษผ้าขึ้นมาก่อนที่นิ้วจะปาดเลือดที่ต้นขาแล้วเขียนข้อความสั้นๆอย่างที่เคยเขียนไป

ร่างกายขยับกระโผลกกระเผลกไปยังบานหน้าต่างก่อนจะผิวปากเรียกเหยี่ยวสีน้ำตาลเข้มลงมา

มือผูกเศษผ้าที่ขาของมันแล้วส่งให้บินขึ้นสู่ฟากฟ้า

ขอให้เจ้ากลับไปถึงอิสุที....


และเมื่อหันกลับมา......





ใบหน้าคมก็ยังคงหลับสนิท....


.
.
.
.
.
.
.
.


ลูกชายคนเล็กของตระกูลโกคุเดระวิ่งออกมาจากโรงฝึกด้วยใบหน้าแดงเถือก สองมือพยายามรวบคอเสื้อที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อย ร่องรอยแดงๆยังคงฝังอยู่ทั่วซอกคอและลาดไหล่

ยังดีที่เขาห้ามตัวเองได้และผลักไสเจ้าบ้านั่นให้ออกไป...ไม่เช่นนั้นมันจะเกินเลยไปถึงขนาดไหนกันนะ

ทั้งรสสัมผัสทั้งความเร่าร้อนมีแต่จะยิ่งทำให้ลุ่มหลง และหากมันเป็นแค่ที่ร่างกายอาจจะไม่น่ากังวลเช่นนี้...

เพราะที่หัวใจมันก็เรียกร้องหาอีกฝ่ายเช่นกัน....

ปลายนิ้วแตะลงไปที่ริมฝีปากแดงช้ำของตัวเอง

เจ้าบ้านั่น! ทำเหมือนกับเขาเป็นผู้หญิง!

ใบหน้าสวยฟึดฟัดก่อนจะนิ่งสงบลง นัยน์ตาสีมรกตทอดมองใบโมมิจิสีแดงที่ร่วงอยู่ที่พื้นด้วยสายตาเหม่อลอย

แล้วถ้ายามาโมโตะดึงดันที่จะทำต่อไป....เขาจะห้ามตัวเองไหวไหมนะ...

เพราะทุกครั้งที่ถูกสัมผัสด้วยมือคู่นั้น ร่างกายก็ราวกับจะร้อนเป็นไฟ ในใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะ...และมันก็เป็นกับหมอนั่นคนเดียวเท่านั้น

มันเรียกว่าอะไรกันนะ...ความรู้สึกแบบนี้

สองแขนบางกอดตัวเองเอาไว้ ก่อนจะสะบัดหน้าไปมาเพื่อไล่ความฟุ้งซ่าน ก็แค่กลับไปซัดหมอนั่นให้คว่ำจะได้ไม่มาทำลุ่มล่ามกับเขาอีกก็แค่นั้นแหละ!

เรียวขาตั้งใจจะเดินกลับไป แต่เสียงที่คุ้นเคยก็ดังลอดออกมาจากด้านในเรือนรับรองเล็กของเจ้าเมืองอิสุ

ท่านพ่อยังทำงานอยู่อีกหรอ? มืดค่ำปานนี้แล้วเนี่ยนะ?

แต่เสียงที่ได้ยินนั้นไม่ได้มีเพียงเสียงของเจ้าเมืองอิสุเท่านั้น แต่ดูเหมือนจะมีนายทหารและข้าราชการระดับสูงอยู่ด้วย....กำลังประชุม?

หากเป็นคนอื่นคงเดินเลี่ยงหนีไป...แต่ไม่ใช่กับ โกคุเดระ ฮายาโตะ ผู้อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่อง

ร่างบอบบางก้มหลบก่อนจะมุดตัวลงไปนั่งฟังอยู่ที่ใต้ถุนเรือน เสียงพูดด้านบนนั้นเบามากจนต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ....สงสัยว่าจะเป็นเรื่องสำคัญ






“ เราได้รับเศษผ้าผืนนี้....มันถูกผูกมากับขาของเหยี่ยวที่เราส่งไปอยู่ที่คามาคุระ”      หน่วยลับเลื่อนถาดใส่เศษกิโมโนที่ถูกฉีกขาดมาตรงหน้าเจ้าเมืองอิสุ บนผืนผ้าถูกเขียนด้วยเลือด ทำให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเริ่มจะมีความกังวล ถึงจะไม่ได้ลงชื่อแต่คนที่ส่งมาต้องเป็นสึนะโยชิไม่ผิดแน่

