KHR Au.Fic [692718 8059] หิมะ...หยดน้ำ...ความรัก...... : 10



KHR Au.Fic [692718  8059]  ……Yuki  Shizuku  Aishiteru…. : 10

: KHR Au Fanfiction
: 692718  8059 
: Romance Drama Incest
: PG


คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ







.
.
.
.
.
.




แท่งกลมๆของดอกไม้ไฟสัมผัสกันไปมาอยู่ในมือเล็ก นัยน์ตากลมโตมองผ่านมันไปด้วยอาการเหม่อลอย ร่างขององค์ชายน้อยนั่งห้อยขาอยู่ที่ระเบียงแบบนี้มาพักใหญ่ ใบหน้าน่ารักหันสลับกลับไปมองในห้องที่ว่างเปล่าก่อนจะหันกลับมาก้มลงมองที่สองมือ


ก็แค่อยากเห็นนัยน์ตาสองสีที่เปล่งประกายยามที่ได้เห็นดอกไม้ไฟในมือของเขา


ถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มที่เจ้าพยายามจะกักเก็บเอาไว้ ข้าก็อยากเห็น...


ร่างเล็กตัดสินใจลุกขึ้นด้วยดวงตาแน่วแน่ รอบกายยามนี้ความมืดเริ่มจะโรยตัวลงมา ถ้าหากเป็นเวลาแบบนี้....ดอกไม้ไฟจะสวยแค่ไหนกันนะ


และก็เพราะว่าเป็นเวลาแบบนี้นี่แหละที่ยิ่งทำให้ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมถึงได้อยากทำอะไรเพื่อคนคนนั้นถึงขนาดนี้ เขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกตำหนักในเวลาพลบค่ำ ไม่เคยขัดคำสั่งของท่านพ่อ และไม่เคยออกไปไหนมาไหนโดยที่ไม่มีโกคุเดระ แต่คราวนี้กลับ.....


มือเล็กซุกแท่งดอกไม้ไฟเข้าไปในแขนเสื้อ ก่อนจะกระชับเสื้อคลุมฮาโอริแล้วย่องหลบหลีกนางกำนัลที่เดินสวนกันไปมาตามระเบียงทางเดิน เสียงแผ่นไม้กระดานลั่นน้อยๆทำให้ร่างเล็กเผลอสะดุ้งก่อนจะตวัดตัวหลบเข้าไปยังมุมมืดอยู่หลายต่อหลายครั้ง นัยน์ตากลมโตมองตามแผ่นหลังของนางกำนัลไปด้วยความโล่งใจที่ไม่ถูกจับได้


รองเท้าสานถูกสวมใส่อย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างเล็กจะกระโจนหลบไปอยู่หลังโคนต้นไม้ในตำหนัก มานึกดีใจเอาป่านนี้ที่สั่งให้ปลูกมันเอาไว้เยอะๆ เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยพรางกายให้หายไปจากสายตาของทหารยามได้เป็นอย่างดี มือเล็กเกาะไปตามผิวขรุขระของเปลือกไม้ จนกระทั่งประตูตำหนักมองเห็นอยู่ตรงหน้าจนได้


ใบหน้าน่ารักลอบถอนหายใจ ก่อนจะก้าวขาผลุบหายไปยังอีกฝั่งของประตู....ที่เหลือก็...จะไปตำหนักของพระสนมเอกยังไงไม่ให้ถูกใครเห็นเข้า


“ หว๋า.....”         ฝ่าเท้าเล็กเหยียบรากไม้ลื่นไถลไปกับพื้น สองมือยกขึ้นปิดปากตัวเองแทบจะไม่ทัน


นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตมองไปยังทางข้างหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น ว่าแต่ตำหนักของเขากับตำหนักของมุคุโร่จะอยู่ไกลกันมากไปไหมเนี่ย...ตอนเดินมาตามทางปกติก็คิดว่ามันค่อนข้างไกลแล้วนะ แล้วนี่ต้องมาเดินหลบๆซ่อนๆไปตามสวนแบบนี้มันยิ่งรู้สึกไกลกว่าปกติหลายเท่า บนใบหน้าเริ่มจะมีเหงื่อเกาะพราว


หลังจากผ่านการกลิ้งไปกับพื้นอยู่หลายรอบ ในที่สุดองค์ชายตัวน้อยก็มายืนหอบอยู่ที่หน้าตำหนักของพระสนมเอกจนได้


คอยดูนะ...ถ้าเจ้าไม่ยอมยิ้มกับดอกไม้ไฟของข้า ข้าจะเอามันปาหัวเจ้า มุคุโร่!


นัยน์ตากลมโตเหลือบมองที่ประตูตำหนัก ก่อนที่จะเริ่มมีเหงื่อหยดที่ขมับอีกรอบ.....ทำไมที่นี่ถึงได้มีทหารยามยุ่บยั่บขนาดนั้นล่ะ?!


“ ทำไงดีอ่า....”        เสียงครางแผ่วๆหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากสีสด ทหารเยอะขนาดนี้เขาไม่มีทางแอบเข้าไปได้แน่ๆ แต่จะให้ถอดใจแล้วกลับไปตอนนี้ก็ไม่มีทาง นัยน์ตากลมโตเริ่มเหลือบมองไปรอบกาย จะว่าไปเขาก็ไม่ถนัดเรื่องวางแผนซะด้วยสิ ถ้าเป็นไอ้เรื่องทำอะไรแผลงๆซุกซนๆละก็มันต้องโกคุเดระนู่น


อืม...นั่นสินะ ถ้าเป็นโกคุเดระคุงจะทำยังไงน้า...


และแล้วนัยน์ตาก็เหลือบไปเห็นรถม้าคันหนึ่งกำลังค่อยๆคลานเข้ามาช้าๆ บนหลังรถเทียมม้าคันนั้นมีหญ้าสดๆอยู่เต็มไปหมด....อาหารม้าอย่างงั้นหรอ?


“ อ๋า...นั่นล่ะ!”       ดีที่ตัวเล็กจึงวิ่งหลบไปกับเงามืดอย่างที่ไม่มีใครจับได้ แถมรถม้าก็วิ่งอย่างช้า ร่างเล็กกระโดดขึ้นไปตกแหมะอยู่บนกองหญ้าได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนที่อีกมือจะตะกุยหญ้าสีเขียวคลุมตัวเองเอาไว้ได้อย่างมิดชิด


ตอนนี้ก็เริ่มจะคิดแล้วนะ...ว่าทำไมจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ทำไมเขาไม่เดินเข้าไปดีๆแล้วสั่งคำเดียวว่า “จะมาเล่นดอกไม้ไฟกับมุคุโร่” ด้วยยศของเขาไม่ว่าใครก็ไม่กล้าปฏิเสธอยู่แล้ว  ใบหน้าน่ารักที่คลอเคลียอยู่กับกองหญ้ายิ้มแห้งก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นอมยิ้ม เมื่อนึกถึงแท่งดอกไม้ไฟที่อยู่ในแขนเสื้อ


เสียงกุบกับหยุดลงพร้อมกับรถม้าที่จอดนิ่งสนิท องค์ชายเล็กโผล่หัวสีน้ำตาลที่บัดนี้มีหญ้าสีเขียวแซมเป็นหย่อมๆออกไปมองข้างนอก ดูเหมือนเขาจะถูกพาเข้ามายังด้านหลังของตำหนัก ร่างเล็กขยับกายกระโดดลงจากหลังรถก่อนจะแฝงกายไปกับเงาสลัวๆของยามพลบค่ำ ภายในหัวพยายามนึกว่าเมื่อคราวก่อนที่มาแผนผังของที่ตำหนักนี้มันเป็นยังไง...แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้น..... “ทำไมมันกว้างอย่างนี้เนี่ย....”   ก็พอจะรู้มาอยู่บ้างหรอกว่า มุคุโร่เองก็เป็นจอมทัพของทัพหน้า แต่ไม่นึกว่าจะเลี้ยงทหารบางส่วนเอาไว้ในตำหนักแบบนี้


“ เอาน่ะ...เดินมั่วไปเลยแล้วกัน!”       ก็ยังดีที่ยังเหลือความมุ่งมั่นอยู่ ร่างเล็กเดินหลบหลีกผู้คนไปเรื่อยๆ จากที่ต้องหลบทหารเอยนางกำนัลเอยที่เดินกันอย่างกับมด ในที่สุดก็เดินมาจนถึงเขตที่ค่อนข้างจะเงียบสงบกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด


อาจจะเข้าใกล้ที่อยู่ของมุคุโร่แล้วก็ได้...


