KHR Au.fic [805918] ความหวังครั้งสุดท้าย : Black SNOWDROP : 18 END


: KHR Fanfiction Au
: 8059  6927  XSD
: Drama
: NC-17


คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ


ตอนคิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็แค่อยากอ่านฟิคที่มีสองด้าน ก็แค่นั้นเองค่ะ เพราะงั้น....นี่คือ ฟิคคู่แฝดค่ะ.....เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนๆกัน แต่ความรู้สึกนั้นช่างต่าง......พบกับอีกด้านของเรื่องนี้ได้ที่......


[AuFic][805918] The Last SNOWDROP....



.
.
.
.
.


สมการสามเส้า ของพวกเขาสามคู่

กับความรักของคน 9 คน กับความรู้สึกและเหตุผลของแต่ละคนใน 9 ด้าน

กับความต้องการและความปรารถนาที่จะครอบครองบุคคลอันเป็นที่รัก

สุดท้าย.......

ดอกไม้แห่งความหวังจะเบ่งบานแย้มยิ้มให้แก่....ผู้ใดกัน


By : K_Guardian_7

.
.
.
.
.
.
.
.









ร่างเล็กๆถูกวางลงที่พื้นของศาลเจ้าท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้เป็นพ่อ



“ ได้โปรด...ช่วยตามหมอมารักษาเขาด้วยครับ”       มุคุโร่ก้มหัวจรดพื้นเพื่อขอร้องผู้ทำพิธีประจำศาลเจ้าซึ่งยังคงยืนมองหน้าลูกชายที่หายไปนานแสนนานด้วยดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยพยักหน้าก่อนจะวิ่งออกไปตามหาคนมาช่วย



“ สึนะโยชิ....เจ้าได้ยินข้าไหม....”        มือบางกอบกุมมือเล็กมาจับเอาไว้ พร่ำกระซิบเรียกให้อีกคนรู้สึกตัว นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ปรือขึ้นมาเล็กน้อย



“ มุคุโร่....?”       หางเสียงที่แผ่วเบาราวกับกำลังไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น



“ ใช่ครับ....แข็งใจเอาไว้นะครับ...แล้วเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน สึนะโยชิ”       ถ้อยคำที่ได้ยินทำให้ใบหน้าเล็กยิ้มออกมาก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะพร่าเลือนไปอีกครั้ง เสียงวิ่งจากภายนอกตรงเข้ามาก่อนที่หมอและพ่อของร่างเล็กจะเข้ามาช่วยกันดูอาการ



ร่างโปร่งบางยืนขึ้นก่อนที่จะค่อยๆถอยห่างออกมา...ตรงนี้คงต้องฝากให้พวกท่านดูแล....ส่วนข้า.......







.........................................................................................................................................................................................







ร่างสีขาวนั้นราวกับจะหายไปกับแสงแดด....แต่กระนั้นนักฆ่าที่ถูกฝึกมาอย่างดีอย่างสควอลโล่ก็ยังคงวิ่งตามได้โดยไม่ยอมให้คลาดสายตา...คิดแต่เพียงว่าหากปล่อยไปชายผู้นี้จะกลายเป็นตัวอันตรายที่หาตัวจับได้ยาก....ที่เรื่องราวมันยุ่งเหยิงอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเพราะผู้ชายคนนี้ไม่ใช่หรือ....ถ้าหากเมื่อวันนั้นมุคุโร่ไม่ได้พบเจอกับกบฏที่หนีมาจากแผ่นดินสีขาวคนนี้แล้วละก็....



นักฆ่าที่ถูกฝึกมาจากนินจานอกจากรูปแบบการฆ่าที่หลากหลายแล้วเรื่องฝีเท้าที่เบาหวิวกับความเร็วยังถือได้ว่าเป็นที่หนึ่งในบรรดานักฆ่าทั้งหมด....เพราะฉะนั้น....ร่างโปร่งบางจึงตามทันร่างสูงได้อย่างไม่ยากเย็น



เคร้ง!!!



ดาบในมือสควอลโล่ปะทะเข้ากับดาบสีขาวจนเกิดเป็นประกายไฟ ใบหน้าแสยะยิ้มของฉลามร้ายไม่ได้กลัวเกรงกำลังและอำนาจของเจ้าของแผ่นดินสีขาวเลยแม้แต่น้อย ปลายดาบทั้งคู่หันเข้าหากัน เหมือนกับเจ้าของดาบที่ยืนนิ่งเผชิญหน้าอย่างท้าทาย



เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!



เสียงดาบปะทะกันนับครั้งไม่ถ้วน เรื่องความเร็วนั้นร่างโปร่งบางไม่มีแพ้อยู่แล้ว แต่สิ่งเดียวที่อีกฝ่ายมีเหนือกว่ามากคือเพลงดาบและกำลัง....



เจ้าของแผ่นดินสีขาวยิ้มสบายๆในขณะที่ตวัดดาบ ถ้าเข้ามาตรงๆไม่ลอบกัดเหมือนดอกไม้มรณะนั่น เขาไม่มีวันแพ้อยู่แล้ว กำลังแค่สองในสามถูกรวมไว้ที่ข้อมือก่อนที่จะใช้เพลงดาบฟาดฟันให้ร่างโปร่งถึงกับล้มลงไปกองที่พื้น ใบหน้าสวยหันมาแยกเขี้ยวใส่ด้วยนัยน์ตาที่ยังไม่ยอมแพ้ แต่ก็ลุกขึ้นมาสู้ไม่ไหว



ร่างสีขาวตั้งใจจะปิดบัญชีให้เร็วที่สุดเพราะอยากจะหนีกลับไปให้ถึงแผ่นดินของตัวเอง มือใหญ่ยกดาบสีขาวขึ้น...นัยน์ตาสีน้ำแข็งก็ยังคงมองมาด้วยความแข็งกร้าว....ทั้งๆที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้แต่กลับไม่หวาดหวั่นใดๆ...สมแล้วที่เป็นคนซึ่งได้รับเลือกจากฮิบาริ เคียวยะ ให้มาดูแลมุคุโร่....ในขณะที่ออกแรงเหวี่ยงดาบลงไป....เสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นที่เบื้องหลัง....