“ จากข้อความในนั้นทำให้ข้าสั่งหน่วยลับออกไปลาดตระเวนตามสถานที่ต้องสงสัยในคามาคุระ และพวกนั้นก็ส่งข่าวที่ไม่น่าจะดีนักกลับมาให้”     เจ้าเมืองอิสุปรับสีหน้ากลับมาให้เป็นปกติ ตอนนี้เรื่องของบ้านเมืองย่อมสำคัญที่สุด

“ ข้อความที่เขียนอยู่ในเศษกิโมโนนี้เป็นเรื่องจริง...คามาคุระกำลังซ่องสุมกำลังพลเพื่อจะบุกโจมตีพวกเรา และที่นายน้อยฮายาโตะบอกเกี่ยวกับเรื่องไฟไหม้ ข้าก็มีความเห็นว่ามันเป็นไปได้ที่จะเป็นฝีมือการวางเพลิงของพวกคามาคุระเพื่อตัดเสบียงเรา”      มือใหญ่ของเจ้าเมืองอิสุถึงกับกำแน่นอย่างเจ็บแค้น

ทั้งๆที่ลงนามแลกเปลี่ยนตัวประกันเพื่อความสงบสุขของทั้งสองเมือง แล้วทำไมถึงได้ใช้เรื่องนี้ก่อสงครามขึ้นมาอย่างหน้าไม่อายแบบนี้

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยพยายามข่มความโกรธอย่างยากลำบาก ในใจเวลานี้คับแน่นไปด้วยไฟจนแทบจะลุกไหม้ ในฐานะเจ้าเมืองย่อมต้องโกรธอยู่แล้วที่อีกฝ่ายผิดสัญญา

แต่ในฐานะพ่อ.....ที่ส่งลูกชายไปเผชิญกับนรก ยิ่งไม่น่าให้อภัย

แล้วยิ่งนึกถึงใบหน้าของยามาโมโตะ ทาเคชิ...กับเรื่องที่เด็กนั่นทำกับลูกชายคนเล็กของเขายิ่งทำให้ไฟมันยิ่งโหมกระหน่ำ

ให้อภัยไม่ได้...ทุกสิ่งทุกอย่าง...ลูกชายของเขาถึงสองคนที่ต้องสังเวยไปกับแผนการแลกเปลี่ยนตัวประกันโง่ๆพวกนี้....ให้อภัยไม่ได้...

“ พวกนั้นผิดสัญญา....”     เจ้าเมืองอิสุเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง

“ เราจะถือว่าการแลกเปลี่ยนตัวประกันเป็นโมฆะและจะเปิดสงครามกับคามาคุระหากพวกนั้นกล้าบุกเข้ามา...ส่วนยามาโมโตะ ทาเคชิ....”     เด็กนั่นอันตรายเกินกว่าที่จะปล่อยให้กลับไปคามาคุระ...และเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้อยู่ที่นี่...ปล่อยให้เด็กนั่นทำให้ฮายาโตะต้องผิดบาปไปมากกว่านี้

“ ฆ่าเด็กนั่นซะ...แล้วตัดหัวมันส่งกลับไปให้ยามาโมโตะ สึโยชิ!




คำสั่งโหดเหี้ยมไม่เพียงแต่จะทำให้ทุกคนในที่ประชุมต่างนิ่งงัน....แต่คนที่นั่งฟังอยู่ใต้ถุนก็เช่นกัน

นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้าง สองมือยกขึ้นมาปิดปากอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน หัวใจดวงน้อยราวกับถูกกระชากออกมาจากร่างกาย

และไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่น้ำตาไหลลงมาเอง...

“ ไม่จริง...ยามาโมโตะ...”     ร่างบอบบางลุกพรวดพราดไปโดยไม่สนใจอะไรอีก


ทั้งๆที่เจ้าไม่ได้ผิดอะไร ทำไมถึงจะต้องตายด้วย...ไม่ยอม...ข้าไม่ยอม!!


ครืด!!!

