[Au S.Fic HBD.Snow Fredel][All59] Alice in Vongola World =[ ]=!!!
: KHR fanfiction Au
: All59 [All59]
: RomanticComedy
: PG
คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ
[ วันนี้อากาศจะสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งมีเมฆเล็กน้อย และไม่มีฝนตกค่ะ เหมาะแก่การออกไปชมซากุระเป็นอย่างยิ่ง ]
เสียงพยากรณ์อากาศดังลอดออกมาจากห้องนั่งเล่นซึ่งมีเจ้ากระต่ายอลิสนั่งแทบจะจมหายไปกับโซฟากับเจ้าหมาสองบุคลิกนอนคว่ำเขียนอะไรขยุกขยิกในกระดาษแผ่นเล็กอยู่ข้างๆ และเมื่อผมก้าวขาเข้าไปในห้อง...
“ รุ่นที่สิบครับ!” กระต่ายอลิสตัวจิ๋วหันควับพร้อมเรียกจนผมสะดุ้งโหยง อะไร! ไอ้หมานั่นจะวางยาผมตรงไหน! หรือว่าจะมีสับปะรดหล่นมาจากไหน! อยู่ไหน! อะไร!
“ เจ้าพวกนั้นมันไปทำอะไรกันที่ใต้ต้นไม้สีชมพูกันครับ” นิ้วเล็กชี้ไปที่หน้าจอโทรทัศน์ซึ่งกำลังฉายภาพเทศกาลชมซากุระบริเวณสวนสาธารณะประจำเมือง เฮ้อ...ผมถึงกับลอบถอนหายใจ...นี่ผมกลายเป็นพวกวิตกจริตไปตั้งแต่เมื่อไหร่?....เหล่ตามองไอ้หมาสองบุคลิกที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว....เพราะมัน....เพราะมันนั่นแหละ!
“ อ่า....มันเป็นเทศกาลสำคัญของคนญี่ปุ่นน่ะ เพราะซากุระเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญและจะบานเพียงปีละครั้งเท่านั้น” ใบหน้าเล็กน่ารักพยักหน้าหงึกๆ มือหนึ่งขยับแว่นตามือหนึ่งจดสิ่งที่ผมบอกลงสมุดจดประจำตัวอย่างตั้งอกตั้งใจ....อ้า....เลิกโมเอ้ซักวันจะเป็นไรไหม
“ อย่างงี้นี่เอง....มันคือเทศกาลแห่งการแย่งชิงสินะครับ...” ยะ...แย่งชิงอะไร?
“ ยามาโมโตะ!” เจ้ากระต่ายอลิสหันไปเรียกเจ้าหมาป่าที่กำลังง่วนกับการเขียนสูตรยาแปลกๆให้หันหน้ามาพร้อมด้วยดวงตาเป็นประกายและหูหระดิกไปมา
“ จ๋า....”
“ แกไปเอาต้นไม้สีชมพูนั่นมาให้รุ่นที่สิบเดี๋ยวนี้!”
“ ได้เลย!!” เดี๊ยวววว! เข้าใจผิดไปไหนต่อไหนกันแล้ว! ผมรีบคว้าตัวเจ้าหมายามาโมโตะเอาไว้ก่อนที่มันจะไปไล่ฟันต้นซากุระแล้วแบกมาที่บ้านผมให้ชาวบ้านชาวเมืองเค้าตามมาประจานได้
“ ฟังนะ...เทศกาลนี้เราก็แค่ไปนั่งชมดอกไม้ที่ใต้ต้นมันเท่านั้นเอง...ไม่ต้องไปตัดมันมาเข้าใจไหม?” เจ้ากระต่ายอลิสนั่งทับส้นฟังอย่างตั้งใจราวกับพ่อกำลังสอนลูกสาวยังไงอย่างงั้น
“ อืม...ถ้างั้น...เราไปชมซากุระกันดีไหม พวกนายจะได้รู้จักเทศกาลแบบนี้ด้วย”
“ ครับ!” นัยน์ตาสีมรกตคู่เล็กเป็นประกายวิ้งวับ แล้วไม่ช้าเราสามคนก็เตรียมตัวออกจากบ้าน....
ก่อนอื่นก็ต้องไปจองที่ก่อนสินะ....
แต่สายแล้วแบบนี้จะยังมีที่ดีๆเหลืออยู่บ้างไหมน้า.....
แกรก.....
ก่อนที่มือของผมจะถึงลูกบิดประตูหน้าบ้าน เสียงไขกุญแจพร้อมใครบางคนก็เปิดประตูเข้ามา
“ คึหึหึ....อรุณสวัสดิ์ครับ....ได้ข่าวว่ากำลังจะไปชมซากุระกันหรือครับ...” ผมถึงกับอ้าปากค้าง...กรุณาอย่าทำเหมือนกับเป็นบ้านตัวเองที่นึกจะไขกุญแจเข้ามาก็ไขหน้าตาเฉยแบบนี้ได้ม๊ายยย แล้วแกรู้ได้ไงว่าเรากำลังจะไปไหนกัน!
“ ไอ้สับปะรดโรคจิต! อย่าเข้ามาใกล้ท่านรุ่นที่สิบนะ!” .....นายนั่นแหละอย่าเข้าไปใกล้ม๊านนน!......เจ้ากระต่ายอลิสกระโดดเข้ามาขวางหน้าผมกับเจ้าหมอสับปะรดพร้อมยกสองแขนเล็กๆกั้นไม่ให้อีกคนเข้ามา ใบหน้าน่ารักเชิดมองคนที่ตัวสูงกว่าหลายเท่าอย่างไม่ได้กลัวเกรง
“ คึหึหึ....ฮายาโตะคุง...วันนี้ก็ยังคงน่ารักน่าผ่าเหมือนเคยเลยนะครับ...” นัยน์ตาสองสีเป็นประกายระยิบระยับ แก้มแดงระเรื่อ ยิ้มละไม จ้องมองสิ่งมีชีวิตเล็กๆตรงหน้าตาไม่กระพริบ
“ เชอะ! ไม่ต้องมาชม ชั้นไม่ยกรุ่นที่สิบให้แกหรอก!” ดูเหมือนเจ้าตัวจิ๋วนี่กำลังคิดว่าตัวเองกำลังปกป้องผมอยู่สินะ แต่ที่จริงแล้วมันกลับกันตะหาก!