จากนั้นดาบสีขาวก็ไม่อาจขยับได้อีกต่อไป....



เมื่อแส้สีดำสนิทของใครที่ไม่รู้จักกลับพันธนาการมันเอาไว้ เบียคุรันหันไปมองผู้มาใหม่....ร่างสูงใหญ่ผู้มีเส้นผมและนัยน์ตาสีทองส่องสว่างราวกับดวงตะวัน....และคนคนนั้นก็ทำให้ฉลามร้ายถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง



“ ดีโน่....”        เสียงเรียกแผ่วเบาที่หลุดออกมาจากปากของร่างที่นั่งอยู่กับพื้นไม่ได้ทำให้เจ้าของแผ่นดินสีขาวสนใจไปมากกว่าอาวุธที่อีกฝ่ายใช้ แส้สีดำตวัดดาบให้ออกห่างจากร่างโปร่งบางทำให้ร่างสีขาวเซถลาตามมันไป



“ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”     ร่างสูงใหญ่เอาตัวเข้าบังสควอลโล่ นัยน์ตาสีทองจ้องมองเจ้าของแผ่นดินสีขาวตาเขม็ง...เรื่องอะไรไม่รู้แต่อีกฝ่ายบังอาจทำร้ายคนที่ตนรัก เพราะเช่นนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องฟังคำแก้ตัว



“ เห๋....ดูท่าคงต้องเอาจริงซักหน่อยละมั้ง...”      เบียคุรันยังคงพูดแบบสบายๆ รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าก่อนที่จะลงดาบมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี แส้สีดำขยับมารับแต่ทว่าเพลงดาบกลับตวัดจนแส้ไม่อาจตามทัน คมดาบถากผิวเนื้อเหนือรอยสักจนได้เลือด...แต่ประกายคมกล้าที่ส่งมาจากนัยน์ตาสีทองนั้นทำให้เบียคุรันขยับหลบอย่างรวดเร็ว



เพราะในชั่วพริบตา แส้ที่ฟาดออกไปแต่พลาดเป้าหมายกลับทำให้ต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังหักราบเป็นหน้ากอง...



ฉลามร้ายได้แต่นั่งมองทั้งสองคนต่อสู้กันตาไม่กระพริบ....สำหรับเจ้าของแผ่นดินสีขาวนั้นเขาไม่เคยสงสัยในเรื่องฝีมือ....แต่กับอีกคนหนึ่ง.....คนที่เขาคิดว่าเป็นเพียงคนอ่อนแอที่จับแต่พู่กันเขียนหนังสือไปวันๆ...คนที่ไม่เคยเปิดเผยถึงจิตสังหารให้เขารู้ คนที่ดูอ่อนโยนราวกับท้องนภาสีฟ้าใส...แต่บัดนี้....คนคนนั้นกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน....ดีโน่ในตอนนี้ราวกับคนที่เขาไม่รู้จัก



แส้สีดำยังคงฟาดต่อไปแต่เจ้าของแผ่นดินสีขาวก็หลบได้และวาดเพลงดาบกลับมาทุกครั้ง รอยแผลเล็กน้อยเกิดอยู่ตามตัวของชายผมทองที่การต่อสู้ดูเหมือนจะสูสี...ทั้งๆที่อีกฝ่ายบอกว่าจะเอาจริง แต่เขากลับไม่ได้รับรู้เลยว่าร่างสีขาวตรงหน้าจะรู้สึกกดดันอะไร...ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ.....ฝ่ายที่จะต้องเหนื่อยคงเป็นเขาเองแน่ๆ



ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ในหัวพยายามหาวิธีเอาชนะร่างสีขาวให้ได้



“ ฮึ...ยังอ่อนแอเหมือนเดิมเลยนะไอ้สวะ”     แต่แล้วเสียงของใครบางคนกลับทำให้ใบหน้าเครียดกลับยิ้มพรายขึ้นมาได้ นัยน์ตาสีทองหันไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของคนที่เพิ่งมาถึง และชายคนนั้นก็ทำให้เจ้าของแผ่นดินสีขาวถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง ใบหน้าสีขาวเริ่มจะซีดลงจนรอยยิ้มสบายๆเมื่อครู่ดูเหมือนจะเลือนหายไป



เพราะรู้ดีว่าไม่มีนภาใดสามารถเอาชนะนภาทมิฬได้...



นัยน์ตาสีอเมทริสฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา...หากรู้ว่ามิอาจชนะข้าก็จะไม่สู้....เพราะข้ายังมีอะไรต้องทำอยู่....



แส้สีดำที่เคยรับรู้ถึงน้ำหนักกดทับของดาบสีขาว บัดนี้มันกลับเบาจนราวกับร่างที่อยู่ตรงหน้าไม่มีตัวตน ดีโน่มองเบียคุรันด้วยความสงสัย ก่อนที่นัยน์ตาจะเบิกกว้างเมื่อร่างสีขาวที่เคยยืนอยู่กลับสลายหายไปต่อหน้าต่อตา....ราวกับว่าจะหายไปกับแสงแดด....



แต่มันไม่ใช่หรอก....มันก็เป็นเพียงวิชามายาสาขาหนึ่งที่สืบทอดมาในตระกูลของเขาเท่านั้น....เบียคุรันยิ้มในขณะที่อำพรางร่างกายอยู่ในแสงตะวันก่อนจะค่อยๆหันหลังให้แก่คนสามคนอย่างช้าๆ....อย่างพวกนั้นไม่มีวันที่จะจับเขาได้ไล่เขาทัน....เพราะไม่ได้มีจมูกเป็นเลิศเหมือนดอกไม้มรณะ...และไม่ได้........