นี่ถ้าท่านพี่รู้ว่าเขาแอบหนีมาที่นี่ละก็ คงโดนขย้ำตายแน่ๆ...จะว่าไปก็ลืมไปสนิทเลยว่าเขามีแผลอยู่ที่ไหล่...แล้วพอนึกขึ้นได้...นอกจากดอกไม้ไฟแล้วก็พาลจะห่วง...ว่าเจ้าคนร้ายกาจที่ช่วยเขาจนตัวเองเกือบตายนั่นจะเป็นยังไงบ้าง


ทั้งๆที่ควรจะนอนอยู่นิ่งๆแท้ๆ...แล้วทำไมถึงได้หนีกลับมาแบบนี้ ทั้งๆที่รับปากเขาว่าจะพักอยู่ด้วยกันก่อนไม่ใช่หรอ...


แสงไฟวูบไหวอยู่หลังต้นไม้ให้ใบหน้าน่ารักแอบยื่นออกไปเมียงมอง ห้องๆหนึ่งเปิดประตูที่ระเบียงทิ้งเอาไว้ ประกายอ่อนโยนจากเปลวเทียนสาดส่องกระทบร่างที่นั่งอยู่ในห้องของใครบางคนจนฉายชัดอยู่ที่ผนัง....เงา....ของคนที่ทำเอาเจ้าชายองค์น้อยถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง


เจอแล้ว.....


เจอเจ้าจนได้นะ มุคุโร่....


รอยยิ้มเล็กๆปรากฏอยู่ที่มุมปาก ร่างกายขยับเข้าไปหาคนที่ยังนั่งอยู่ในห้องด้วยความดีใจ...โดยที่ไม่ดูให้ดีก่อนว่าหลังบานประตูเลื่อนที่ปิดอยู่อีกข้างนั้นมีอะไร....


“ มุคุ.......อ่ะ......”         ร้องเรียกออกไปแล้วถึงเพิ่งจะมาได้ยินว่าในห้องนั้นมีเสียงเพราะพริ้งของผู้หญิงอีกคน และเพราะเสียงเรียกนั้นมันทำให้คนในห้องทั้งสองคนหันมามองที่ร่างเล็กเป็นตาเดียว


ครืด.....


ประตูเลื่อนถูกเปิดออกโดยมือบอบบาง ใบหน้าสวยงามจิ้มลิ้มของหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักปรากฏอยู่ตรงหน้า ท่าทางงามสง่าทว่าก็เรียบร้อยดุจสตรีสูงศักดิ์ทำให้ร่างเล็กผงะถอยหลังไป มือเผลอรวบเสื้อคลุมมอมแมมของตนอย่างนึกอาย  ก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้จะจ้องมองทั้งสองคนสลับไปมา...และดูท่าว่าองค์ชายที่สองจะไม่ชอบใจนักที่เห็นเขามายืนอยู่ตรงนี้....แค่เห็นนัยน์ตาสองสีที่มองลงมาก็ทำเอาหัวใจรู้สึกชาแปลกๆ


ทำไมต้องทำเหมือนรำคาญข้าขนาดนั้น....


“ อ่ะ เอ่อ....”       ร่างเล็กเริ่มพูดตะกุกตะกัก ไม่รู้จะรับมือยังไงกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ในหัวใจมันอัดแน่นไปด้วยคำถาม....ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร...เหตุใดยามวิกาลเช่นนี้จึงมาอยู่กับชายหนุ่มสองต่อสอง....


“ เอ๋....นั่นมันองค์ชายเล็กมิใช่หรือ?”       แล้วเสียงไพเราะเย็นเหยียบอีกเสียงก็ดังขึ้นที่ประตูบานเลื่อนฝั่งตรงข้าม ร่างสูงสง่าของพระสนมเอกกำลังค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับท่านหญิงอีกคนที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับนาง นัยน์ตาของทั้งสองคนเหยียดมองมาที่ร่างเล็กจนเริ่มจะทำอะไรไม่ถูก


“ เอ่อ...คือว่า....”       ใบหน้าน่ารักก้มๆเงยๆหลบสายตาที่ราวกับเหล็กแหลมซึ่งทิ่มแทงลงมา มือทั้งสองข้างเริ่มจะบีบกันไปมาอย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป


“ น่าแปลกนะที่เห็นเจ้าอยู่ที่นี่...มาทำอะไรมืดค่ำปานนี้กันล่ะ?....คงไม่ได้แอบหนีออกมาหา “ลูกชายของข้า” หรอกนะ...องค์ชายเล็ก”       พัดจีบถูกสะบัดปิดใบหน้างาม แต่แค่ดูก็รู้แล้วว่า เบื้องหลังพัดนั้นคือรอยยิ้มเยาะ


“ เห๋?...พระสนมเอกจำผิดคนหรือเปล่าเพคะ....องค์ชายที่เป็นราวกับไข่ในหินพระองค์นั้นน่ะหรอ จะออกมาหาผู้ชาย...อ๊ะ....ลูกชายของท่านแบบนี้”      เสียงหัวเราะคิกคักทำเอาร่างเล็กชาไปทั้งตัว สายตาที่บ่งบอกว่ากำลังดูถูกไปถึงท่านแม่ของเขาทำเอาอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล


“ เจ้าห้ามทำแบบนี้นะ...องค์ชายเล็กคงคิดว่าองค์ชายที่สองเป็นพี่ชาย คงจะออกมาหาได้โดยไม่ถูกครหา...แต่เจ้าซึ่งเป็นหญิงสาวจะเอาเยี่ยงอย่างมิได้นะ...”     ดูท่าว่าท่านหญิงคนนั้นจะเป็นแม่ของหญิงสาวที่นั่งอยู่กับมุคุโร่ในตอนแรก นางทำท่าทางราวกับกำลังสั่งสอนไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างเขา


ยิ่งรู้สึกอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน....


เพราะไม่เคยคิดเรื่องที่จะผิดจารีต จึงไม่เคยสนใจว่ามันจะเหมาะสมหรือไม่


“ อ่ะ..เอ่อ...”     ร่างเล็กได้แต่หันไปหันมาอย่างพยายามหาทางออก ถ้าหากมีโกคุเดระคุงอยู่ด้วยเขาคงไม่รู้สึกว่าโดนรุมแบบนี้...คิดผิดไปใช่ไหมที่หนีออกมาคนเดียว....พยายามเงยหน้ามองหาคนช่วย....


แต่ใบหน้าเรียวของคนที่คิดว่าจะช่วยเขาได้กลับเมินเฉย นัยน์ตาสองสีไม่ได้มีแววเจ้าเล่ห์อย่างที่เคยแต่กลับทำราวกับไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา


ทั้งๆที่ข้าต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ก็เพราะอยากจะมาหาเจ้า...


สองมือเล็กกำแน่นที่ข้างลำตัว ในหัวใจเจ็บแปลบอย่างที่ไม่รู้ตัวเลยว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร


รู้แต่ว่ามุคุโร่คงจะดีใจสินะ ที่ได้เห็นความน่าสมเพชของเขา ทำให้เขาอับอายได้...