“ อ้า...จะยังไงก็ช่าง แต่วันนี้คุณกระต่ายน้อยต้องอยู่ตรวจร่างกายกับผมนะครับ ตรวจฟรีไม่เสียเงิน เพราะงั้นจึงไม่ต้องรบกวนกระเป๋าตังค์ของคุณรุ่นที่สิบด้วยนะครับ สนใจไหมครับ?” น่าน...หลอกล่อกันงี้เลยเร๊อะ....แค่ได้ยินคำว่าของฟรีเจ้ากระต่ายอลิสก็ถึงกับหูตั้ง....แล้วยังมีชื่อผมอยู่ในประโยคอีกตะหาก....แบบนี้ไม่ต้องรอให้พูดจบเจ้ากระต่ายแสบนี่ก็แทบจะเดินตามไปเข้าห้องตรวจแล้วเนี่ย
“ สึนะ! หลบไป!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง ร่างกายที่เริ่มจะไวต่ออะไรบางอย่าง(?)ของผมเอนหัวหลบทันที แล้วมีดปังตอก็พุ่งหลาวเฉียดหน้าผมไปแค่เซ็นต์เดียว....ตรงดิ่งแหวกอากาศเฉียดขั้วสับปะรดไปน้อยยิ่งกว่าหัวผมซะอีก
“ ฮะ ฮะ....ผสมยาผิด...พอหยดลงไปที่มีดแล้วทำไมมันถึงบินได้ก็ไม่รู้....” ......ยา ?.....ชั้นว่ามันมาจากมือแกเองมากกว่า.....แต่จะว่าไป.....ไอ้หมานี่มันกะฆาตกรรมซ้ำซ้อนเลยไม่ใช่รึเนี่ย! ถึงจะบอกให้ผมหลบแต่มันบอกซะที่ไหนล่ะว่าให้หลบไปทางไหน ถ้าสายเลือดแห่งวองโกเล่ไม่ไหลเวียนอยู่ในตัวผมป่านนี้คงซี้ม่องเท่งเพราะมีดบินของมันนั่นแล้ว! แล้วทีนี้พอมันเสียบหัวผมทะลุออกไปก็เป็นหัวไอ้หมอสับปะรดนั่นต่อ!
“ อะ...เอาละ...ฉันว่าเราไปกันดีกว่านะ...” รีบไปจากตรงนี้ดีกว่า ก่อนที่ไอ้หมานี่มันจะกลับไปปรุงยาอีก แถมประกายไฟเปรี๊ยะๆที่ออกมาจากสายตาของหมอกับหมาคู่นี้มันก็ไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด
“ คึหึหึ....สายป่านนี้แล้ว คงไม่มีที่สำหรับชมซากุระแล้วละครับ...ถ้ายังไงสนใจให้ผมสร้างให้ที่นี่เป็นดินแดนสวรรค์ล้อมรอบไปด้วยดอกซากุระให้ไหมครับ...ค่าบริการก็แค่เดทกับคุณกระต่ายน้อยหนึ่งวันก็พอครับ” และยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไร เครื่องมือแพทย์ปริศนานามว่าสามง่ามก็กระแทกลงไปที่พื้นทันที....นี่มันมัดมือชกนี่หว่า!
และแล้ว.....
กลีบซากุระก็โปรยปรายลงมาทันที โลก ณ ที่นี้กลายเป็นสีชมพูอ่อนหวาน ไม่ว่าจะหันไปทางไหนดอกซากุระก็บานสะพรั่ง ตั้งแต่ต้นพลับ บอนไซ ใบหลิว แม้แต่ผักสวนครัวหลังบ้านก็ยังออกดอกเป็นซากุระ!!!
“ ไปกันเถอะทั้งสองคน...ถึงจะไม่มีที่นั่งแต่เราเดินเล่นในงานเทศกาลก็ได้เนอะ” ผมพากระต่ายอลิสและเจ้าหมาสองบุคลิกเดินออกจากบ้านโดยไม่แยแสคนบ้าปล่อยให้มันพร่ำพรรณนาถึงความงามหยดของดอกผักชีสีชมพูของมันต่อไป.....
........................................................................................................................................................................................
บริเวณสวนสาธารณะคนมากอย่างที่คิด แทบจะทุกพื้นที่ต่างเต็มไปด้วยผ้าใบรองนั่งสีฟ้าสดตัดกับกลีบซากุระของแท้ที่โปรยปรายลงมาอย่างนุ่มนวล ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็หาที่ว่างไม่ได้เลย ผมและเจ้าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทั้งสองยังคงเดินไปเรื่อยๆ ผ่านผู้คนที่จ้องมองโกคุเดระคุงกับยามาโมโตะด้วยความสนใจ...ผมคิดถูกหรือเปล่านะที่พาออกมาแบบนี้...หรือว่ากลับไปผมจะต้องมีภาระมากขึ้นจากการที่มีคนพิลึกๆมาคอยฉกชิงโกคุเดระเพิ่มขึ้นอีก (แต่เจ้าหมายามาโมโตะผมไม่หวงมันหรอกนะ ใครมาฉกชิงไปนี่ผมคงแทบจะแถมเงินให้เลยด้วยซ้ำ!) แต่อีกความรู้สึกนึง....มีลูกสาวน่ารัก คนเป็นพ่อก็อยากเอามาอวดทั้งนั้นแหละ!
บริเวณถนนภายในสวนสาธารณะต่างเต็มไปด้วยร้านค้าอาหารและร้านของเล่น เป็นงานเทศกาลย่อยๆงานหนึ่งเลยทีเดียวก็ว่าได้ หันไปมองเจ้าลูกสาวกระต่าย สายตาระยิบระยับที่มองนู่นมองนี่อย่างตื่นเต้นทำเอาคนเห็นอย่างผมก็พลอยดีใจไปด้วยที่ได้ออกมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้
เอาเถอะ....ถึงจะมีใครเข้ามาอีก ก็คงไม่มีใครจะน่าสะพรึงกลัวเท่าไอ้สามคนที่พยายามฉกตัวอยู่นี่แล้วละ....และผมเชื่อว่าสามคนนั่นก็คงไม่ยอมมีคู่แข่งเพิ่มเข้ามาอีกเป็นแน่
“ รุ่นที่สิบครับ!”
“ รุ่นที่สิบ!” มัวแต่ยืนซาบซึ้งจึงเพิ่งมองเห็นเจ้ากระต่ายตัวจิ๋วกระโดดเหยงๆโบกไม้โบกมืออยู่ตรงหน้าผม
“ มีอะไรหรอโกคุเดระคุง”
“ ตรงนั้นมีที่ว่างครับ” นิ้วเล็กชี้ไปที่เนินใต้ต้นซากุระที่อยู่ห่างไกลผู้คน เป็นทำเลที่ดีมากทีเดียว
“ งั้นก็ไปนั่งกันเถอะ...” แล้วเจ้าหมาที่ไม่เคยกลัวอะไรก็ออกเดินนำหน้าไปอีกแล้ว....เดี๋ยวก่อนสิ....ที่ดีขนาดนั้นแต่ไม่มีคนจอง....มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่
จะห้ามก็ห้ามไม่ทัน ผมจึงต้องจำใจเดินตามทั้งสองคนไป
แฮ่.......ฮื่อ.......
นะ...นั่นไง.....
เสียงขู่กรรโชกดังทันทีที่ขาของผมเหยียบเข้าไปในเขตแดน(?)ของมัน หมาของแท้(?)พันธ์ล็อดไวเลอร์ขนดำเป็นมันตัวใหญ่เดินแยกเขี้ยวยิงฟันมาให้ สายตาโหดสมสายพันธ์มองมาที่ผมตาขวาง น้ำลายไหลย้อยจากเขี้ยวคมขาวดูท่าทางจะกระหายเลือด(?) ฮี้!!!