ฉึก!!!






ความเจ็บแปลบพุ่งขึ้นมาจากที่หน้าอกด้านซ้ายจนนัยน์ตาสีอเมทริสจำต้องก้มลงไปมอง ทำไมเลือดจึงไหลนองอยู่ที่หัวใจของข้า...



นัยน์ตาสองสีที่รักแสนรักกำลังจ้องมองขึ้นมาด้วยใบหน้านองน้ำตา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันราวกับกำลังเจ็บปวด มือใหญ่จึงยกขึ้นไปแนบไว้ที่ใบหน้า...



ใครทำให้เจ้าร้องไห้...ใครทำให้เจ้าเจ็บปวดกัน....มุคุโร่....








ร่างทั้งร่างของเจ้าของแผ่นดินสีขาวทรุดลงไปกองอยู่ที่พื้นดินเมื่อสามง่ามถูกดึงออกมาจากขั้วหัวใจ....ใช่....อีกคนที่จะรับรู้ได้ว่าเขาอยู่ตรงไหนก็คือผู้ที่ใช้วิชามายาเช่นกันอย่างเจ้าของหัวใจของเขาผู้นี้....ความเจ็บปวดไม่อาจทำอะไรเขาได้นอกจากทำให้ลมหายใจค่อยๆจางหายไป....นัยน์ตาเริ่มจะพร่าเลือนแต่ก็มองเห็นว่าร่างโปร่งของมุคุโร่ทรุดนั่งลงอยู่ตรงหน้า มือจึงเอื้อมคว้าไปหา



“ หากเจ้าไม่ต้องการหัวใจดวงนี้แล้ว....เจ้าเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ทำลายมัน...เพราะว่าเจ้าคือเจ้าของของมันแต่เพียงผู้เดียว...มุคุโร่คุง....”



มือบางวางสามง่ามไว้ข้างตัวก่อนจะคว้าเอามือใหญ่ไว้ ท่อนแขนอีกข้างประคองร่างของเจ้าของแผ่นดินสีขาวเอาไว้แนบอก ใบหน้านองน้ำตาแนบลงไปที่ใบหน้าของคนที่ยังคงยิ้มแย้มให้กันจนวินาทีสุดท้าย



“ เจ้ารู้ไหมว่าข้าเจ็บปวดเพียงใดที่ต้องทำแบบนี้กับเจ้า...”    แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยอีกฝ่ายไปให้กลับมาทำร้ายคนอื่นเพราะความรักที่มีต่อเขาได้อีก



“ อย่างนั้นเองหรอ....คนที่ทำให้เจ้าเจ็บปวดคือข้าเองสินะ....”       นัยน์ตาสีอเมทริสมองมาด้วยแววตาอ่อนแรง



“ ข้าขอโทษนะ...มุคุโร่คุง”       ใบหน้าเรียวพยักหน้าลงน้อยๆราวกับกำลังบอกว่าให้อภัย



ขอบใจที่ให้อภัยและหลั่งน้ำตาให้แก่ข้า มันคงเป็นการแสดงความรู้สึกของเจ้าที่มีต่อข้าเป็นครั้งแรกเลยสินะ เพราะนอกจากรอยยิ้มละไมเย็นชาเจ้าก็ไม่เคยแสดงออกมาเลยว่าเจ้ารู้สึกเช่นไรกับข้า....ขอบใจนะ มุคุโร่คุง



รอยยิ้มสุดท้ายนั้นช่างดูบริสุทธิ์สมกับที่เป็นสีขาว...ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะหยุดนิ่งไป.....



ร่างโปร่งบางได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความนิ่งงัน....ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าทำเพื่อข้า ข้าจะจดจำมันเอาไว้ไม่มีวันลืม



เหมือนกับที่ข้าไม่เคยลืม....



ว่าชื่อของเจ้าคือ....เบียคุรัน.....







...........................................................................................................................................................................................








ม้าสองตัววิ่งเคียงข้างกันไปตามไหล่เขา ผืนป่าช่วยอำพรางไม่ให้ใครรู้ว่าทั้งคู่ยังคงควบม้าเคียงข้างไปกับกองทัพสีดำที่เคลื่อนกำลังกลับนามิโมริพร้อมกับชัยชนะอยู่เบื้องล่าง ม้าทั้งสองชะลอฝีเท้าลงเมื่อกองทัพเริ่มหยุดเคลื่อนที่...ยามเย็นใกล้จะมาถึงอีกครา....



นัยน์ตาสีมรกตมองกองทัพซึ่งกำลังตั้งค่ายอยู่บนหลังม้าสีขาว....มือบางลูบไปที่แผงคอ....มันตามหาเขาจนเจอ....



“ เราก็พักกันบ้างเถอะ....เจ้ากินปลาจนเบื่อหรือยัง”      เสียงคนข้างๆดังขึ้น ร่างสูงใหญ่ที่ทำตัวเป็นพ่อบ้านนั้นดูไม่เหมือนจอมโจรแห่งป่าสายหมอกเลยสักนิด



“ เบื่อแล้ว! ตอนนี้ข้าอยากกินสตอเบอร์รี่ลูกใหญ่ๆของป่าสายหมอกมากกว่า(ใครอ่านแฝดพี่ยังจำสตอเบอร์รี่ได้ไหมก๊ะ).....จากตรงนี้ไปอีกไม่นานก็จะถึงนามิโมริ....คงไม่มีศัตรูที่ไหนแล้วละ...เจ้าพาข้ากลับป่าสายหมอกได้แล้วยามาโมโตะ”        นายน้อยแห่งโกคุเดระแสดงอาการเอาแต่ใจซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มรับแต่โดยดี...