“ ขออภัย...ข้าขอตัวก่อน!”       หลับหูหลับตาตะโกนออกไปก่อนจะหันหลังวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดที่จะหันกลับไปมองคนใจร้ายคนนั้นอีก


ต้องหนี....


ต้องหนีไปให้ไกล....


จะได้ไม่โดนคนคนนั้นทำร้ายอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะได้ไม่โดนเกลียดโดนชิงชังไปมากกว่านี้...


“ ฮึก....”       มือยกขึ้นมาปาดน้ำที่ไหลลงมาจากดวงตาลวกๆ แค่รอบตัวก็มืดมัวพออยู่แล้ว หากหยดน้ำนี่ยังบังตาอีก เขาคงไม่มีวันหนีได้พ้น


เรียวขาวิ่งไปเรื่อยๆอย่างไม่สนใจอะไรรอบๆตัวอีก ถึงแม้ว่าสิ่งของที่ตั้งใจจะเอามาให้อีกฝ่ายดูจะร่วงหล่นลงไปตามทางก็ตาม....










เสียงใบไม้ดังกรอบแกรบท่ามกลางความมืด แสงจันทร์สลัวส่องให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งค่อยๆก้มลงเก็บดอกไม้ไฟที่หล่นกระจายอยู่ที่พื้นดิน


นัยน์ตาสองสีจ้องมองแท่งสีน้ำตาลก่อนจะเงยหน้ามองไปตามทางมืดสลัว ใบหน้าที่เย็นชาจนถึงเมื่อครู่มีแววสับสนเล็กน้อยกับสิ่งของที่อยู่ในมือ


ถึงจะมองไม่เห็นแผ่นหลังเล็กของคนที่วิ่งหนีออกมาแล้ว แต่แววตาที่เจ็บปวดนั่นมันก็ทำให้เขาทนนั่งอยู่ในห้องต่อไปไม่ได้


ทั้งๆที่ควรจะดีใจที่ได้กลั่นแกล้งอีกฝ่าย ทั้งๆที่ควรจะโกรธที่เด็กนั่นคิดจะหลอกให้คนอย่างเขาหลงรัก ทั้งๆที่ควรจะชิงชังแต่ก็ยังเผลอเดินตามออกมา


มือยกแท่งดอกไม้ไฟเอาไว้แนบอก ก่อนจะทำได้แค่ยืนเหม่อมองทางที่ทอดยาวไกลไปกับแสงจันทร์สลัวๆเส้นนั้น....


“ หึ....ทำให้เจ้าร้องไห้อีกจนได้....”


แต่มันก็อาจจะดีแล้วก็ได้...สำหรับคนที่ควรจะเกลียดกัน อย่างเราสองคน...












เสียงหอบหายใจผสมปนเปไปกับเสียงสะอื้น ฝ่าเท้ายังคงวิ่งไม่ได้หยุดแม้เชือกสานจะขาดไปหลายต่อหลายเส้น วิ่งผ่านประตูตำหนักเข้าไปโดยไม่สนใจว่าใครจะมองเห็น ตอนนี้ก็แค่อยากจะกลับไปให้ถึงที่ของตนให้เร็วที่สุด



“ กลับตำหนักเจ้าไปได้แล้วเจ้าบ้า!

“ ไม่ให้ข้าไปส่งเจ้าที่ห้องนอนหรอ?”

“ ยะ อย่ามาทำได้ใจนะเจ้านักโทษอุกฉกรรจ์ ถ้าข้าไปฟ้องท่านปู่รับรองว่าหัวเจ้าไม่อยู่บนบ่าแน่!

“ ฮะ ฮะ ฮะ”




....เสียงนั่น.....โกคุเดระ?....โกคุเดระคุงกลับมาแล้ว?.....


ฮึก ฮึก....ความน้อยเนื้อต่ำใจที่จุกอยู่ที่ลำคอค่อยๆไหลรื้นไปอยู่ที่ดวงตาก่อนจะค่อยๆร่วงผล็อยลงมาอีก....แค่ได้ยินเสียงของเพื่อนสนิท แค่รู้ว่ายังมีคนที่จะปลอบใจรออยู่ ความอึดอัดที่คับแน่นอยู่ในใจมันก็ดูเหมือนจะค่อยๆหายไป


“ องค์ชาย!!”       ดูเหมือนเจ้าคนสนิทจะมองเห็นเขาเข้า น้ำเสียงตกอกตกใจดังให้ได้ยินก่อนที่ไม่นานมือบางๆก็จับเข้ามาที่สองแขน เขาไม่รู้หรอกว่าโกคุเดระคุงทำหน้ายังไง เพราะตอนนี้นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้มันกำลังพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตา


“ ใครทำอะไรท่าน! องค์ชาย!”         นั่นสินะ....เขาเป็นถึงองค์ชายจะมาร้องไห้ง่ายๆต่อหน้าข้ารับใช้ได้ยังไง....ใบหน้าน่ารักสะอึกสะอื้นพยายามจะหยุดน้ำตาที่ยังไหลลงมาแต่ทว่ายิ่งสองมือบางบีบแน่นที่สองแขน มันก็ยิ่งทำให้หยุดร้องไห้ไม่ได้


นี่สินะ...คนที่เรียกว่าเพื่อนสนิท


ยามใดที่มีความทุกข์ใจ เพียงแค่เรียก แค่สัมผัส แค่ห่วงใย เรื่องทุกข์ทรมานในใจก็ดูเหมือนจะค่อยๆคลี่คลายไปกับน้ำตาที่ไหลลงมา


เพราะอยู่ต่อหน้าเพื่อน จึงร้องออกมาได้โดยไม่มีอะไรต้องอาย เพราะสองมือที่ประคับประคองเขาอยู่นี้พร้อมจะรับฟังและมอบความอุ่นใจคืนมาให้


“ ฮึก ฮึก...ฮือๆๆ โฮ.....”       ร่างเล็กโผเข้ากอดร่างบอบบาง ใบหน้าสวยที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความตกใจกลับค่อยๆคลายลง มือบางยกขึ้นไปลูบหัวสีน้ำตาลอย่างปลอบโยน


“ ไม่เป็นไรนะ...ข้าจะอยู่ข้างๆท่านเอง......”      











“ หนอย....ไอ้เจ้าองค์ชายบ้านั่น! ให้ข้าไปบอกองค์จักรพรรดิให้ตัดหัวมันเลยดีไหม?! หรือว่าจะให้เจ้ายามาโมโตะลอบวางยามันดี? มันทำให้ท่านร้องไห้แบบนี้ให้อภัยไม่ได้!”        ใบหน้าคมของคนที่ถูกพาดพิงถึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ....ข้าทำให้เจ้าได้ทุกอย่างก็จริง แต่จะให้ไปลอบวางยาเจ้านายตัวเองนี่ก็นะ....นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองไปที่ร่างสองร่างที่นั่งอยู่บนระเบียงไม้ ร่างเล็กขององค์ชายยังคงซุกอยู่ในอ้อมแขนของคนสนิท ใบหน้าน่ารักยังคงสะอึกสะอื้นให้อีกคนลูบหัวปลอบใจ


“ ข้ามันผิดเอง...ฮึก ฮึก....ก็รู้ทั้งรู้อยู่ว่ามุคุโร่ชิงชังข้าแค่ไหน แล้วทำไมยังจะไปให้ถูกว่ากลับมาแบบนี้อีก...ฮืออออ”        จากเสียงสะอื้นกลายมาเป็นคำพูดตัดพ้อน้อยใจแล้วก็กลายมาเป็นเสียงร้องไห้อีกรอบ....ร่างสูงใหญ่ได้แต่ยืนมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาอ่อนโยน....ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังทิศของตำหนักตนพรางนึกถึงคนที่ทำให้เด็กคนนี้ร้องไห้...ถึงจะกล้าต่อล้อต่อเถียงท่านแค่ไหนแต่ยังไงก็ยังเป็นแค่เด็ก