“ หยุดนะไอ้หมาบ้า! คิดว่าชั้นจะกลัวการขู่โง่ๆของแกรึไง!” ช่วยกลัวมันหน่อยเหอะลูกเอ้ย.....ในขณะที่ผมจะก้าวขาหนี แต่เจ้ากระต่ายอลิสกลับยืนชี้หน้าพร้อมตะโกนด่าหมาปาวๆ...โอยตายๆๆๆ....ตัวก็มีอยู่แค่นั้นยังจะไปทำเก่ง....จะไปสู้อะไรไอ้หมาโหดนั่นด๊าย
“ ขะ...ขอประทานอภัยครับ!” บอกหมาแล้วคว้าตัวโกคุเดระคุงขึ้นมาไว้ในมือได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปดก่อนที่ปากใหญ่ๆนั่นจะงับกลางตัวเล็กๆนั่นแค่นิดดดเดียว
“ เหวอ....ว๊ากกกก!!!” แล้วก็กลายเป็นผมเองที่เป็นเป้าหมายของฟันคมกริบพวกนั้น สองมือยกเจ้ากระต่ายอลิสให้สูงที่สุด สายตาแลไปเห็นเจ้ายามาโมโตะที่ยืนทำหน้าเอ๋อ อย่างมีพิรุธ....ปกติถ้าโกคุเดระคุงมีอันตรายมันต้องเข้ามาปกป้องสิ หรือว่ามันจะแพ้หมาด้วยกัน?
“ เพื่อให้นายปลอดภัย ฉันจะยอมเป็นนกต่อล่อไอ้หมาโหดนี่ไปเอง!”
“ ยามาโมโตะฝากด้วย!!” แล้วร่างกระต่ายอลิสที่เคยอยู่ในมือก็ลอยหวือไปตกอย่างพอดิบพอดีที่อ้อมแขนของเจ้าหมาป่ายามาโมโตะ
แง่งๆๆๆ แฮ่!!!
ว๊ากกกก!!
แล้วทั้งคู่ก็วิ่งไล่กันด้วยความรัก(?)จากไป
“ ระ....รุ่นที่สิบ....”
“ ทำใจเถอะโกคุเดระ...เราคงจะไปช่วยไม่ทันแล้วละ....อีกไม่นานสึนะก็คงจะไปเกิดเป็นดาวลูกไก่ในวองโกเล่คอสมิค(?) ยังไงนายก็จะยังคงได้เห็นสึนะตลอดไปนะ” เจ้าหมาป่าปล่อยกระต่ายอลิสในอ้อมแขนลงแล้วกอดปลอบใจอย่างเนียนๆ
“ ดาวลูกไก่รุ่นที่สิบ....ฮึก...ฮึก.....” ใบหน้าน่ารักสูดน้ำมูก ป้ายน้ำตาด้วยท่าทางสุดโมเอ้ เล่นเอาคนเนียนกอดอยากจะเนียนทำอย่างอื่นให้มันรู้แล้วรู้รอด
“ ใช่....ถ้านายอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ...ให้แผ่นอกของข้ารับน้ำตาของเจ้าเอาไว้(คุ้นไหม?)......แล้วพอนายร้องไห้จนพอใจ เราก็ไปเดินเล่นในงานเทศกาลกันต่อนะ...เมื่อกี้ฉันเห็นเค้าเอาน้ำตาลมาปั้นๆเป็นรูปแมวรูปนกรูปหมารูปกระต่ายด้วยละ....”
“ จริงง่ะ....งั้นชั้นร้องไห้พอละ...ไปดูกันเถอะ” เฮ้ย!!! เศร้าใจเรื่องการจากไปของผมแค่เนี๊ยะ!
“ จับมือกันไว้นะจะได้ไม่หลง” ใบหน้าเอ๋อๆหันมาส่งยิ้มจริงใจให้กระต่ายตัวน้อยข้างกาย มือบางยื่นให้จับแต่โดยดีโดยที่ไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรกะใครเค้าเล้ย...
สองร่างเล็กๆเดินจับมือท่ามกลางผู้คนมากมายที่ต่างหลบหลีกให้แล้วแอบมองตามด้วยสายตาเอ็นดู แสงแฟลชกระพริบแว่บวั่บตลอดสองข้างทางที่เจ้าสองตัวนี้เดินผ่าน แต่ก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้รับรู้เอาซะเลย
“ แกว่าหิ่งห้อยที่นี่มันแปลกๆไหม?” นัยน์ตาสีมรกตมองแสงกระพริบวิบวับรอบตัวด้วยความพิศวง
“ ไม่นี่นา....หิ่งห้อยมันก็กระพริบแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” อีกคนก็ตอบพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มแบบ.....มั่วได้อีก......
“ อ๊ะ นั่นไง!” แล้วทั้งสองร่างก็จูงมือกันไปที่ร้านน้ำตาลปั้น
เจ้ากระต่ายตัวน้อยยืนเขย่งเกาะขอบโต๊ะมองด้วยดวงตาสีมรกตใสแจ๋ว น้ำลายเริ่มจะหยดจากมุมปากทำเอาคนขายทนไม่ไหวในความโมเอ้จำต้องส่งน้ำตาลปั้นรูปปลาทูน่า(?)ส่งมาให้ ลิ้นเล็กแล่บเลีย ทำเอาหิ่งห้อย(?)นับพันกระพริบกันจนมืดฟ้ามัวดิน น้ำตาลที่ยังไม่แข็งตัวดีติดที่เส้นผมสีเงิน มือใหญ่ของเจ้าหมาป่าก็จับออกให้พร้อมจับปอยผมเป็นประกายทัดไว้ที่ใบหู ....เพิ่งจะเคยเห็นหิ่งห้อย(?)เยอะขนาดนี้นี่แหละ.....
เจ้าหมาป่ายังคงจูงมือกระต่ายตัวน้อยเดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยๆ...
บรรยากาศนั้นแสนหวานราวกับคู่รักออกเดท....
ไม่ว่าจะเป็นที่ร้านช้อนปลาทอง ที่ร่างเล็กบางเกือบจะหน้าทิ่มลงไปในบ่อเพราะว่าปลาทองดันตัวหนักพอๆกับตัวเอง ดีที่มีมือใหญ่และวงแขนแข็งแกร่งของหมาป่าหนุ่มมาคว้าเอาไว้ได้ทัน...