“ ยามาโมโตะ”



“ ขอบใจนะที่เจ้ายอมตามใจข้า...”       นัยน์ตาสีมรกตมองมาด้วยแววตาขอบคุณก่อนจะเหลือบไปมองกองทัพสีดำที่อยู่เบื้องล่าง.....ภาพเหตุการณ์แห่งการตัดสินใจในวันนั้นมันยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจไม่รู้ลืม



















มือของนายน้อยแห่งโกคุเดระซึ่งกำดาบโดยมีมือใหญ่วางทาบทับค่อยๆยกขึ้นเหนืออากาศก่อนที่จะตวัดตัดลงไป....



ให้เชือกที่ผูกสร้อยหินสีดำบนข้อมือบางขาดออกจากกัน....



“ เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าหรือไม่....หากข้าจะขอชดใช้ให้แก่เขาในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ของข้า....เขาดูแลข้ามาเป็นสิบปีถือเป็นผู้มีพระคุณอันใหญ่หลวง...จากนี้ต่อไปข้าจะคอยปกป้องเขาบ้างจากเงามืดที่ใครก็ไม่อาจมองเห็น”      นัยน์ตาสีมรกตที่งดงามคู่นั้นมันแข็งกร้าวอย่างเต็มไปด้วยการตัดสินใจที่แน่วแน่



“ ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าแน่นอนโกคุเดระ”        ขอเพียงมีเจ้า ไม่ว่าที่ไหนอย่างไร ข้าก็พร้อมจะไปด้วย.....เขาดูแลเจ้ามาสิบกว่าปี....แต่ต่อจากนี้ไปอีกหลายสิบปีข้าจะเป็นคนดูแลเจ้าเอง...โกคุเดระ



ศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีเงินก้มลงคาราวะต่อหน้าหลุมศพกำมะลอที่ตนช่วยกันสร้างขึ้นมา ก่อนจะนำสร้อยหินสีดำไปพันเอาไว้ที่ป้ายหลุมศพ



ท่านเคียวยะ....ข้าขอโทษ....ท่านจะให้อภัยข้าหรือไม่ ข้าไม่อาจรู้เลย....แต่ข้าจะขอคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านมอบให้แก่ข้ามาเพราะว่าข้าไม่อาจตอบสนองความต้องการของท่านได้...ข้าไม่สามารถมอบหัวใจของข้าให้แก่ท่านได้....เพราะเช่นนั้น...ขอให้ข้าเป็นเพียงคนที่ตายไปแล้วสำหรับท่านเถอะนะ....







ม้าสองตัวออกวิ่งอีกครั้ง....เป้าหมายต่อไปคือ   “บ้าน”   ที่อยู่ในป่าสายหมอก.....







.............................................................................................................................................................................................








ข่าวการจากไปของเจ้าของแผ่นดินสีขาวและความวุ่นวายภายในนามิโมริรู้ไปถึงหูของเจ้าของแผ่นดินสีดำจนได้ ร่างแข็งแกร่งจึงเร่งรุดกลับมาด้วยม้าสีดำและเหล่าผู้ติดตามอีกน้อยนิด ส่วนกองทัพที่เหลือก็ค่อยๆเคลื่อนพลตามมาในภายหลัง



นอกจากผืนแผ่นดินแล้ว ที่ห่วงไปกว่านั้น.....



มือใหญ่เลื่อนประตูบานเลื่อนของห้องในศาลเจ้าซาวาดะออกอย่างรุนแรงและไม่เอ่ยขออนุญาตผู้ที่อยู่ข้างในเลยสักนิด ร่างที่รู้จักดีของพี่ชายนั่งอยู่เคียงข้างร่างที่ยังคงนอนหลับอยู่บนฟูก ฮิบาริ เคียวยะ เดินตรงดิ่งเข้าไปหามุคุโร่ด้วยจิตสังหารดำมืดก่อนที่ทอนฟาจะฟาดลงไปที่ใบหน้าเรียว



“ เคียวยะ?”       มุคุโร่หันกลับมาพร้อมกับเลือดที่ไหลมุมปาก นัยน์ตาสองสีมองน้องชายด้วยความเจ็บปวด....ด้วยรู้ดีว่าความผิดร้ายแรงที่พวกเขาทำไว้ในอดีตนั้นยากเกินกว่าจะให้อภัย....เขาเองก็ตั้งใจว่าจะเข้าไปขอโทษแล้วยอมรับความผิดและโทษทัณฑ์ที่อีกฝ่ายจะมอบให้



“ ข้าขอโทษ....ข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่ให้อภัยเพราะเช่นนั้นข้าจะยอมให้เจ้าลงโทษ...แต่ขอเอาไว้ให้เขาหายดีก่อนได้ไหม”      ร่างโปร่งขอร้องผู้เป็นน้องชาย ถึงแม้ว่าร่างเล็กที่นอนอยู่ข้างๆจะพ้นจากขีดอันตรายแต่ก็ยังไม่ฟื้นคืนสติ



“ พาเจ้านั่นกลับไปที่ตำหนักของเจ้า...ข้าจะให้หมอหลวงไปรักษา”       แต่แล้วถ้อยคำที่ออกมาจากปากของร่างในชุดดำก็ทำเอานัยน์ตาสองสีเบิกกว้าง



“ ถ้ามันไม่หาย ข้าก็ลงโทษเจ้าไม่ได้น่ะสิ”       นัยน์ตาสีดำคมกริบเหลือบมามองก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป....ใบหน้าเรียวอมยิ้มกับสิ่งที่ได้ยิน.....กับข้า...เจ้ายังแสดงความเย็นชาได้น่ารักเหมือนเดิมเลยนะเคียวยะ....แต่ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่ผู้เป็นน้องชายจะให้อภัยแก่ตน






ความรัก....เช่นนั้นใช่ไหม....ที่ทำให้เจ้าเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้....





.........................................................................................................................................................................................................................






ฉลามร้ายเดินวนไปวนมาด้วยท่าทางฟึดฟัด...สงสัยข้าจะอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว....