แต่คนที่ทำให้เด็กร้องไห้แล้วยังไม่ยอมรับความจริงนี่อาจจะเด็กเสียยิ่งกว่าก็ได้นะ....องค์ชายที่สอง


“ ไม่ต้องไปสนใจมัน...คนอย่างไอ้เจ้าองค์ชายบ้านั่นตัดหางปล่อยวัดไปเลยดีกว่า!”         ใบหน้าสวยก้มลงไปปลอบด้วยถ้อยคำที่ห้าวหาญที่ไม่ค่อยจะใกล้เคียงกับคำปลอบนัก


“ ฮึก....ข้าก็ไม่รู้...ว่าทำไมจะต้องไปสนใจ ทำไมจะต้องไปไยดีคนที่เกลียดข้านักหนาแบบนั้นด้วย ฮึก...แต่ว่า...เวลาข้าเห็นอะไร ก็ดันนึกไปเสียได้ว่าถ้ามุคุโร่มาเห็นด้วยก็คงจะดีนะ...ฮือออออ ข้ามันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆเลยโกคุเดระคุง...โฮๆๆๆ”        ร่างเล็กที่ยังไม่ยอมละใบหน้าออกมาจากแผ่นอกบางของคนสนิทระบายความในใจออกมาเป็นชุด ร่างสูงใหญ่ที่ได้แต่ยืนมองทั้งสองคนอยู่เริ่มจะถอนหายใจ....


ไอ้อาการที่ท่านเป็นอยู่น่ะ ถ้าถามข้าก็จะตอบว่ามันคือ “ความรัก”   แต่นี่ดันไปปรึกษาเจ้าคนที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องพอกันแบบนั้น....


“ ไม่! ท่านไม่ได้บ้าหรอก ไอ้คนที่บ้าน่ะคือไอ้เจ้าองค์ชายนั่นต่างหาก! แบบนี้ต้องจับมาทรมานแล้วสับเป็นชิ้นๆโยนให้เป็ดกิน!”         ใบหน้าคมเริ่มยิ้มกระตุกกับคำพูดของเจ้าคนสนิท....เวลาเจ้าคิดถึงข้าแล้วไม่รู้ว่ามันคืออะไรนี่จะหาว่าคนที่บ้าคือข้าแล้วอยากจะจับมาสับให้เป็ดกินบ้างหรือเปล่านะ?


“ ไอ้ตัวการร้ายที่มาป่วนในหัวท่านต้องจับมันมาจัดการให้หมด!”         ....แหงๆเลย......ร่างสูงใหญ่ขยับกายอย่างปลงๆเข้าไปหาทั้งสองคนที่ยิ่งปลอบใจก็จะยิ่งกลายเป็นการวางแผนฆาตกรรมขึ้นเรื่อยๆ


“ นี่....แทนที่จะมามัวร้องไห้ ทำไมท่านไม่หาอะไรทำให้ลืมคำพูดพวกนั้นไปเสียล่ะ?”       ร่างสูงใหญ่นั่งลงข้างๆโกคุเดระ ร่างเล็กขององค์ชายจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองอย่างช้าๆ


“.......เอ๋ ?! เจ้าอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?! งั้นที่ข้านินทามุคุโร่เจ้านายของเจ้า เจ้าก็ได้ยินหมดแล้วละสิ?!”         ได้ยินชัดทุกถ้อยคำเลยละขอรับ....ใบหน้าน่ารักเปลี่ยนจากสะอึกสะอื้นเป็นลนลาน


“ ไม่ต้องไปใส่ใจเจ้าบ้านี่หรอก ถ้ามันเอาเรื่องนี้ไปฟ้ององค์ชายที่สองละก็...ข้าจะจัดการมันเอง!”       นัยน์ตาสีมรกตดุๆมองมาที่ร่างสูงอย่างพยายามจะข่มขู่...ขอบอกว่ามันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด แต่ยังไงเขาก็ไม่คิดที่จะปากมากอะไรอยู่แล้วก็...นะ.....


ผู้ชายที่ให้เกียรติภรรยา เขาว่าจะเจริญก้าวหน้าละ


“ ยะ ยิ้มอะไรของเจ้า!...น่าขนลุกชะมัด...แต่ก็นั่นแหละ ข้าก็คิดว่าท่านน่าจะหาอะไรทำเพื่อจะได้เลิกคิดเรื่องขององค์ชายนั่น”         ร่างบอบบางยกมือขึ้นลูบคางอย่างใช้ความคิด ก่อนที่จะทุบกำมือลงไปบนฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง


“ นึกออกแล้ว! ระหว่างทางที่กลับมา ข้าเห็นที่ศาลเจ้ากำลังมีงานเทศกาลอยู่....เพราะงั้น...ท่านน่าจะเอาเวลาไปวางแผนหนีออกไปเที่ยวดีกว่ามานั่งคิดเรื่องของเจ้าองค์ชายบ้านั่น”      แล้วคำแนะนำที่ร่างสูงใหญ่ได้ยินก็แทบจะทำให้คนที่อุปโลกน์ตัวเองเป็นองค์รักษ์พิทักษ์เจ้าหลานคนเล็กของตระกูลโกคุเดระแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น....เลิกทำอะไรให้ข้าเสี่ยงจะโดนตัดหัวสักทีเถอะ


“ งานเทศกาล?”       และก็ดูท่าว่าอีกคนจะสนใจแบบสุดๆไปแล้วด้วย


“ ใช่ๆ...ดูท่าทางน่าสนุกมากๆเลยละ”


“ แต่ว่าถ้าจะหนีไปกันสองคนมันอาจจะไม่ปลอดภัยนะ กลางค่ำกลางคืนด้วย ทั้งเจ้าทั้งข้าก็ใช่ว่าจะเคยออกไปข้างนอกบ่อยเสียเมื่อไหร่ ถ้าหลงทางคงจะแย่แน่ๆ...แต่ถ้าไปบอกท่านพ่อ มีหวังว่าจะยกโขยงกันไปครึ่งค่อนวัง....อืม......ทำไงดีล่ะ?”


“ นั่นสิน้า......”        ใบหน้าสวยเริ่มเข้าสู่โหมดครุ่นคิด ให้ร่างสูงใหญ่ของนายทหารแอบลุ้นในใจให้ทั้งสองคนยกเลิกแผนการนั้นซะ....ถ้าแค่โกคุเดระคนเดียว เขายินดีที่จะพาไปบุกน้ำลุยไฟถึงไหนต่อไหนอยู่แล้ว แต่ถ้าพ่วงองค์ชายเล็กไปด้วยเห็นทีจะไม่ไหว เพราะเจ้าตัวนั้นศัตรูหาได้น้อยไม่ เขาคงไม่อาจปกป้องคนถึงสองคนได้แน่


“ จะให้ท่านปู่รู้ก็ไม่ได้ เพราะก็คงไม่ต่างอะไรกับท่าน พวกนั้นคงยกกันมาทั้งบ้านเหมือนกัน....อืม.....”        เจ้าคนสนิทยังคงคิดต่อไป แต่ก็ดูเหมือนเพราะเรื่องจะหนีออกไปเที่ยวเล่นนี้ทำให้องค์ชายร่างเล็กหยุดร้องไห้ไปได้แล้ว


“ เดี๋ยวสิ...ถ้าไม่ใช่สองคน แต่เป็นสามคนก็ไปได้แล้วใช่ไหมล่ะ?...”       แล้วนัยน์ตาสีมรกตก็เหล่มองมาที่ร่างสูงพร้อมกับรอยยิ้มกริ่ม


“ หื๋อ?”       แต่ใบหน้าคมซึ่งมีแผลเป็นที่ปลายคางก็ยังคงทำเนียนไม่รู้เรื่อง


“ เจ้าน่ะ! พาข้ากับองค์ชายออกไปงานเทศกาลเดี๋ยวนี้เลย!”        เห็นท่าจะเนียนต่อไม่ไหว ในเมื่อเจาตัวดีชี้นิ้วสั่งเอาๆแถมพูดจาฉะฉานชัดแจ้งซะขนาดนี้ แต่ก่อนที่จะยกมือยอมแพ้ เงาดำทะมึนของใครบางคนก็ปรากฏกายขึ้นมาซะก่อน


“ มาสุมหัวทำอะไรกันที่นี่น่ะ เจ้าพวกสัตว์กินพืช?”