รึจะเป็นคนขายลูกโป่งที่คงแพ้ทางสิ่งมีชีวิตสุดโมเอะจนเอาลูกโป่งสีสดใสมาผูกไว้ให้ที่ข้อมือเล็ก แต่ดันกลายเป็นว่าเมื่อมัดเสร็จตัวเล็กๆของเจ้ากระต่ายจิ๋วดันลอยขึ้นไปกับลูกโป่งเดือดร้อนเจ้าหมาป่ากระโดดคว้าไว้เกือบไม่ทัน
“ นั่นอะไรน่ะ!” นิ้วเล็กของกระต่ายอลิสชี้ไปที่ร้านหน้าตาแปลกๆ ที่หน้าร้านมีไม้ไผ่ปักอยู่และอะไรนุ่มๆฟูๆสีขาวกับสีชมพูพันอยู่รอบไม้แล้วปักอยู่ที่ไม้ไผ่อีกที
“ สาย....ไหม.......เค้าเขียนว่าสายไหมแหละโกคุเดระ”
“ เออ รู้แล้ว...แล้วไอ้สายไหมนี่มันคืออะไรล่ะวะ” ไม่เคยปล่อยความสงสัยให้เลยผ่านไป....เจ้ากระต่ายอลิสตรงดิ่งเข้าไปใกล้วัตถุปริศนาฟูๆนุ่มๆนั่นทันที
“ หวานล่ะ!” ลองเอานิ้วจิ้มๆแล้วยื่นไปที่ปากของเจ้าหมายามาโมโตะ ก่อนที่อีกฝ่ายก็เลียไปไม่ได้คิดเล้ยว่ามันอาจจะเป็นยาพิษ!
“ ขนมหรอ?” ร่างเล็กๆยืดตัวชะเง้อชะแง้กล่องทรงกระบอกที่คาดว่าจะเอาไว้ผลิตสายไหม ในขณะที่เจ้ากระต่ายขี้สงสัยเตรียมตัวจะกระโดดขึ้นไปดู เสียงดังของปะทัดเปิดงานก็ดังมาจากแถวๆหน้าสวนสาธารณะทำให้เจ้าหมายามาโมโตะหันไปมอง
“ เฮ้ย!” และนั่นก็ทำให้คลาดสายตาไปจากเจ้ากระต่ายแสบที่พลัดตกลงไปในถังทำสายไหมแบบพอดิบพอดี.....
“ อ๊ะ! เอ๋...โกคุเดระ?....นายอยู่ไหนน่ะ....โกคุเดระ!” เจ้าหมาป่าหันซ้ายหันขวาก็หากระต่ายอลิสไม่เจอ จึงเดินตะโกนร้องเรียกไปเรื่อย
หารู้ไม่ว่า....เจ้ากระต่ายที่กำลังตามหาอยู่นั้น.....
ร่างเล็กๆและหูยาวสีขาวถูกปั่นก่อนที่จะเนียนเข้าไปอยู่ในสายไหมเสียบไม้สีขาวอมชมพูอยู่ที่ร้านสายไหมนั่นเอง
ไม่ว่าร้านไหนๆก็พากันปิดกันหมด....
ท่านมุคุโร่นี่ก็นะ...เทศกาลชมซากุระทั้งทีก็ยังจะอุตส่าห์อยากกินแต่ช็อกโกแลต...แทนที่จะมานิ่งจิบชาสนใจความเป็นไปของคนในโลกบ้าง....
ร่างเล็กของผู้ช่วยสัตวแพทย์เที่ยวเดินหาร้านช็อกโกแลตไปทั่วเมือง แต่ก็ไม่มีร้านไหนเปิดในวันนี้เลย เธอจึงตัดสินใจเดินเข้ามาในสวนสาธารณะ....ถ้าเป็นไอ้นั่น...มันก็หวานเหมือนๆกันแหละน่า...อย่างท่านมุคุโร่ละก็คงแยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนคือช็อกโกแลตอันไหนคือสายไหม....?
“ ขอสายไหมอันนึงค่ะ”
ราวกับบาปกรรมชักพาหรือว่าฟ้าลงทัณฑ์ ถึงดลบันดาลให้เขาได้ไปเจอกัน....?
“ อ้า...เล่นเอาวิ่งซะหมดแรงเลยแหะ....อะไรจะดุได้ใจปานนั้น....” ผมเดินบ่นปนลูบแขนลูบขาที่มีทั้งรอยงับรอยกัดรอยข่วนสารพัดที่ไอ้ล็อดไวเลอร์ตัวนั้นมันจะฝากไว้ที่ผมได้
“ เยินแบบนี้มีหวังโดนแม่บ่นอีกแน่...เฮ้อ....” ว่าแต่โกคุเดระคุงเป็นไงบ้างนะ ต้องรีบไปตามหาเพราะว่าไอ้หมาเจ้าเล่ห์ที่อยู่ด้วยนั่นก็ไม่ได้น่าไว้ใจกว่ากันซักเท่าไหร่
“ เอ๊ะ!” พูดถึงหมา หมาก็โผล่มาทันที.....
ที่อีกฝั่งของถนน เจ้าหมายามาโมโตะกำลังเดินอยู่ตามลำพัง ใบหน้าคมนิ่งสนิทนัยน์ตาสีเปลือกไม้เย็นชาจนน่ากลัว ไม่มีรอยยิ้มเอ๋อเนียนเหมือนตอนที่อยู่กับโกคุเดระปรากฏบนใบหน้า ท่าทางหงุดหงิดมองหาอะไรบางอย่างไปมา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กๆนั่นอย่างเห็นได้ชัด หางฟูสีดำสนิทโบกสะบัดไปมาอย่างหมากำลังหงุดหงิดอยากฟัดอะไรบางอย่างสุดขีด.....นะ...นี่มัน......เจ้ายามาโมโตะดาร์กโหมด!
แต่ไม่ไกลออกไปนัก....ล็อดไวเลอร์ตัวเดิมกำลังเดินวางกล้ามข่มขู่ชาวบ้านไปทั่ว...ชิชะ....คงคิดละสินะว่าชนะผมได้จะถือว่าชนะมนุษยชาติทั้งหมด!
อะ...เอาแล้วสิ.....ถ้าทั้งสองตัวยังเดินต่อไป......
แฮ่.....แง่งๆๆ !
ฮี้!!! ไอ้ล็อดไวเลอร์แยกเขี้ยวใส่เจ้าหมายามาโมโตะแล้ว จะโดนขย้ำตายไหมเนี่ย....อโหสิกรรมฉันเถอะนะ แกไม่ใช่ลูกสาวกระต่ายสุดโมเอ้ของฉัน แล้วฉันก็กลัวด้วยง่ะคงไปช่วยแกไม่ได้หรอกยามะ
ในขณะที่ผมกำลังจะปิดตาลงเพื่อสวดส่งวิญญาณหมาหูดำเพื่อนยาก...
หงิง.....
ไอ้ล็อดไวเลอร์สุดโหดที่ไล่ฟัดผมไม่รามือเมื่อกี้ กลับหงอลงทันทีที่เห็นสายตาพิฆาตของเจ้ายามาโมโตะ!
หงอไม่พอยังวิ่งหนีหางจุก –ติ้ด- ไปอีกตะหาก!