เขาไม่ได้กลัวเจ้าของแผ่นดินสีดำเล่นงานที่ทำหน้าที่บกพร่องจนปล่อยเจ้าเด็กนายน้อยนั่นหลุดไป...แต่ไอ้คนที่มันกวนใจเขาคือเงาที่ผลุบๆโผล่ๆให้เขาต้องวิ่งหลบอยู่นี่มากกว่า...พวกมันสองคนจะตามเขามาทำไม ?!



“ โว้ยยยย!!! โผล่หัวออกมาให้หมดนะ!!!       ในที่สุดความอดทนก็หมดไป ฉลามร้ายตะโกนท่ามกลางชายป่าที่หนีออกมาเพื่อหาที่สงบๆแต่กลับพบว่าใครอีกสองคนยังลอบตามมาไม่ได้ห่าง



ชายผมทองโผล่ออกมายืนยิ้มอยู่ที่ใต้เงาไม้ ส่วนชายผู้มีนัยน์ตาสีโลหิตนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



“ พวกเจ้าจะมาตามข้าหาสวรรค์วิมานอะไร! ข้าจะบอกอีกครั้งว่าข้าไม่ใช่คนที่พวกเจ้ารู้จัก! คนคนนั้นเป็นแฝดพี่ของข้า และข้าก็คือตัวข้า ไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร เข้าใจไหม!!!    เสียงตะโกนออกมาเป็นชุดด้วยความโมโห...พอกันที....ข้าจะไม่เก็บกักความทุกข์ใจเอาไว้ข้างในอีกแล้ว ข้าจะทำให้พวกมันรู้ไปเลยว่า....ข้าไม่ใช่ตัวแทนของใคร!



“ ถึงไม่ใช่ข้าก็จะพาเจ้ากลับไปป่าสายหมอก”       แต่ถ้อยคำนิ่งๆที่พูดออกมาจากปากจอมโจรก็ต้องทำเอาใบหน้าสวยถึงกับอ้าปากค้าง หมอนี่ดูจะต่างจากที่เขาคิดอยู่นิดหน่อย



“ ฮะ ฮะ ว่าแล้วเชียว....ว่าเจ้าดูไม่เหมือนเจ้าที่ข้าเคยเจอ...แต่ข้าก็บอกไม่ได้หรอกนะเพราะว่าข้าไม่เคยรู้จักพี่ชายฝาแฝดของเจ้า ข้าเคยแต่เห็นเขาอยู่ไกลๆเท่านั้นเอง”       และคำพูดของดีโน่ยิ่งทำให้ใบหน้าสวยอ้าปากกว้างกว่า....หมายความว่าไง....ไม่เคยรู้จักพี่ชายเขา....งั้นก็แปลว่า....



“ คนที่ข้ารักคือเจ้า....คนที่ยินอยู่ตรงหน้าข้านี่แหละ”       คำสารภาพตรงๆทำให้ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยดวงตาตกตะลึง



“ ข้าก็ไม่เคยเห็นว่าเจ้ากับไอ้ฉลามสวะตัวพี่จะเหมือนกันเลยสักนิด...เพราะฉะนั้นคนที่ข้าจะลากกลับป่าสายหมอกก็คือเจ้าที่เป็นเจ้า”      และคำพูดของอีกคนก็เพิ่มรอยแดงบนใบหน้าสวยเข้าไปอีก.....




อะไรกัน....

สิ่งที่เพิ่งรับรู้นี่มันอะไรกัน.....

เจ้าสองคนต้องการข้าที่เป็นตัวข้า....

เจ้าสองคนไม่เคยเห็นข้าเป็นตัวแทนของใคร.....







“ อะ......”        เหมือนจะจนด้วยคำพูดจนไม่อาจเอ่ยอะไรออกไปได้ ความร้อนยังคงพุ่งขึ้นสู่ใบหน้าไม่หยุดหย่อน



“ โว้ยยยยย!!!! ไม่รู้ไม่ชี้ด้วยหรอก!!!!        ฉลามร้ายทำลายข้าวของและต้นไม้แถวนั้นจนราบเป็นหน้ากอง ก่อนที่จะวิ่งหนีไปด้วยความอาย ให้ชายอีกสองคนหันมามองหน้ากัน นัยน์ตาสีทองสบประสานไปที่นัยน์ตาสีโลหิตราวกับจะรู้ทัน



มาพนันกันหน่อยไหม....ว่าใครจะจับฉลามร้ายได้.....



รอยยิ้มเผยออกมาบนใบหน้าทั้งสอง



ก่อนที่ร่างกายจะเดินสบายๆตามหาสิ่งที่เรียกว่าหัวใจของตนต่อไป....







........................................................................................................................................................................................







ท้องฟ้าสดใสไหลวนกลับมาเยือนนามิโมริอีกครั้ง....



ร่างเล็กๆเดินกระโผลกกระเผลกท่ามกลางทุ่งดอกไม้ป่าที่ด้านหลังตำหนัก ใบหน้าน่ารักเงยขึ้นมองฟ้าเจิดจ้าก่อนจะยกแขนขึ้นมาป้องตา...ไม่นึกเลยว่าข้าจะได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงสว่างอีกครั้ง...ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ ไม่ต้องหวาดระแวง ไม่ต้องต่อสู้แย่งชิง...เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันจบลงไปแล้ว



เสียงฝีเท้าที่วิ่งมาอย่างเร่งรีบแว่วมาจากทางด้านหลัง ให้ใบหน้าน่ารักหันกลับไปมอง เห็นเจ้าของนัยน์ตาสองสียืนหอบอยู่ที่อีกฝั่งของทุ่งดอกไม้



“ ออกมาทำอะไรที่นี่กันครับ...เจ้ายังไม่หายดีนะสึนะโยชิ”      ร่างโปร่งเดินตรงเข้ามาหา