“ ฮี้!!! เปล่านะ! ข้าไม่ได้หนีไปไหนมาและไม่ได้กำลังจะหนีไปไหนต่อนะ ท่านพี่”       สารภาพซะหมดเปลือกไปแล้วโดยไม่รู้ตัว...องค์ชายเล็กหลับตาปี้ยืนตัวลีบยกมือขึ้นยอมแพ้แทนยามาโมโตะไปแล้วเรียบร้อย


“ หนี?...”         ร่างสง่าขององค์ชายที่หนึ่งยืนดำทะมึนอยู่ตรงหน้าทั้งสามคน ใบหน้าเฉยชากำลังครุ่นคิดถึงเมื่อตอนพลบค่ำที่มาดูเจ้าคนป่วยแต่กลับไม่เจอตัวทั้งคู่....นี่คงไม่ได้หนีออกไปหาเจ้านั่นมาใช่ไหม?


จู่ๆหัวใจก็ขุ่นมัวขึ้นมา....



“ อ๊ะ!! ไม่ใช่สามคน แต่เป็นสี่คนแล้วสิตอนนี้!”         แต่แล้วเสียงใสของคนที่ไม่เคยกลัวตายก็ทำลายบรรยากาศสยองขวัญให้พังลงไปอย่างง่ายดาย และเพราะดวงตาเป็นประกายทั้งสองคู่มันก็ทำให้….









ตอนนี้...องค์ชายที่หนึ่งซึ่งไม่เคยมีธุระกับงานเทศกาลกำลังยืนผูกม้าสีดำเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ในศาลเจ้า....


เสียงเครื่องดนตรีประโคมดังให้รู้ว่าขบวนแห่ของปีนี้กำลังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ร่างสูงใหญ่อีกคนก็กำลังผูกม้าสีขาวอยู่ไม่ไกล ในเมื่อแอบหนีออกมาจึงเอาม้ามาแค่สองตัวเท่านั้น


“ เอาละ เรียบร้อย!”        เสียงที่ดังขึ้นมิใช่ขององค์ชายที่หนึ่งหรือแม่ทัพใหญ่แต่อย่างใด แต่มันกลับเป็นเสียงของร่างบอบบางผมสีเงินที่จัดการจับกิโมโนแบบ ชาวบ้านๆขององค์ชายเล็กให้เข้าที่เข้าทาง


“ กิโมโนนี่เบากว่าที่พวกเราเคยใส่ตั้งเยอะนะ”      แขนเล็กยกแขนยาวๆของกิโมโนฟุริโซะเดะที่ตนสวมอยู่ขึ้นมาดู ไม่รู้ว่าเจ้าคนสนิทจอมซุกซนไปหาชุดของคนธรรมดาเพื่อเอามาให้เขาปลอมตัวแบบนี้จากที่ไหนกัน ลวดลายสดใสถึงจะไม่วิจิตรเท่าที่เขาเคยใส่ แต่มันก็น่ารักสมวัยและเข้ากับพื้นผ้าสีเหลืองได้เป็นอย่างดี


“ องค์ชาย! ท่านดูนั่นสิ”        เสียงใสเรียกให้ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นไปมองตาม แล้วนัยน์ตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างกับภาพที่เห็น ขบวนแห่มิโกะชิกำลังเคลื่อนที่ช้าๆอยู่ตรงหน้า โคมไฟที่ประดับประดานั้นสวยงามจับใจ สะกดสายตาของเหล่าผู้คนที่มารอดู...จะว่าไปร่างเล็กบางทั้งคู่ก็ไม่เคยเห็นขบวนแห่ในระยะใกล้ขนาดนี้ เพราะยามเมื่อมากับองค์จักรพรรดิเมื่อหลายปีก่อนก็ต้องนั่งดูอยู่บนพลับพลาที่ไกลออกไป ยามนี้นัยน์ตาคู่สวยทั้งสองคู่จึงมองมันด้วยสายตาเป็นประกาย


“ เข้าไปดูใกล้ๆกันเถอะ!”         เจ้าคนสนิทเอ่ยบอกพรางจับมือเล็กให้เดินเข้าไปดูใกล้ๆด้วยกัน


“ อื้อ!”      ใบหน้าเปื้อนยิ้มเอ่ยตอบโดยไม่ลังเลพร้อมก้าวขาตามไป ทิ้งให้อีกสองคนที่พามาได้แต่ยืนมองอยู่ในเงามืด


นัยน์ตาสีดำคมกล้ามองแผ่นหลังเล็กของผู้เป็น “น้องชาย” ไม่ให้หายไปจากสายตา แต่ทว่าก็ไม่มีทีท่าว่าจะเดินเข้าไปอยู่ใกล้ๆ....สึนะโยชินั้นแทบจะไม่ได้ออกจากตำหนักไปไหน เพราะฉะนั้นจึงแทบไม่มีใครรู้จัก หากมายืนอยู่ในชุดแบบชาวบ้านๆที่ดูเผินๆก็เป็นเพียงคุณหนูจากตระกูลไหนสักแห่งแบบนี้มันคงปลอดภัยกว่าจะให้เขาซึ่งใครๆก็รู้ว่าคือองค์ชายที่หนึ่งออกไปยืนเคียงข้าง


“ ท่านไม่ออกไปหรอ?”       เสียงทักจากร่างสูงใหญ่ทหารคู่ใจของมุคุโร่เอ่ยขึ้น องค์ชายที่หนึ่งเพียงแค่ยืนมองคนในปกครองของตัวเองนิ่งโดยไม่ได้ตอบอะไรออกไป....หึ ตัวเองก็อยู่ในสถานะเดียวกันแล้วยังจะมาถามอีก


“ ท่านดูองค์ชายเล็กไปก็แล้วกัน ส่วนโกคุเดระข้าจะเป็นคนดูแลเอง”      เสียงทุ้มบอกออกมาอย่างชัดเจนถึงความประสงค์ของตนให้นัยน์ตาคมขององค์ชายที่หนึ่งเหลือบไปมอง  นัยน์ตาของยามาโมโตะนั้นแน่วแน่จนคนที่ถูกเรียกว่าองค์ชายหมายเลขหนึ่งอย่างเขายังสู้ไม่ได้...คนคนนี้คงจะไม่มีลังเลเลยสินะ ที่จะทำให้เด็กนั่นกลายมาเป็นของตัวเอง


น่าอิจฉาจริงๆ....


“ เจ้า....มาอยู่ที่นี่จะดีหรือ”       น้ำเสียงนิ่งขององค์ชายที่หนึ่งเอ่ยถามคนที่ยังคงมองเพียงแผ่นหลังบอบบางเจ้าของผมสีเงิน


“ ถ้าท่านหมายถึงองค์ชายที่สองละก็...ไม่เป็นไรหรอก....ข้าบอกท่านมุคุโร่เอาไว้แล้ว ว่าที่ข้ามาอยู่ด้วยนั้นเพราะข้ากำลังตามหาใครบางคน และหากข้าเจอคนคนนั้นแล้ว ไม่ว่าคำสั่งอะไรที่จะเกี่ยวข้องกับคนคนนั้นข้าก็จะไม่สนใจ....ท่านมุคุโร่สั่งให้ข้าไปรบหรือสั่งให้ข้าฆ่าคนได้ แต่จะสั่งให้ข้าทำร้ายหรือเลิกปกป้องโกคุเดระไม่ได้”      สิ่งที่ได้ยินทำเอาองค์ชายที่หนึ่งถึงกับนิ่งไป ในใจรู้สึกนับถือชายผู้นี้ที่ทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่รัก


แล้วยิ่งหันมามองตัวเองที่ปล่อยให้หน้าที่อยู่เหนือทุกสิ่งยิ่งไม่อาจสู้ได้....