ผมหันไปมองเจ้าหมาสองบุคลิกอย่างทึ้งๆ เชื่อแล้วละว่าไม่มีอะไรทำอะไรมันได้จริงๆ....เอ๊ะ!.....แต่ในเมื่อมันทำแบบนี้ได้....แล้วทำไมไม่ทำตั้งแต่แรกละเว้ย! ปล่อยให้ไอ้หมาโหดนั่นไล่งับผมแทบเป็นแทบตายแบบนี้น่ะ!
แกนะแก....ไอ้หมาสองบุคลิก สองมาตรฐาน เลือกปฏิบัติ ดาร์กเนียน!!!
“ กลับมาแล้วหรือครับโคลม....ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดผมต้องตายเพราะขาดความหวานแน่ๆ....เมื่อเช้านี้ก็นึกว่าจะได้ความรักจากคุณกระต่ายน้อยมาช่วยเพิ่มน้ำตาลแห่งชีวิตสักนิด...ที่ไหนได้....คุณรุ่นที่สิบดันร้ายกว่าที่คิดนะครับ...” เสียงพร่ำพรรณนาจากคนที่นอนหมดแรงอยู่บนโซฟาหน้าร้านเอ่ยขึ้นเมื่อร่างเล็กของผู้ช่วยเดินเข้ามา
“ จะจับเค้ามาผ่าไม่ใช่หรือคะ....เจ้าของที่ไหนใครเค้าก็ไม่ยอมหรอกค่ะ” มือเล็กยื่นสายไหมส่งให้
“ คึหึหึ....ใครว่าละ....ผมหลงรักคุณกระต่ายน้อยจนอยากจะรู้จักทุกซอกทุกมุมแม้แต่ตับไตไส้พุงต่างหากละครับ” มือเรียวในถุงมือสีดำสนิทรับสายไหมสีขาวอมชมพูมาพิจารณา
“ นี่ช็อกโกแลตรุ่นใหม่หรอครับ...”
“ ค่ะ.....”
“ แหม...เดี๋ยวนี้เค้าทำออกมาได้หลากหลายแล้วก็น่ารักดีนะครับ” ใบหน้าเรียวยิ้มละไม แล่บลิ้นเลียสายไหมก่อนที่อะไรบางอย่างยาวๆขาวๆจะเด้งหลุดออกมา
“ มีหูเหมือนกระต่ายเลยนะครับ...”
“ ค่ะ....”
“ ข้างในมีของแถมเป็นตุ๊กตาหรอครับ...”
“ ค่ะ....”
“ ท่าทางฮายาโตะคุงจะดังใหญ่แล้วนะครับ ของแถมทำเลียนแบบออกมาได้เหมือนเปี๊ยบเชียว”
“ ค่ะ....”
เอ่อ....รู้สึกว่าจะไม่ใช่แล้ว!!!
เจ้ากระต่ายตัวน้อยถูกขัดล้างจากสายไหมจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วถูกจับนอนราบอยู่บนเตียงสำหรับผ่าตัด ร่างกายเล็กๆขาวเนียนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าผืนบางคลุมอยู่เท่านั้น แรงปั่นจากเครื่องทำสายไหมทำให้กระต่ายอลิสยังไม่ได้สติ ใบหน้าน่ารักยังคงหลับพริ้ม แพขนตายาวเรียงสวยนัยน์ตาปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ริมฝีปากสีชมพูเผยอเล็กน้อย.....อ้า...ช่างงดงามน่าหลงใหลจริงๆ...
นัยน์ตาสองสีจ้องมองร่างบนเตียงผ่าตัดด้วยความรู้สึกดีใจล้นเหลือ....ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็กำลังจะมาถึงแล้ว....
แต่ความโมเอ้ก็ทำให้มือที่ยอมถอดถุงมือหนังออกนั้นเผลอจิ้มลงไปที่ใบหูสีขาวอมชมพูโดยที่ไม่รู้ตัว
อร๊ายยย นิ่มมากๆเลยครับ....
ทำยังไงดี....ใจนึงก็อยากผ่า....แต่อีกใจก็ดันทรยศ อยากเก็บใบหน้าโมเอะสวรรค์สร้างกับใบหูนิ่มคู่นี้เอาไว้มองดูและลูบไล้เล่น....
“ อ้า....ผมจะทำยังไงดีครับโคลม...ผมตัดสินใจไม่ได้....ผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน....” มือเรียววางลงที่สองแก้มแล้วส่ายหัวไปมาจนรากสับปะรดสะบัดไปโดนแขนกระต่ายหมดสติโดยที่ไม่รู้ตัว
“ นี่ค่ะ...” ผู้ช่วยสาวส่งดอกเบญจมาศสีขาวให้ดอกหนึ่ง
“ อ้า....สมกับที่เป็นผู้ช่วยผม ช่างรู้ใจจริงๆนะครับ...คึหึหึ....แค่มีสิ่งนี้...ผมก็สามารถตัดสินใจได้โดยง่ายดาย!”
ผ่า......ไม่ผ่า.....ผ่า.....ไม่ผ่า....ผ่า.....ไม่ผ่า.......ผ่า.........ไม่ผ่า...........ผ่า.............ไม่ผ่า..........ผ.......................................
ในขณะที่กลีบเบญจมาศร่วงโปรยปรายอยู่กับร่างโปร่งที่นั่งคุ้ดคู้อยู่มุมห้อง ผู้ช่วยสาวก็เดินออกไปชงชาเตรียมดูละครยามบ่าย......ส่วนร่างเล็กบนเตียงผ่าตัดนั้น....
“ อ่า.....รุ่นที่สิบ.....ยามะ.....อยู่ไหนกัน ?.......” ใบหน้าน่ารักสะลึมสะลือ ลุกขึ้นนั่ง มือเล็กตวัดผ้าคลุมมาคลุมร่างกายก่อนที่จะขยับเดินออกมาจากเตียงทั้งๆที่ยังงัวเงีย ปากเล็กหาวหวอดมือที่ไม่ได้จับผ้าคลุมยกขึ้นขยี้ตาตามประสาคนเพิ่งตื่น....ไม่นานร่างเล็กของเจ้ากระต่ายอลิสก็เดินเตาะแตะๆออกจากคลินิกไป......
ส่วนเจ้าของคลินิกนั้น........
“ คึหึหึ.....หมดดอกด้วยคำว่า [ไม่ผ่า] แล้วคิดหรือครับว่าผมจะยอมแพ้....ไม่ต้องห่วงครับ หลังบ้านผมยังมีดอกเบญจมาศอีกเป็นไร่ ยังไงๆก็ต้องมีสักดอกที่ได้ [ผ่า]แน่ครับ....คึหึหึ....”
หลังจากสติสตังเริ่มกลับมาครบ....ร่างเล็กๆของเจ้ากระต่ายอลิสก็เดินตามลำพังอยู่ท่ามกลางถนนที่ไร้ผู้คน
“ ที่ไหนกันละเนี่ย ?” ใบหน้าเล็กหันมองซ้ายมองขวา ปกติแทบจะไม่ได้ไปไหนมาไหนคนเดียว เพราะมักจะหลงทางเป็นอาชีพจึงต้องมีหมานำทางคอยอยู่ด้วย....แล้วอย่างงี้......