ประตูเลื่อนถูกเปิดและปิดอย่างรวดเร็ว ทำให้ใบหน้าคมของเจ้าของห้องได้แต่มองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสงสัย แต่แล้วเมื่อมองเห็นใบหน้านองน้ำตาของเจ้าลูกชายคนเล็ก มือก็ดึงร่างบอบบางเข้ามากอดไว้ทันที

“ เกิดอะไรขึ้น? ใครทำอะไรเจ้าโกคุเดระ? บอกข้ามา”    เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ที่ใบหู ยิ่งทำให้น้ำตาร่วงลงมาจากดวงตาสีมรกตมากยิ่งขึ้น

คนตรงหน้ากำลังจะถูกฆ่าตาย...คนสำคัญของเขากำลังจะถูกฆ่าไปต่อหน้าต่อตา

ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความกลัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ คำสั่งออกมาชัดเจนขนาดนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากยังอยู่ที่นี่ ยามาโมโตะต้องตายแน่นอน

“ ใจเย็นๆ โกคุเดระ...ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรเจ้า”     อ้อมแขนแข็งแรงยังคงโอบกอดร่างบอบบาง ใบหน้าคมกดจูบลงไปบนกระหม่อมที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีเงินอย่างปลอบโยน เพิ่งเคยเห็นโกคุเดระหวาดกลัวขนาดนี้เป็นครั้งแรก

ต้องมีอะไรร้ายแรงมากๆเกิดขึ้นแน่ๆ

“ ท่านพ่อ...พ่อข้า....สั่งประหารเจ้า...”      ใบหน้าสวยที่เงยขึ้นมาพูดทั้งน้ำตานั่นทำให้ใบหน้าคมถึงกับตกตะลึง แสดงว่าสิ่งที่เขาคิดอยู่เป็นความจริงสินะ

คามาคุระทรยศต่อคำสัญญาอย่างที่ว่าจริงๆ

ใบหน้าคมได้แต่กัดฟันกรอด...เรื่องของเขาก็ส่วนหนึ่ง แต่โกคุเดระที่ร้องไห้เพื่อเขาแบบนี้ยิ่งทำให้หัวใจเจ็บแปลบจนแทบหายใจไม่ออก

“ ทำยังไงดี....จะทำยังไงดี”     คนในอ้อมแขนยังคงร่ำไห้ด้วยร่างกายที่สั่นเทา

เพราะการต้องรู้ว่าคนสำคัญจะต้องตายจากไปในไม่ช้า มันน่าทรมานใจกว่าคนที่ตายคือตัวเองเสียอีก...

แขนแข็งแรงได้แต่กระชับร่างบอบบางเอาไว้โดยไม่อาจจะพูดอะไรออกไปได้...เขาจะไม่ยอมตายง่ายๆแต่ก็ไม่คิดว่าเวลามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้...ไม่มีหนทางใดบ้างเลยหรือ สำหรับคนที่ไม่เหลือที่ไหนให้ไปแบบเขา

“ ข้าจะช่วยให้เจ้าหนี”     แต่แล้วจู่ๆเสียงของคนในอ้อมแขนก็ดังขึ้นมา น้ำเสียงที่นิ่งสงบลงทำให้รู้ได้ว่า โกคุเดระตัดสินใจแล้ว ใบหน้าสวยเงยขึ้นมามองทั้งน้ำตาก็จริงแต่นัยน์ตาสีมรกตกลับมีแต่แววแข็งกร้าวเอาจริง

“ แต่เจ้า...”     เขาอยากจะเอ่ยห้าม เพราะถ้าโกคุเดระช่วยเขา ตัวเองก็จะมีความผิดไปด้วยซึ่งเขาไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้นแน่

“ ข้าเป็นคนของตระกูลโกคุเดระ ถึงจะโดนจับกลับมาได้ก็ไม่ถึงตายหรอก! แต่เจ้าไม่ใช่...ถ้าโดนจับได้เจ้าตายแน่!     ร่างบอบบางตะโกนออกมาอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่

เจ้าห่วงข้ามากขนาดนี้ ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อข้าขนาดนี้....เห็นทีข้าคงจะไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองอีกต่อไป

“..............ถ้างั้น.....”     นัยน์ตาสีเปลือกไม้จ้องมองลงไปในดวงตาสีมรกตด้วยความจริงจัง

“ เจ้าก็หนีไปกับข้าสิโกคุเดระ....”   

“ เอ๊ะ?!     ใบหน้าสวยประหลาดใจเล็กน้อยเพราะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้

“ พวกเราหนีไปด้วยกัน...หนีไปให้ไกล แล้วไปอยู่ด้วยกันในที่ที่ไม่มีตระกูลโกคุเดระกับตระกูลยามาโมโตะอีก....ไปกับข้านะ...”     สองมือเลื่อนไปกอบกุมมือบาง นัยน์ตาทั้งสองคู่ยังคงสบประสานกัน ให้มันแสดงออกว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดต่อไปนี้คือสิ่งที่ออกมาจากหัวใจ


“ ข้ารักเจ้า...โกคุเดระ....”