ร่างสูงของทั้งคู่หันกลับมาจับจ้องอีกสองคนที่ดูท่าจะสนุกสนานไปกับภาพของงานเทศกาลตรงหน้า แต่ทว่า...เสียงร้องอย่างโกลาหลจากทางท้ายขบวนแห่ก็ทำให้ร่างกายของทั้งคู่ขยับเข้าไปคว้าข้อมือของร่างเล็กบางทั้งสองคนออกมาให้ห่างจากขบวนแห่ทันที


“ ไฟไหม้!!! ช่วยกันดับไฟที!!


เสียงตะโกนโหวกเหวกนั่นทำให้กลุ่มคนเริ่มจะแตกหือ บ้างก็หนีเอาตัวรอดบ้างก็เข้าไปช่วยกันดับไฟ ภาพของงานเทศกาลที่เคยสวยงามอยู่จนถึงเมื่อครู่บัดนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย


“ กะ เกิดอะไรขึ้นกันนะ...”      องค์ชายร่างเล็กที่ถูกดึงให้ห่างออกมาจากขบวนพยายามมองไปที่ต้นเสียง และเพียงไม่นานกองเพลิงก็โหมกระหน่ำขึ้นจนมองเห็นเป็นเปลวไฟสูงได้อย่างชัดเจน


“ ไฟไหม้...งั้นหรอ...”       ดูท่าว่าเจ้าคนสนิทเองก็จะตกใจไม่แพ้กัน มือเผลอเกาะแขนของยามาโมโตะแน่น


“ ดูท่าเราจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้วละ ลมแรงมากคืนนี้ มีหวังไฟลามมาถึงนี่แน่ๆ”       แม่ทัพร่างสูงที่รู้ทิศทางลมเป็นอย่างดีเอ่ยบอก ใบหน้าคมขององค์ชายที่หนึ่งก็ดูจะเห็นด้วย


“ แต่ว่า ไม่อยู่ช่วยดับไฟก่อนหรอ”     องค์ชายเล็กหันมามองด้วยท่าทางตื่นๆ


“ อยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก ศาลเจ้านี้ตั้งอยู่บนเขา ถ้าจะต้องใช้น้ำมากขนาดนั้นต้องขี่ม้าลงไปเอาที่ลำธารด้านล่างขึ้นมา”     องค์ชายที่หนึ่งเอ่ยเสียงเรียบ


“ แต่ว่า....”


“ ข้าต้องพาเจ้ากลับโดยไร้รอยขีดข่วน ส่วนเรื่องดับไฟก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนที่นี่ไป ถึงเจ้าจะเป็นจักรพรรดิก็ทำทุกอย่างด้วยมือของตัวเองไม่ได้หรอกนะ”        ใบหน้าคมยังคงนิ่งเฉย มือใหญ่จับมือเล็กให้เดินตามไปที่ม้า ใบหน้าน่ารักยังคงหันไปมองที่ความโกลาหลนั้นอย่างที่อยากจะช่วยเหลือ


ม้าสองตัววิ่งผ่าเปลวเพลิงที่ดูจะโหมไหม้ไวกว่าที่คิดออกไป ร้านรวงที่เคยเต็มไปด้วยเสียงเฮฮาบัดนี้กลับมีแต่เสียงไฟปะทุและเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ใบหน้าน่ารักหันไปมองผู้คนอย่างรู้สึกเจ็บใจที่ไม่อาจจะช่วยเหลืออะไรได้ สองมือเล็กกำแน่นจนคนอีกสามคนมองเห็นได้อย่างชัดเจน


“ จับแน่นๆ”      องค์ชายที่หนึ่งกระซิบบอกคนในอ้อมแขน ม้าสีดำจำเป็นต้องวิ่งหลบหลีกเศษไม้ที่หล่นลงมาด้วยอานุภาพของเพลิงที่โหมกระหน่ำ ทำให้อาจจะพลัดตกลงไปง่ายๆ


“ ช่วยด้วย...”      เสียงของใครคนหนึ่งทำให้นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้หันไปมอง ก่อนที่จะสบประสานไปกับนัยน์ตาดำขลับของเด็กคนหนึ่งซึ่งล้มอยู่ท่ามกลางกองเพลิง ม้าสีดำวิ่งทะยานผ่านหน้าเด็กคนนั้นไป


“ ท่านพี่!!


“ หยุดม้าก่อน ไปช่วยเด็กคนนั้นก่อน ท่านพี่!!”        ร่างเล็กบางหันมามองคนที่ยังคงบังคับม้าให้วิ่งออกไปด้วยสายตาอ้อนวอน ใบหน้าคมได้แต่ทำเฉยชาแล้วบอกออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆว่า


“ ม้ารับน้ำหนักได้แค่เจ้ากับข้า และข้าก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอันตรายด้วย”       จะว่าใจร้ายหรือใจยักษ์แต่หากเจ้าเป็นอะไรไปข้าคงอยู่ไม่ได้ ม้าสีดำยังคงมุ่งหน้าผ่าเปลวเพลิงโดยไม่สนใจว่าใครจะร้องขอความช่วยเหลือ


“ ท่านพี่...แต่ว่าเด็กคนนั้น”       ใบหน้าน่ารักยังคงหันกลับไปมองด้วยแววเจ็บปวด องค์ชายที่หนึ่งซึ่งเคยได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมและเย็นชา บัดนี้ในหัวใจกลับกำลังตีกันให้ยุ่ง ถ้ากลับไปช่วยเด็กนั่น สึนะโยชิอาจจะเป็นอันตราย แต่ถ้าไม่กลับไปสึนะโยชิอาจจะคิดว่าเป็นความผิดของตนก็ได้ ไม่ว่าจะทางไหนเขาก็ไม่ชอบใจทั้งนั้น


“ องค์ชาย! พวกท่านเป็นอะไรหรือเปล่า?!”       แต่แล้วเสียงของยามาโมโตะก็ดังตะโกนไล่อยู่ข้างๆ ในอ้อมแขนของร่างสูงไม่มีเจ้าคนสนิท สงสัยว่าจะพาไปหลบอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว


“ ยามาโมโตะ ทาเคชิ...ฝากสึนะโยชิสักครู่”        แล้วท่อนแขนแข็งแรงก็ตวัดรอบเอวบางก่อนจะยกข้ามไปยังฝั่งม้าสีขาว ใบหน้าคมของยามาโมโตะยังคงงงอยู่แต่ก็พยักหน้ารับปากแต่โดยดี ม้าสีดำที่บัดนี้มีเพียงองค์ชายที่หนึ่งคนเดียวตวัดตัวกลับก่อนจะพุ่งทะยานเข้าไปในกองไฟอีกครั้ง


“ ท่านพี่!! ระวังตัวด้วยนะ!”       องค์ชายเล็กได้แต่ตะโกนไล่หลังไปด้วยความขอบคุณ....


“ องค์ชายที่หนึ่ง..จะกลับไปไหนกัน?”        ยามาโมโตะควบม้าสีขาวทะยานออกไปจากกลุ่มกองเพลิง


“ คงกลับไปช่วยเด็กคนหนึ่งที่ล้มอยู่กลางกองเพลิงน่ะ...”      