“ ต้องเลี้ยวขวาสิ เพราะว่าฉันจะเป็นมือขวาของรุ่นที่สิบ!” .....รู้สึกจะไม่ใช่นะลูก......
ร่างเล็กๆในผ้าคลุมสีขาวบางเบาผืนเดียวเดินงงๆเลี้ยวไปที่มุมถนน แต่แล้วสายตาก็ปะทะไปที่เงาร่างดำทะมึนที่ยืนจ้องเขม็งอยู่ เสื้อกักกุรันสีดำบนไหล่โบกสะบัดไปมาราวกับปีกของพญามัจจุราช
แต่ดวงตาเรียวเบิกกว้างที่เป็นประกายระยิบระยับนั่น....ดูยังไงก็ไม่เข้ากันกับบรรยากาศรอบตัวคุณท่านแบบสุดๆ
ร่างแกร่งของคนที่ได้ชื่อว่าโหดที่สุดในนามิโมริเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเจ้ากระต่ายอลิส หลังจากตวัดสายตามองแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น......เพราะวันนี้คือวันสุมหัวแห่งชาติ ทำให้กรรมการคุมกฎต้องทำงานกันอย่างหนัก ทั้งดูแลความเรียบร้อย ทั้งรีดไถเงินค่าที่...ทำให้ไม่มีเวลาตามสโตรก....ไม่ใช่....ตามคุ้มกันภัยอย่างลับๆให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆที่น่าหลงใหลตัวนี้เลย
แล้วอยู่ดีๆเจ้าตัวก็ดันมาเดินหลงๆงงๆในสภาพผ้าผืนเดียวอยู่ตรงหน้า.......หึหึ(?)
“ เหวอ....ชั้นจะไปหารุ่นที่สิบ ปล่อยนะ!” มือใหญ่ไม่รอช้ารีบคว้าตัวเล็กๆนั่นแล้วตรงดิ่งกลับบ้านทันที
สองคนนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ในห้องแบบญี่ปุ่นกว้างใหญ่ห้องหนึ่ง กลิ่นของเสื่อทาทามิทำให้เจ้ากระต่ายอลิสทำจมูกฟุดฟิด....กลิ่นเหมือนหญ้า?....
ลำตัวเล็กถูกจับให้นั่งทับส้นอยู่บนเบาะหนานุ่มหันหน้าเข้ามาหาเจ้าของบ้านซึ่งนั่งขัดสมาธินิ่งอยู่บนเบาะเช่นกัน นัยน์ตาสีดำขลับมองเจ้ากระต่ายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดพื้น ซึ่งนัยน์ตาสีมรกตแข็งกร้าวราวกับกำลังหาเรื่องและไม่เคยเกรงกลัวอะไรนั้นก็ส่งกลับมาให้ตลอด.....ไม่ได้รู้สภาพตัวเองเล้ย.....แต่ก็เพราะแบบนี้แหละนะ ถึงได้น่าสนใจ
มือใหญ่ดันถ้วยชาที่หาแล้วว่าเล็กที่สุดในบ้านไปตรงหน้าเจ้ากระต่ายอลิส เมื่อคราวที่แล้วไม่ยอมกินผักบุ้ง....คราวนี้เลยลองชงชามาให้แทน
นัยน์ตาสีมรกตมองลงไปในถ้วยอย่างสนอกสนใจ กลิ่นชาหอมทำให้จมูกเล็กขยับไปมา นัยน์ตาสีมรกตตวัดมองคนตรงหน้าก่อนที่สองมือเล็กจะยกถ้วยชาที่ขนาดใหญ่พอๆกับตัวขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปในถ้วยเล็กน้อยก่อนที่จะลิ้มลองรสชาติชาที่หอมยวนใจ
ดูท่าทางว่าจะชอบ....เจ้าตัวจิ๋วยกซดแล้ววาง ซดแล้ววาง แก้มใสเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อทำเอาคนมองแทบไม่อยากกระพริบตา
แต่เดี๋ยวนะ....มันยังมีอีกอย่างที่ยังดูขัดตา....
“ เท็ตสึ” หันไปสั่งลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่หลังบานประตูเลื่อน
“ ครับคุณเคียว...”
“ ไปเอาชุดของ อลิซซาเบธ มาให้ฉัน”
“ ครับ”
“ เป็นกระต่ายไม่ใส่เสื้อผ้าเดินไปเดินมามันผิดระเบียบ” .......???..........กระต่ายไม่ใส่เสื้อผ้าเดินไปเดินมามันก็ถูกแล้วนิคุณท่าน ?
คุซาคาเบะเดินออกจากห้องก่อนจะตรงดิ่งไปยังห้องเก็บสมบัติของ ฮิบาริ เคียวยะ
มันเกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าสุดโหดคนนั้นกันแน่ ตั้งแต่วันที่ไปไล่ขย้ำเด็กต่างโรงเรียนแล้วกลับมาพร้อมยอดผักบุ้ง(?) คุณท่านก็เอามันไปสต๊าฟเก็บไว้อย่างดี แล้วหลังจากนั้นก็มักจะไม่เดินตามถนนดีๆแต่ชอบเกาะไปตามกำแพงบ้างละ ซ่อนอยู่หลังเสาไฟบ้างละ แล้วแต่ละวันก็มักจะหายตัวไปจากโรงเรียนเป็นเวลานานๆทั้งๆที่เมื่อก่อนแทบจะนอนอยู่ที่โรงเรียนด้วยซ้ำ
แล้วอยู่มาวันหนึ่ง....
คุณท่านก็กลับบ้านมาพร้อมกับตุ๊กตาสูงสองคืบหน้าตาน่ารักผมสีเงินดูไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย
แล้วคุณท่านก็เรียกมันว่า...
อลิซซาเบธ.....
ถึงคุณท่านจะคลั่งสิ่งมีชีวิตเล็กๆแค่ไหนผมไม่เคยว่า...แต่นี่ถึงขั้นเล่นตุ๊กตา....โอ้วววว....ใครมันมาทำอะไรให้กระทบกระเทือนจิตใจคุณครับ...คุณเคียว...บอกเท็ตสึผู้นี้มาเถอะ ผมจะไปไล่ตื้บมันให้เอง.....