“ ข้าก็มาเก็บยาของข้าน่ะสิ...เดี๋ยวเจ้าเกิดนึกไม่ไว้ใจข้า ไล่แทงข้าขึ้นมาอีกข้าจะได้เอาไว้ทาได้ทัน!     ใบหน้าเล็กงอนแก้มป่อง เขายังไม่หายโกรธง่ายๆหรอกนะที่คนตรงหน้าไม่เชื่อใจกันจนเกือบจะพลั้งมือฆ่าเขาจนตายนี่น่ะ



“ ข้าขอโทษ....”     ใบหน้าเรียวก้มลงอย่างสำนึกผิด ถ้าคนตรงหน้าเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ เขาคงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ไปชั่วชีวิต



“ ข้ายอมให้เจ้าลงโทษข้าทุกอย่างเลยสึนะโยชิ....”     มือของมุคุโร่ยื่นไปจับมือเล็กเอาไว้



“ ช่างเถอะ....เพราะข้ารู้ว่าเจ้าคงไม่เชื่อข้าง่ายๆจากเรื่องเลวร้ายที่ข้าทำเอาไว้เมื่อครั้งอดีต”     ใบหน้าน่ารักยิ้มออกมาแบบฝืนๆ



“ ถ้าเจ้าหายดีแล้ว...เราไปขอโทษเคียวยะกับเรื่องที่ผ่านมา....ข้ารู้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะให้อภัยเราได้ เพราะสิ่งที่เจ้าทำลงไปทั้งหมดนั้นเป็นเพราะว่าเจ้ารักข้า...”      มือของมุคุโร่บีบลงไปที่มือเล็กอย่างให้กำลังใจ....ใช่....เพราะรัก...ทำให้คนเปลี่ยนไปและทำอะไรหลายๆอย่างได้จนน่ากลัว



ใบหน้าของทั้งคู่เงยมองฟากฟ้าที่สว่างเจิดจ้าจนแทบจะกลายเป็นสีขาวอีกครั้ง.....ทุกสิ่งทุกอย่างที่คนคนนั้นทำก็เพื่อความรักเช่นกัน



“ ข้าว่าเจ้านั่นต้องกำลังสาปแช่งข้าอยู่บนนั้นแน่ๆ ข้าถึงได้ไม่หายซักที”



“ ใครว่าละครับ เพราะเจ้าดื้อออกมาเดินไปเดินมาอยู่นี่ไงล่ะมันถึงได้ไม่หาย”



ร่างโปร่งอุ้มร่างเล็กขึ้นเหนือกอดอกไม้ ใบหน้าส่งยิ้มให้แก่กันก่อนที่จะก้าวเดินออกไป







“ คึหึหึ...วันนี้ข้าจะอุ้มเจ้าไปก่อน...แต่วันข้างหน้าเจ้าต้องลงมาเดินเคียงข้างข้านะครับ”



“ อะ...อื้อ!

























ภาพของทั้งสองนั้นอยู่ในสายตามาตลอด....



เขาอาจจะกำลังเรียนรู้การให้อภัย....



เช่นเดียวกับการที่จะยอมปล่อยหัวใจของตนเองไป....



น่าแปลกจริงๆที่เขาไม่คิดที่จะไปชิงตัวฮายาโตะกลับคืนมา...เพียงแค่รู้ว่าร่างบอบบางยังคงมีชีวิตอยู่ที่ป่าสายหมอก แค่นั้นมันกลับทำให้เขาสบายใจมากกว่าการที่จะได้มาครอบครองแต่ใบหน้าสวยนั้นจะนองไปด้วยน้ำตา....



แค่รู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข...ถึงจะอยู่ที่ไหนในโลก....ก็เหมือนกับเจ้าอยู่เคียงข้างกายข้าตลอดเวลา....






นัยน์ตาสีดำคมกริบหันมามองพี่ชายและร่างเล็กอีกครั้ง



เอาเถอะ...ถึงข้าจะสูญเสียฮายาโตะไป...แต่ก็ใช่ว่าข้าจะสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง.....






...............................................................................................................................................................................................






ที่รอบกายนั้นมืดสนิท....หมู่ดาวนั้นพร่างพราวอยู่บนท้องฟ้าที่มืดมิด



มือบางส่งไปให้มือใหญ่จับเอาไว้ด้วยสายตาไม่ชินกับความมืด ร่างบอบบางแทบจะล้มลงไปหลายครั้งเพราะสะดุดรากไม้ถ้าไม่ติดว่ามีอ้อมแขนแข็งแรงมารับเอาไว้ได้ทันเสียก่อน ใบหน้าสวยมีเหงื่อเกาะพราวแต่กระนั้นก็ไม่บ่นออกมาสักคำ



ร่างสูงใหญ่พาร่างบอบบางเดินผ่านต้นไม้มากมายเข้าไปในส่วนที่อยู่ด้านในของป่าสายหมอก นัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองไปโดยรอบด้วยดวงตาหวาดหวั่นเล็กน้อย ขนาดเดินตอนกลางวันเขายังไม่อาจจำทิศจำทางอะไรได้ แล้วนี่ต้องมาเดินตอนกลางคืนจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาก่อนจะเหลือบตาขึ้นไปมองใบหน้าคมที่อมยิ้มน้อยๆ



“ หัวเราะอะไรของเจ้า!



“ ยอมให้ข้าอุ้มมาเสียตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ดูสิ หกล้มจนมอมแมมไปหมดแล้ว”       ใบหน้าสวยมองมาด้วยแววตาดุๆ ....ข้าจะให้เจ้าเช็ดโคลนให้ข้า แต่ไม่ให้เจ้าอุ้มข้าหรอก!