“ หื๋อ?...อย่างองค์ชายที่หนึ่งเนี่ยนะ?...ข้าเคยได้ข่าวมาว่าขนาดทหารที่บาดเจ็บยังทิ้งไว้ได้เลยแล้วทำไมคราวนี้....”       คำพูดของยามาโมโตะทำให้นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง....เพราะเขาอย่างนั้นหรอ?....ที่ท่านพี่กลับไปช่วยเด็กคนนั้นเพราะเขารบเร้าอย่างนั้นหรอ?


เมื่อมาคิดดูให้ดีๆแล้ว....ท่านพี่เป็นถึงองค์ชายรัชทายาท จะต้องเด็ดเดี่ยวและให้ความสำคัญกับชีวิตของตัวเองเป็นที่หนึ่ง เพราะหากขาดจักรพรรดิ ราษฎรจะอยู่ได้อย่างไร....แล้วนี่เขาทำอะไรลงไป ถ้าท่านพี่เป็นอะไรขึ้นมาเพราะคำขอร้องที่ไม่เคยไตร่ตรองก่อนของเขาจะทำยังไง...


ร่างเล็กๆในอ้อมแขนเงียบไป ทำให้คนที่บังคับเจ้าม้าสีขาวรู้สึกแปลกใจ   “ท่าน...ไม่ได้บาดเจ็บที่ไหนใช่ไหม? เพราะถ้าเป็นงั้นโกคุเดระได้ด่าข้าปางตายแน่ๆเลยละ”     คำพูดทีเล่นทีจริงทำให้ใบหน้าที่เริ่มเต็มไปด้วยความกังวลหลุดออกมาจากภวังค์


“ จริงสิ...แล้วโกคุเดระล่ะ? โกคุเดระคุงอยู่ที่ไหนหรอยามาโมโตะ?”        คำถามสิ้นสุดลงพร้อมๆกับม้าสีขาวที่ชะลอตัวจนหยุดอยู่ที่หน้าศาลาไม้หลังหนึ่งซึ่งดูท่าว่าจะห่างไกลออกมาจากบริเวณศาลเจ้าพอสมควร


“ เอาละ ถ้าเป็นที่นี่ไฟคงลามมาไม่ถึง...ท่านรออยู่ที่นี่สักพักนะ ข้าจะกลับไปดูโกคุเดระก่อน....ตอนที่ขี่ม้าออกมาด้วยกันพอดีเหลือบไปเห็นม้าของพวกคณะละครเข้าน่ะ โกคุเดระเลยลงไปขี่ม้านั่นเพื่อไปช่วยชาวบ้านขนน้ำขึ้นมาจากลำธาร”       จริงสิ...โกคุเดระเองก็พอจะขี่ม้าเป็นนี่นะ....


“ มีแต่ข้า...ที่ไม่สามารถช่วยอะไรใครได้เลย...”         ใบหน้าเล็กสลดลง แม่ทัพหนุ่มจึงได้แต่ยิ้มอ่อนโยน


“ อย่าลืมสิ...ว่าท่านเป็นคนช่วยเด็กที่กำลังจะตายในกองไฟคนนั้นนะ”         รอยยิ้มถูกส่งมาให้พร้อมกับกำลังใจ ก่อนที่ยามาโมโตะจะหันหลังกลับไปพร้อมกับเจ้าม้าสีขาว องค์ชายเล็กยืนมองแผ่นหลังที่จากไปพร้อมกับคำขอบคุณในใจ


ร่างเล็กบางได้แต่ยืนชะเง้อคอมองทุกๆคนให้กลับมาอย่างปลอดภัย สองมือยกขึ้นมาบีบกันเพื่อช่วยระบายความร้อนลนในใจ เรื่องเดียวที่พอจะทำได้คือภาวนาให้ไฟดับลงโดยไวและไม่มีใครเป็นอะไร


เพราะมัวแต่ห่วงคนอื่นเลยไม่ได้สนใจสภาพรอบๆกาย ศาลาที่พักนี่ตั้งอย่างโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางป่าเขา หากในยามปกติแล้วร่างเล็กคงจะไม่มีทางมายืนอยู่แบบนี้คนเดียวได้แน่ๆ


ซู่......


สายลมที่พัดอย่างรุนแรงอยู่แล้วกลับพัดโหมเข้ามาในทีเดียว คบไฟที่ติดอยู่ตามเสาทั้งสี่ต้นดับลงไปในทันที


“ อ๊ะ!!”        องค์ชายเล็กได้แต่อุทานอยู่ในความมืด  นัยน์ตาที่ยังไม่คุ้นชินจึงเห็นทุกอย่างดำสนิท


“ หว๋า...ถ้าท่านพี่กลับมาจะมองเห็นข้าไหมเนี่ย...”      เสียงครางเอ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน นัยน์ตากลมโตพยายามปรับสายตาแล้วหันมองไปมองมารอบๆตัวอย่างไม่รู้จะทำยังไง ได้ยินเสียงลมพัดแรงๆผสมปนเปมากับเสียงกีบเท้าม้ายิ่งทำให้ลนลาน จะร้องเรียกก็ไม่แน่ใจว่านั่นคือองค์ชายที่หนึ่งหรือเปล่า


ในขณะที่กำลังไม่รู้ว่าจะทำยังไง จู่ๆมือเล็กก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือของใครอีกคน


มองไม่เห็นเลยว่าคนคนนั้นคือใคร....


เสียงของอะไรบางอย่างดังอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะหรี่ลงเพราะแสงสว่างดวงเล็กๆที่แว่บเข้ามา...


มือของใครบางคนที่เคยจับมือเล็กเอาไว้หายไป....พร้อมๆกับดอกไม้ไฟที่เข้ามาอยู่ในมือแทน....



ดอกไม้ไฟ........



“ มุคุโร่?.......”        ทำไมถึงได้นึกถึงคนคนนี้...ทำไมใบหน้าเรียวนั่นถึงแทรกเข้ามาในหัวอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้


“ มุคุโร่!! นั่นเจ้าใช่ไหม?!”        ทำไมเสียงร่ำร้องในใจจึงคิดว่าใช่....ทำไมกัน....




“ สึนะโยชิ? เกิดอะไรขึ้น?”          แต่เสียงที่ตอบกลับมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าม้าที่หยุดลงนั้นเป็นขององค์ชายที่หนึ่งซึ่งยังคงมองไปรอบกายอย่างไม่ไว้วางใจ


“ อ๊ะ! ปะ เปล่าท่านพี่....ไม่มีอะไร.....”        นัยน์ตากลมโตได้แต่เสลงไปมองที่พื้นดิน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของคนคนนั้นยังคงอยู่ ถึงแม้ว่าบัดนี้ดอกไม้ไฟในมือจะค่อยๆอ่อนแสงลง....มุคุโร่....เป็นเจ้าใช่ไหม...บอกข้าหน่อยสิว่าข้าไม่ได้คิดไปเอง....


“ แค่กๆๆ”        เสียงไอทำให้ใบหน้าน่ารักหันไปมอง สองตาเบิกกว้างน้อยๆเมื่อเห็นว่าเด็กคนที่ล้มอยู่ในกองเพลิงปลอดภัยดี ร่างเล็กตรงรี่เข้าไปหา องค์ชายที่หนึ่งอุ้มเด็กคนนั้นลงมาจากหลังม้า


“ เป็นไงบ้าง...”        มีเพียงรอยยิ้มอย่างอ่อนแรงส่งกลับมาให้ ก่อนที่เด็กคนนั้นจะหลับไป


“ ปล่อยให้อยู่ที่นี่เดี๋ยวก็มีคนมาช่วย ดูเหมือนไฟจะเริ่มมอดไปบางส่วนแล้ว...เจ้าต้องกลับตำหนักกับข้าเดี๋ยวนี้”        ร่างสง่าหันมาบอกด้วยใบหน้านิ่ง คราวนี้ร่างเล็กพยักหน้ายอมทำตามแต่โดยดี รอยยิ้มจากใจถูกส่งมาให้ก่อนที่จะก้าวขึ้นหลังม้า


“ ท่านพี่....ขอบคุณนะ....”       