.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

โปรดติดตามตอนต่อไป....




หลังจากที่ยาวนรกกันมา 4 ตอน ตอน 5 กลับสั้นซะงั้น กร๊ากกกก (ยังมีหน้ามาหัวเราะ) แต่ก็ดีใจน้า ที่ลงตอนนี้ทันวันเกิดก๊กด้วยอ่ะ >/////<

เอาละสิ..ทั้งคู่จะหนีรอดไหม? หรือว่าจะโดนจับได้แล้วถูกฆ่าตายทั้งคู่จบตอนหน้าอะไรงี้(โดนโบกดับ!) ก็ลุ้นกันต่อไป คนแต่งเองก็ลุ้นด้วย555

ตอนอ่านอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับทูน่าและก๊ก....คือตอนนี้ก๊กยังไม่รู้ค่ะ ว่าทูน่าเป็นพี่ชายตัวเอง แต่จะด้วยเหตุผลประการใดก็โปรดรอตอนต่อไป...แหะแหะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะค้า ขอบคุณทุกๆคอมเม้นต์ด้วยค่ะ m(_ _)m ถึงจะปลงกับเรื่องจำนวนคอมเม้นต์ไปแล้วแต่ก็ยังดีใจสุดหูรูดทุกครั้งที่มีคนเม้นต์ให้ อิอิ ขอบคุณมากค่า >w<


4 ความคิดเห็น:

  1. ว๊ากกกกกกกกกกกกกลุ้นสุดๆเลยค่ะคุณกวาง ตื่นเต้นมาก
    จะหนีตามกันไปแล้วสินะ(?) เอาใจช่วยสุดๆเลยค่ะ

    คุณฮิต้องเป็นคนประเภทแบบที่ว่า ของของข้า ข้ารังแกได้คนเดียวแหงๆ
    ปกป้องไว้แต่ตัวเองทำยิ่งกว่าคนอื่นอีกนะนั่น
    ในใจลึกๆก็ต้องมีทูน่าบ้างล่ะเนอะคะ นอนกอดไว้ขนาดนั้นเนี่ย ให้ปักผ้าให้ด้วย

    โอย เข้มข้นเหลือเกินเรื่องนี้ จะรอตอนต่อไปะค้าาาาา

    ตอบลบ
  2. มาอ่านทีเดียว 5 ตอนรวดเลย
    คุณพ่อสึโยชิใจร้ายจังเลย ไม่คิดถึงยามะมั่งเลย
    แอบสงสารยามะเบาๆ(?) แต่ก็อิจฉาที่ได้หนูก๊กไปครอบครอง ฮ่าๆ
    รอติดตามตอนต่อไปนะคะ ^^
    ปล.ตอนแรกแอบตกใจ นึกว่าคุณ WAKETSU จะเลิกแต่งฟิค 8059 แล้วซะอีก
    ที่แท้ multiply จะปิดนี่เอง
    ยังไงมีโกดัง(?)ใหม่ก็อย่าลืมมาบอกกันนะคะ
    แอบเป็นแฟนคลับอย่างลับๆของคุณ WAKETSU อยู่ค่ะ ฮ่าๆๆ

    ตอบลบ
  3. ฮึ่ม สั้นมากกกกกกกกกก
    กับลังพีคเลยยยยย
    เมื่อกี๊อ่านผิดด้วย นึกว่าก๊กจังร้องไห้ให้เจ้าเมืองเห็น เจ้าเมืองเลยคว้าไปกอด โหะๆ

    อืมๆๆๆ เงินสด เมล็ดพืช เสบียง เสื้อผ้า ม้า น้ำ อาวุธ ขาดอะไรอีกน๊า (มัดๆๆใส่ห่อรวมกัน)
    นี่จ๊ะ ขอให้หนีตามกันสำเร็จนะยามะก๊กจัง

    มามี๊จะเฝ้าดูหนูตลอดไป เหมือนเห็บที่เกาะอยู่บนตัวสุนัข (ดูมันเปรียบซะ -*-)

    ตอบลบ
  4. ท่านเจ้าเมืองคะไม่สงสารลูกบ้างหราาาาาาาาาาา
    นี่คิดจิฆ่าลูกด้วยเหรอ
    สงสารยามะจุงเบยยยยยยยยย
    ท่านฮิ นี่อ่อนโยนแระชิมะ????????

    ตอบลบ