ใบหน้าคมยังคงอมยิ้มในขณะที่นายน้อยแห่งโกคุเดระได้แต่ก้มลงดูทางเพราะไม่อยากหกล้มให้อีกคนหัวเราะเยาะได้อีก ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางป่ามากขึ้นเท่าไหร่เสียงหริ่งเรไรยิ่งเงียบสงบลง บรรยากาศที่รายล้อมร่างกายกำลังเย็นสบาย ท่ามกลางแมกไม้มีแสงจันทราส่องลงมาเป็นแสงเรืองรอง สายหมอกบางเบายิ่งทำให้ที่นี่ราวกับสรวงสวรรค์



จู่ๆร่างสูงใหญ่ก็หยุดลงไม่บอกไม่กล่าวให้อีกคนที่ก้มหน้าก้มตาเดิน หยุดไม่ทันจนใบหน้าสวยชนเข้ากับแผ่นหลังกว้าง ร่างบอบบางเตรียมจะโวยวายแต่ร่างสูงใหญ่กลับหันหลังมา มือทั้งคู่จับอยู่ที่ไหล่บางก่อนที่จะออกแรงหมุนให้นายน้อยแห่งโกคุเดระหันไปทางขวามือ



ภาพตรงหน้านั้นทำเอานัยน์ตาเบิกกว้าง



หิ่งห้อยนับร้อยนับพันบินวนไปวนมาอยู่เหนือบึงซึ่งสะท้อนเงาจันทร์....



เจ้าหิ่งห้อยตัวน้อยบินมาทักทายผู้มาใหม่ให้มือบางยกขึ้นก่อนที่แสงเล็กๆจะเกาะลงมา ใบหน้าสวยยิ้มน้อยๆกับภาพที่เห็น ก่อนจะเงยหน้ามองภาพตรงหน้าอีกครั้งราวกับสายตาถูกตรึงเอาไว้ด้วยความงามของภาพซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหน



เช่นเดียวกัยนัยน์ตาสีเปลือกไม้ที่จ้องมองร่างบอบบางซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแสงนับร้อยของหิ่งห้อย....



เจ้าคือความงดงามซึ่งไม่อาจหาสิ่งใดมาเทียบได้อีก....



เขายังจำได้ดีถึงวันที่โกคุเดระตัดสินใจเลือกที่จะอยู่กับเขา เขายังจำได้ดีถึงความสุขที่เอ่อล้นขึ้นมาจนเติมเต็มหัวใจที่เคยว่างเปล่าของเขา....บัดนี้....ภาพตรงหน้าคือสิ่งยืนยันว่า เขาไม่ได้ฝันไป....โกคุเดระกลับมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาอีกครั้งจริงๆ....



จากจอมโจรที่ได้ชื่อว่าเลือดเย็นและไร้หัวใจ กลับอบอุ่นขึ้นมาได้เพราะสัมผัสและความรักที่เจ้ามอบให้



และข้าจะขอตอบแทนเจ้าด้วยชีวิตและหัวใจของข้าเช่นกัน....



ร่างสูงใหญ่สวมกอดร่างบอบบางจากทางด้านหลัง ใบหน้าขยับไปแนบชิดซึ่งกันและกัน ไออุ่นซึ่งแผ่ซ่านส่งผ่านกันและกันนั้นอบอวลไปด้วยไอแห่งรัก บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอ่อนโยนละมุนละไม



“ ข้าดีใจ....ที่ได้กลับมาที่นี่....ได้มาดูหิ่งห้อยกับเจ้าตามสัญญาที่ข้าให้ไว้”      



“ ข้าก็ดีใจ ที่ตอนนี้ข้ามีเจ้าอยู่เคียงข้าง...ดีใจที่ได้พาเจ้ามาที่นี่”    แขนแข็งแรงกระชับเอวบางเข้าหาตัว มือบางจึงวางลงบนท่อนแขนทั้งสองข้าง เหล่าหิ่งห้อยตัวน้อยยังคงบินวนไปวนมาอยู่ด้านหน้า มันจะเป็นภาพที่ติดตาทั้งสองไปไม่รู้ลืม....



ดวงจันทราเริ่มเคลื่อนคล้อยไปจากที่เดิม อีกไม่นานก็จะได้เวลาออกหากินสำหรับสัตว์น้อยใหญ่ ร่างบอบบางนั่งเคียงข้างกับร่างสูงใหญ่อยู่ที่โคนต้นไม้ริมบึง ใบหน้าสวยซบอยู่ที่หัวไหล่และท่อนแขนแข็งแกร่ง นัยน์ตาสีมรกตที่งดงามราวกับอัญมณียังคงจ้องมองแสงน้อยๆของเหล่าหิ่งห้อยไม่รู้เบื่อ



ใบหน้าคมก้มลงไปจูบที่หน้าผากมน เมื่อเห็นว่าคนที่เคยเขินอายกลับไม่ว่าอะไรเพราะคงกำลังเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้าจึงจูบไล่ลงไปเรื่อยๆ



“ หยุด!     นายน้อยแห่งโกคุเดระผละร่างกายออกมาจากร่างสูงใหญ่เมื่อรับรู้ได้ว่าใบหน้าของอีกคนเริ่มจะซุกไซร้มาที่ลำคอ มืออีกข้างก็เริ่มจะลามปามเข้ามาใต้กิโมโนของตน



“ ทำไมล่ะ?”     ยามาโมโตะหันมาถามด้วยใบหน้าใสซื่อ



“ ยะ...ยังจะมาถาม...นี่มันกลางป่ากลางเขาเจ้าคิดจะทำอะไร!       ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ ส่วนอีกคนลอบยิ้มก่อนจะกลับมาทำหน้าไม่รู้เรื่อง



“ ก็กลางป่ากลางเขาน่ะสิ....ไม่มีใครเห็นดีออก”      คำพูดเนียนๆเล่นเอานายน้อยแห่งโกคุเดระแทบจะควันออกหู



“ เจ้าไม่อายแต่ข้าอาย!....นะ...นั่นไง...หิ่งห้อยเป็นร้อยเป็นพันมันมองเราอยู่”      ยามาโมโตะนึกเกลียดหิ่งห้อยขึ้นมาทันที ใบหน้าคมถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มร่างบอบบางขึ้นทันที