ไม่นาน....คุซาคาเบะผู้แสนภักดีก็กลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยกล่องใส่กิโมโนขนาดจิ๋ว ถึงแม้จะเป็นของตุ๊กตาแต่ของที่ขึ้นชื่อว่าเป็นของฮิบาริ เคียวยะ ต้องถูกคัดสรรมาอย่างดีเสมอ กิโมโนตัวนี้เองก็เช่นกัน มันถูกตัดเย็บมาอย่างดีด้วยราคาเหยียบแสน และเมื่อมันถูกสวมใส่ให้กับเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วมันจึงได้เหมาะเจาะราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเจ้ากระต่ายตัวนี้ยังไงยังงั้น
ร่างเล็กๆของเจ้ากระต่ายอลิสอยู่ในชุดกิโมโนสีชมพูอ่อนปักลายดอกซากุระด้วยดิ้นสีเงิน โอบิสีขาวสะอาดถูกคาดทับด้วยแถบผ้าสีแดงเลือดนก ทุกๆอย่างช่างเหมาะเจาะลงตัว
แต่ความงามที่อีกคนกำลังชื่นชมอยู่นั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้เข้าไปในการประสาทรับรู้ของเจ้ากระต่ายนี่เลย ในเมื่อมือเล็กยังคงจับขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆไม่ได้สนใจว่ามันจะหกเลอะกิโมโนตัวเหยียบแสนนั่นเลยสักนิด....ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่แคล้วจะโดนทอนฟาฟ้าประทานคู่นั้นดับดิ้นไปแล้ว....แต่นี่ดันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็โมเอ้ด้วยจิตวิญญาณ....เพราะงั้น....
มือใหญ่ยกขึ้นปัดเศษขนมที่ติดอยู่ที่มุมปากเล็กละเรื่อยไปที่แก้มใส...กินเลอะได้ใจมาก....แต่กลับน่าเอ็นดู....นัยน์ตาสีมรกตช้อนขึ้นมามองด้วยความสงสัยแล้วตวัดกลับไปมองที่ขนมในถาดต่อ.....โดยหารู้ไม่ว่าได้สร้างพลังทำลายล้างมากระแทกหน้าอีกคนจนต้องรีบสะบัดหน้าหันหลังแล้วยกอีกมือขึ้นอุดจมูก
ก่อนที่ของเหลวสีแดงที่ออกมาจากจมูกจะไหลลงมาตามง่ามนิ้วให้เช็ดแทบไม่ทัน......อ้า....สุดยอดสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่น่าหลงใหล....
แต่ก่อนที่คุณท่านฮิบาริจะได้เสียเลือด(?)ไปมากกว่านั้น....
“ โกคุเดระ!”
เสียงตะโกนเรียกที่แสนจะคุ้นเคยดังขึ้นไกลๆ แต่แค่นั้นก็ทำเอาหูกระต่ายกระดิกไปมา ใบหน้าน่ารักยอมเงยขึ้นมาจากถาดขนมพร้อมกับกวาดตามอง
“ ฮี้!!! อย่าส่งเสียงดังแถวนี้สิ!”
“ แต่ฉันได้กลิ่นของโกคุเดระอยู่ข้างหลังกำแพงนี่...”
“ จริงง่ะ แต่ว่าหลังกำแพงนี่มัน....เอ่อ.......”
“ เข้าไปดูกันเหอะสึนะ ฉันมั่นใจว่าโกคุเดระต้องอยู่ในนี้แน่ๆ ตอนอยู่ที่สวนสาธารณะมันมีกลิ่นหวานๆบางอย่างขัดขวางอยู่ แต่ปกติแล้วจมูกฉันจะไวต่อกลิ่นของโกคุเดระมาก ขนาดอยู่กันคนละโลกฉันยังตามเจอเลย” ที่แท้แกมันก็เป็นไอ้หมาสโตรกเกอร์ไม่ได้ต่างจากคนข้างหลังกำแพงนี่แลยสินะ.....อ้อ......แล้วก็แบบนี้นี่เองที่แกจะรู้ทุกครั้งเวลาที่ฉันอยู่ใกล้เจ้ากระต่ายอลิสสองต่อสองน่ะ
แต่ยังไม่ทันที่สองคนนั้นจะได้เข้ามา เจ้ากระต่ายอลิสก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินจากไป
“ ขอบใจที่เลี้ยงนะ ไว้วันหลังถ้าแกมีขนมแบบนี้อีกก็เอาไปให้ชั้นด้วยล่ะ!” น่าน....มากินฟรีแถมยังมีสั่งต่ออีกแน่ะ ร่างเล็กๆเดินออกจากห้องไปแล้วแต่เจ้าของบ้านยังนั่งกุมจมูกเพราะเลือดกำเดายังไหลโจ่กๆ.....อ้า....น่ารักเกินไปแล้ว....แล้วไอ้ประโยคเมื่อกี้แปลว่าให้ฉันไปหานายได้ทุกเมื่อที่มีขนมสินะ....หึหึ....
“ เท็ตสึ....”
“ ครับคุณเคียว”
“ ไปโอนเงินให้ที ฉันจะซื้อโรงงานทำขนมนี่ทั้งหมด!”
ในขณะที่คุซาคาเบะกำลังวุ่นวายอยู่นั้น....
เจ้าตัวต้นเหตุกลับเดินลอยชายออกมาจากประตูรั้วสูงของตระกูลฮิบาริ
“ อ๊ะ! รุ่นที่สิบครับ! ไอ้หมาบ้า!”
“ โกคุเดระ! โกคุเดระคุง!” ผมและเจ้าหมายามาโมโตะตะโกนเรียกพร้อมกันเมื่อเห็นว่าร่างเล็กๆของเจ้ากระต่ายที่โดนลักพาตัวไปอย่างที่เจ้ายามาโมโตะมันบอกปรากฏตัวขึ้น
เฮ้อ....ดีนะที่ออกมาก่อน...ถ้าช้ากว่านี้อีกแค่วินาทีเดียวผมคงจะถูกไอ้หมาเจ้าเล่ห์นี่ล่อลวงให้ปีนกำแพงเข้าไปแล้วตายด้วยทอนฟาด้วยข้อหาบุกรุกรังโจรแหงแซะ
ว่าแต่...สภาพของเจ้ากระต่ายตรงหน้ากลับทำให้ทั้งผมทั้งเจ้าหมาสองบุคลิกนิ่งอึ้งไปตามๆกัน....นี่ถูกลักพาตัวแน่เร๊อะ!.....
“ ห๊ะ!!!!” แต่คนที่อุทานด้วยความตกใจกลับเป็นเจ้ากระต่ายอลิสเอง ร่างเล็กๆทำท่าตกใจก่อนที่จะเดินตรงดิ่งเข้าไปมองสำรวจร่างกายของเจ้าหมายามาโมโตะ ทั้งมองซ้าย มองขวา มองข้าง บนมองข้างล่าง มองข้างหลัง หมุนตัวดูก็แล้ว ทำเอาเครื่องหมาย ? ลอยอยู่เต็มหน้าเจ้ายามาโมโตะเต็มไปหมด
“ ฉันหล่อขึ้นหรอ ?” .....ช่างกล้านะแก.....
“ แก๊!!!” โกคุเดระขึ้นเสียงสูงพร้อมชี้หน้าเจ้าหมาที่ยิ่งเอ๋อหนัก ผมเตรียมสวมถุงมือเผื่อว่าเจ้าหมานี่จะเป็นภาพลวงตาที่ไอ้หมอโรคจิตนั่นสร้างขึ้นมาจะได้ซัดให้ตายๆไปซะ
“ แกเอากระเป๋าที่สวยที่สุดในโลกที่ชั้นทำให้ไปไว้ไหน!” ห๋า?...อะไรน่ะ....มันมีกะเป๋าแบบนั้นด้วยรึไง.....หรือว่าจะเป็นไอ้กระเป๋ารูปหมาป่าหน้าตาเบี้ยวๆงงๆที่ไอ้เจ้ายามาโมโตะมันหวงนักหวงหนาใบนั้น....