....ก็เพราะแบบนี้แหละ ข้าถึงเลิกทำเพื่อเจ้าไม่ได้สักที....













แสงเทียนสาดส่องอยู่ในห้องเรียบโล่ง เงาร่างสง่างามฉายชัดอยู่ที่ผนัง พัดที่บังใบหน้าไปกว่าครึ่งเอ่ยบอกเบาๆให้คนที่อยู่ที่หน้าประตูเลื่อนเข้ามาได้ เงาดำทะมึนในชุดของนินจาลอบสังหารผลุบหายเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น


“ พระสนมเอก...คราวนี้ก็ต้องขออภัยที่ข้าทำไม่สำเร็จ”         นินจาในชุดดำก้มหัวรับความผิดแต่โดยดี


“ ช่างเถอะ...ข้าก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว เพราะคราวนี้จู่ๆเด็กนั่นก็คิดที่จะหนีไปงานเทศกาล ข้าเลยวางแผนให้พวกเจ้าไม่ทัน”         พัดใบมือโบกเป็นเชิงไม่เอาความ


“ ความจริงก็พอจะมีโอกาสลงมือตอนที่ลมพัดจนคบเพลิงดับ แต่จู่ๆเด็กนั่นก็จุดดอกไม้ไฟทำให้องค์ชายที่หนึ่งมาเจอเข้า ข้าเลยพลาดโอกาสลงมือ”       ใบหน้าสวยสง่าของพระสนมเอกชายตาไปที่ห้องฝั่งตรงข้ามของระเบียงอย่างครุ่นคิด....ไม่น่าจะเป็นไปได้ในเมื่อแค่จะลุกเดินยังไม่ค่อยจะไหว....มือบางโบกพัดเป็นทำนองว่าช่างมัน นินจาลอบสังหารก้มหัวให้ก่อนจะหายไปจากห้องอย่างไร้ร่องรอย


ร่างสง่าเดินออกจากห้องก่อนที่จะมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของลูกชาย


“ ท่านแม่?”        เสียงคุ้นเคยเอ่ยออกมาจากข้างใน


“ ยังไม่นอนอีกรึมุคุโร่ ถ้าไม่พักเสียบ้างจะไม่หายเอานะ”        นางพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็เดินจากไป....นัยน์ตาสองสีหลุบต่ำลง....ไม่ได้ดีใจเพราะนางไม่ได้มาดูเพราะความเป็นห่วง...คงจะแค่มาตรวจดูว่าเขายังอยู่หรือไม่ก็เท่านั้น  สองมือกระชับเสื้อกิโมโนโชกไปด้วยเหงื่อที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม



เพราะท่านไม่เคยห่วงข้าเลยไม่เคยคิดที่จะเปิดประตูเลื่อนเข้ามาดู


เพราะหากท่านเปิดประตูเข้ามาท่านก็จะรู้ได้ทันทีว่าข้า...เป็นคนทำลายแผนการของท่านเอง....









.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.



หิมะ....หยดน้ำ....ความรัก..... : 10 End

.
.
.

โปรดติดตามตอนต่อไป.....ไป......ไป






เหะเหะ หายไปนานร่วมปีกับฟิคเรื่องนี้ ขะ ขอโทษนะค้า m(_ _)

ครึ ครึ ถ้าจะมีใครสังเกตเห็นก็คงจะรู้แล้วว่า...มันมีตอนนึงที่หายไป *w*...แต่ถึงจะหายไปก็ไม่มีปัญหาอะไรกับเนื้อเรื่องหลักหรอกน่า ก็แค่เป็นตอนของยามะก๊กเท่านั้นเอ๊ง =3= (กวนบาทาสิ้นดี555) เป็นตอนเฉลยเบื้องลึกเบื้องหลังของสองคนนี้ค่ะ ว่ายามะที่จริงแล้วเป็นอะไรกับก๊กกันแน่ ทำไมถึงตามหามานานขนาดนั้น และตามหาเพื่ออะไรกันแน่

อ่ะ แต่ก่อนจะเวิ่นออกทะเลไปเรื่อย.....สาเหตุหลักที่กลับมาปั่นฟิคมหากาพย์เรื่องนี้อีกทีนั่นก็เพราะว่า....วาระเวียนมาบรรจบครบหนึ่งปีสำหรับฟิคเรื่องนี้...


สุขสันต์วันเกิดค่าคุณเปา!!!


ก็เพราะว่า หิมะ...หยดน้ำ...ความรัก.... เป็นฟิคที่ตั้งใจแต่งให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณเปาแหละน้า เพราะงั้นวันนี้เลยได้ฤกษ์งามยามดีเอามาลงอีกซักที อิอิ ตกลงหล่อนจะลงปีละวันชิมิ อะ เอาเป็นว่า ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องฟิคช่วงนี้จะยังไม่ค่อยเกี่ยวกะคุณมุเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ยกเรื่องนี้ทั้งเรื่องให้เป็นของขวัญอ่ะนะ (แถได้อีก) เพราะงั้นมีความสุขมากๆนะคะคุณเปา ขอให้หน้าที่การงานผ่านไปได้ด้วยดีมีเวลาอู้เยอะๆ(เฮ้ย) ขอให้ปีนี้ก็เป็นปีที่ดีไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมากล้ำกลาย (กินสัปป้าพันธุ์ดีมีวิตามินซีสูงจะทำให้ไม่เจ็บไม่ป่วยนะ กร๊ากก) คิดอะไรก็ได้ดังหวังนะ และสุดท้าย ขอบคุณมากๆที่อยู่ด้วยกันเป็นกำลังใจให้กันตลอดมา ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ ^ ^

แอบแปะของขวัญรุ่นมินิที่นี่อีกรอบ ฮี่ๆๆ ความจริงในรูปตั้งใจจะเขียนว่าเค้กของขวัญวันเกิด หรือสัปป้าของขวัญวันเกิด แต่ว่าเนื่องจากโฟโต้เฉาะที่ใช้อยู่ยังมีปัญหากับ “ญ” เพราะงั้นเลยพิมพ์คำว่าของขวัญไม่ได้ ฮ่าๆๆ เลยออกมาเป็นเงี้ย...



                                              จิ้มที่ภาพเพื่อให้เกิดรูปหญ่ายยยยย

อ้า....ความจริงตั้งใจว่าจะลงตอนที่ 11 พร้อมกัน แต่มันมีเหตุสุดวิสัย(?)นิดหน่อยเลยไม่เสร็จตามเวลาที่ควร เผลอนอนหลับข้ามไปอีกวันนึง แต่อีกไม่นานเกินรอแน่ค่า แหะแหะ สำหรับใครที่รอ Blooming Heart ก็จงรอต่อไป (โดนตบ!) TT[ ]TT ก็คนมันโดนล่อลวงอ่ะ งานเยอะบัดโซ๊บบบบเลยค่ะหมู่นี้ ฮ่าๆๆ

แล้วเจอกันตอนหน้าน้า....


ปล.โดนล่อลวงด้วยไอ้นี่อยู่ล่ะ.......



Hagaren B!!

ดูเรื่องนี้ไปพร้อมๆกับนารุโตะ ชิปปุเด็น สครีมไม่ถูกกันเลยทีเดียว ง๊ากกกก  ว่าแต่สปอยด์ล่าสุดของนารุโตะนี่...เกะน่ารักเนอะคะ เกรียนแค่ไหนพอได้เจอพี่ชายกลายเป็นเด็กติดพี่ขี้อ้อนซะงั้น อร๊ายยยย





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น