“ ถ้างั้นก็กลับไปทำที่บ้านกัน”       สองแขนบางโอบรอบลำคอเอาไว้แทบไม่ทัน ใบหน้าสวยแดงระเรื่ออยู่ใกล้ใบหน้าคมแค่คืบจึงมองเห็นแววเจ้าเล่ห์ในดวงตาสีเปลือกไม้ได้อย่างชัดเจน



“ แต่ว่าข้าจะดูหิ่งห้อย....”       ร่างบอบบางพยายามหาข้ออ้างอย่างสุดฤทธิ์ ขืนปล่อยให้ทำเอาตอนนี้คงไม่ต้องนอนกันพอดี



“ หิ่งห้อยมีอีกเป็นร้อยวัน ไว้ข้าจะพาเจ้ามาดูวันหลัง”       แล้วไอ้เรื่องแบบนี้ ทำไมไม่เอาไว้ทำวันหลังบ้าง ร่างบอบบางประท้วงอยู่ในใจ



“ งั้นก็ปล่อยข้าลง ข้าจะเดินไปเอง”



“ ไม่ละ เจ้าเดินช้าจะตาย”



เสียงต่อล้อต่อเถียงดังไปตลอดทาง เช่นเดียวกับร่างทั้งสองที่จะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดกาล....








เพราะความรัก...เพราะความหวัง....ทำให้คนไม่เคยหยุดยั้งที่จะก้าวเดิน ไม่เคยหยุดยั้งที่จะไขว่คว้า ไม่ว่าสิ่งใดๆจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม...












ความหวังครั้งสุดท้าย : Black SNOWDROP

...................จบบริบูรณ์....................








ปาดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ...ในที่สุดก็จบแล้วจนได้นะ T^T....สำหรับทางแยกของยามะนี้ต้องขอโทษอย่างรุนแรงเลยสำหรับภาษาที่มันไม่สวยงามเท่าของฝั่งคุณฮิ อันนี้ไม่มีข้อแก้ตัว...^ ^”....แบบว่า คุณกวางฝั่งนางฟ้าและฝั่งซาตานมันก็ตบตีกันจนวินาทีสุดท้ายก่อนส่งพิมพ์อยู่เหมือนกันว่าจะพอเพียงแค่นี้หรือว่าจะรื้อแก้ใหม่....แต่จนแล้วจนรอดก็หมดแรงไปซะก่อน....^ ^”.....

ต้องขอขอบคุณมากๆเลยนะคะ สำหรับทุกกำลังใจทุกแรงเชียร์ที่มีให้กันมาตลอดกับฟิกเรื่องนี้ มันเป็นอะไรที่ประทับใจมากถึงมากที่สุดเลยค่ะ มันจะเป็นกระทู้ที่จะขอจดจำไปจนวันตายว่ามีใครอีกหลายๆคนตั้งใจส่งกำลังใจมาให้ข้าพเจ้ามากมายขนาดนี้....ขอบคุณอีกครั้งค่ะ!!!

สำหรับแม่ยก 8059 เราคงได้เจอกันอีกเรื่อยๆ เพราะฐานที่มั่นใหม่คงเป็น ฟิกเจ้าพ่อฯอย่างที่เวิ่นไว้(แต่เมื่อไหร่นั่นก็อีกเรื่อง กร๊ากกก) ส่วนแม่ยก 1859 คงได้เจอกันที่โปรเจคแอนโธ 1859 ของน้องฟาร์ม Devilz79 ต้นปีหน้า...ยังไงก็มารั่วอีโรติก(=[ ]=) ด้วยกันนะ!

ว่าแต่......

พูดเหมือนจะร่ำลาจากกันไปไหน......?

ยังจำกันได้หรือไม่ว่า....

มันยังเหลือทางจบอยู่อีกแยกนึง!!!


ความหวังครั้งสุดท้าย : White SNOWDROP.....คนแต่งยังแต่งมันอยู่เน้...เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในรวมเล่มแฝดน้องเล่มนี้ เพราะว่ามันดันรั่วบัดซบ อ๊ะ! หลุดปาก.....(ดูจากสมการตอนจบแล้ว ดราม่าไม่ออกฟ่ะ = =”)......และ.....เค้าว่ากันว่า “แฝด” ก็เหมือนคนคนเดียวกัน   คุฟุฟุ.....


อ้อ...แล้วก็อย่าลืมไปอ่าน ตอนย้อนอดีตอีก4ตอนที่กำลังจะลงต่อจากนี้กันด้วยนะค้า...แล้วคุณจะได้รู้ว่า ในอดีตมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณฮิ คุณมุ ทูน่า ป๋าเบีย ....


ขอบคุณอีกครั้งค่า.....





2 ความคิดเห็น:

  1. เอาจริงๆเรื่องนี้จะจบไปทางไหนเค้าก็เศร้าทุกทางเลยค่ะ
    สงสารทุกคน ถึงจะจบดีก็ตาม
    ขอโทษที่หายไปสองสามตอนค่ะ คือว่า เล่นในไอแพดละมันกระตุกมากเลยค่ะ
    เลยมารวบรวมความรู้สึกทีเดียว
    แต่ยังไงยามะจังก็ดูแฮปปี้ก็ดีแล้วนี่เนอะ TT
    เสียดายมากเลยค่ะที่ตามเก็บเล่มเรื่องนี้ไม่ทัน
    สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

    ตอบลบ
  2. คือแอบมาแง้มๆอ่านคู่8059อย่างเดียวไม่พอยังข้ามตออมาอ่านตอนจบอีกแหะๆขอโทดนะคะเพราะไม่ค่อยชอบสามคู่เศร้าๆมากเท่าไหร่แต่เรื่องก็ยังสนุกกินใจยุ่แบบเดิมเลยน้า

    ตอบลบ