“ อ๊า!!! แย่แล้ว!!! ไม่มีจริงๆด้วย!!!!!” เจ้าหมายามะอ้าปากค้างใบหน้าตะลึงราวกับโลกจะถล่มทลาย “ เดี๋ยวฉันมา!” มันทำจมูกฟุดฟิดแล้วติดสปีดวิ่งเป็นจรวดหายไป....อ้า....ดีนะที่ผมไม่ไปหยิบของมันไปทิ้งน่ะ...ไม่งั้นผมคงโดนจับกรอกยาสามเวลาหลังอาหารแน่ๆ
“ งั้นเราไปชมซากุระกันเถอะโกคุเดระคุง วันนี้นายยังไม่ได้ดูดอกซากุระเลยใช่ไหม?”
ถึงแสงแดดยามบ่ายกำลังจะหายไปแล้ว แต่ร่างสองร่างก็เดินไปตามท้องถนนด้วยกันท่ามกลางกลีบซากุระที่โปรยปราย
สายลมอ่อนๆและคนข้างกายที่เดินดูดอกไม้ด้วยใบหน้ามีความสุขก็ทำให้ผมอดที่จะอมยิ้มไม่ได้
ถึงการมีอยู่ของนายจะตามมาด้วยเรื่องน่าปวดหัวมากมาย แต่นั่นก็เป็นเพราะทุกคนรักและมุ่งหวังในตัวนาย รวมไปถึงตัวฉันเองก็เช่นกัน
โลกของฉันที่มีนายอยู่มันคือโลกที่มีความหมายและมีชีวิตชีวา
โลกแบบนี้มันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนกัน....โกคุเดระคุง....
ต้องทำอย่างไรฉันถึงจะฉุดรั้งนายเอาไว้ได้กันนะ....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ ว่าแต่...นายไปเอาชุดนี่มาจากไหนกันน่ะโกคุเดระคุง?”
“ เจ้าฮิบารินั่นมันบอกว่า...นี่คือชุดนักรบของญี่ปุ่นโบราณครับ....แล้วถ้าผมใส่ ผมก็จะได้ปกป้องรุ่นที่สิบได้ไงครับ!”
......โดนต้มแล้วเจ้ากระต่ายตัวน้อยเอ้ย.....แทนที่นายใส่ชุดนี้แล้วจะปกป้องฉันได้ มันจะกลับกลายเป็นยิ่งล่อไอ้พวกน่าปวดหัวมาให้ฉันปวดกบาลมากขึ้นน่ะสิ....
......แต่ก็เอาเหอะ.....เพราะแบบนี้มันก็โมเอ้สุดจะทานทน!....ยอมปวดหัวเพิ่มขึ้นอีกซักหน่อยก็ได้!
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป.....ไป........ไป........
Next Episode……
[D59] Alice in Vongola World =[ ]=!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! [30 - 07 -2010]
สุขสันต์วันเกิดจ้าน้องสโนว์ >[ ]<
HAPPY BIRTHDAY SNOW Fredel!!!!
นะ....ขอให้มีความสุขมากๆๆๆ มีเวลาพักผ่อนเวลาหลับเวลานอนและเวลาวาดรูปเยอะเย๊อะ....
แบบว่าไม่มีอะไรจะให้ (จะส่งตุ๊กตาวูดูไปให้ซักลังก็กลัวจะเข้าใจผิด ฮ่าๆ เห็นบ่นๆถึงคนข้างเคียงงิ) เลยส่งฟิกน่ารักๆ(รึเปล่า?) เรื่องนี้มาเซ่นไหว้แทนทุกความรู้สึก ทุกคำขอบคุณ และทุกกำลังใจที่จะส่งให้น้องสโนว์ละกันเน้ แค่อ่านไปยิ้มไปบ้างและผ่อนคลายจากความตึงเครียดได้บ้างแค่นั้นคนให้ก็ดีใจสุดๆแล้วค่ะ ^ ^
แล้วก็อย่าลืมไปดู “ตู้ขายกาแฟอัตโนมัติ?” ที่กระทู้ฟิก I LOVE YOU ของน้องหวานนะค้า...เหะ เหะ....ดูให้จบจริงๆด้วยล่ะ หึหึ....ถ้าไม่เห็นหูแมวแสดงว่าดูไม่จบนะเออ อร๊ายยยย เหมียวก๊ก >////< หึหึ...และคนหลังจากนั้นน่ะ ตั้งใจมอบให้เลยนะ ครึ ครึ....
ท่านอื่นๆก็อย่าลืมเข้าไปอ่านเรื่องนี้กันด้วยนะค้า...ข้าพเจ้าไปมีเอี่ยวช่วยน้องหวานเค้าทำคลิป 8059 แบบซึ้งๆเอาไว้น่ะ....แล้วท่านจะได้รู้ว่า....นอกจากคลิปเสื่อมๆรั่วๆ....มันก็ทำของซึ้งๆเป็นนะเว้ยเฮ้ย!!!
เวิ่น!
ตอนแต่งอยู่นี่ก็ฟังซิงเกิลใหม่ของรีบอร์นไปด้วย ทะ...ทำไมเพลงของยามะมันน่ารักอย่างงี้>[]< ชอบง่ะ >[]<
ก็เลยฟังตลอดเลยตอนแต่งเรื่องนี้ รู้สึกบรรยากาศมันเข้ากั๊นเข้ากัน >_<
ไม่เชื่อลองไปฟังดูจิ ฮี่...ชื่อเพลง ข้อความจากสายฝน....มันน่ารักไม่ได้เข้ากะหน้าแกเล้ยยาเมะ ฮ่าๆๆ
แต่เสียงคุณอิโนะสดใสมากกกกเลยค่ะ ชอบ! เหอ เหอ
เพราะทั้งอัลบั้มเลยนา....เพลงของหนูก๊กก็ยังคงร้อนแรงสมกับที่เป็นวายุ >.< นี่ก็ชอบนะจ๊ะ
คิดได้ไงอ่ะ
ตอบลบมุขดอกเบญจมาศอ่ะ
รึจะเป็นคนขายลูกโป่งที่คงแพ้ทางสิ่งมีชีวิตสุดโมเอะจนเอาลูกโป่งสีสดใสมาผูกไว้ให้ที่ข้อมือเล็ก แต่ดันกลายเป็นว่าเมื่อมัดเสร็จตัวเล็กๆของเจ้ากระต่ายจิ๋วดันลอยขึ้นไปกับลูกโป่งเดือดร้อนเจ้าหมาป่ากระโดดคว้าไว้เกือบไม่ทัน
ตอบลบ555555555555555+
น่าร๊ากกกกกกกกกกก
แบบไม่ไหวแล้ว //เลือดกำเดาไหลแบบท่านฮิ