KHR Au.fic [805918] ความหวังครั้งสุดท้าย : Black SNOWDROP : 14


: KHR Fanfiction Au
: 8059  6927  XSD
: Drama
: NC-17


คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ


ตอนคิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็แค่อยากอ่านฟิคที่มีสองด้าน ก็แค่นั้นเองค่ะ เพราะงั้น....นี่คือ ฟิคคู่แฝดค่ะ.....เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนๆกัน แต่ความรู้สึกนั้นช่างต่าง......พบกับอีกด้านของเรื่องนี้ได้ที่......


[AuFic][805918] The Last SNOWDROP....



.
.
.
.
. 


สมการสามเส้า ของพวกเขาสามคู่

กับความรักของคน 9 คน กับความรู้สึกและเหตุผลของแต่ละคนใน 9 ด้าน

กับความต้องการและความปรารถนาที่จะครอบครองบุคคลอันเป็นที่รัก

สุดท้าย.......

ดอกไม้แห่งความหวังจะเบ่งบานแย้มยิ้มให้แก่....ผู้ใดกัน


By : K_Guardian_7

.
.
.
.
.
.
.
.







ทุกสรรพเสียงเงียบลงหลังจากที่เหล่าทหารคนสนิทพากันออกจากห้องประชุมไปกันจนหมด ร่างสง่าของเจ้าของแผ่นดินสีดำยังคงนั่งมองแผนที่และหมุดที่ปักลงไปในแผนการของตน สายตาคมกริบเหลือบไปมองเงามืดที่อยู่ด้านหลังกำแพงอย่างรู้ทัน



“ ฮายาโตะ....”       เสียงทุ้มเรียกให้อีกฝ่ายที่ยังแอบฟังอยู่สะดุ้งเฮือก ร่างบอบบางขยับกายออกจากเงามืดด้วยใบหน้ากังวล



“ ท่านกำลังจะไปรบ....”      เสียงแผ่วเบาฟังแล้วราวกับคนพูดเต็มไปด้วยความไม่สบายใจนั้นกลับทำให้เจ้าของร่างสีดำแอบอมยิ้มก่อนจะปรับใบหน้ากลับไปให้เรียบเฉย



“ นี่คือราชการลับ เจ้ามาแอบฟังแบบนี้มีโทษสถานใดเจ้ารู้หรือไม่”      ใบหน้าคมแสร้งทำหน้าไม่พอใจจนอีกฝ่ายก็เริ่มจะหน้างอง้ำ เขารู้...ว่าร่างบางไม่มีวันเอ่ยปากว่าเป็นห่วงเขา แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนที่จะสื่อสารกับใครด้วยคำพูดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงเข้าใจถึงการกระทำที่อีกฝ่ายแสดงออกมาได้มากกว่า



“ และข้าจะลงโทษเจ้า”      เจ้าของแผ่นดินสีดำย่างกายเข้าไปหาร่างบอบบางที่เริ่มจะรับรู้ถึงอันตราย ร่างกายจึงเริ่มจะถอยหนี มือใหญ่คว้าท่อนแขนบางเอาไว้ก่อนจะกระชากตัวนายน้อยแห่งโกคุเดระให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ริมฝีปากจากใบหน้าคมก้มลงไปจรดลงที่ริมฝีปากสีระเรื่อ ร่างในอ้อมแขนดิ้นขลุกขลักต่อต้าน และเมื่อละออกมา อ้อมแขนแข็งแกร่งก็ตวัดโอบรัดแล้วยกร่างบอบบางขึ้นก่อนจะก้าวขาออกมาจากห้องประชุม



“ ปล่อยข้าลงนะ! เดี๋ยวข้ารับใช้มาเห็นเข้า ท่านไม่อายเขาบ้างหรือยังไง!      น้ำเสียงดุแต่ก็กระซิบกระซาบเพราะไม่อยากให้ใครได้ยินดังมาจากร่างที่ถูกอุ้ม



“ จะอายอะไร...ในเมื่อใครๆเขาก็รู้ว่าเจ้าเป็นของข้า”      เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานิ่งๆนั้นทำให้ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ



ร่างบอบบางของนายน้อยแห่งโกคุเดระถูกวางลงอีกครั้งบนฟูกสีขาว ดอกไม้ป่าหลากสีที่อยู่ในห้องทำให้ใบหน้าของเจ้าของแผ่นดินสีดำประหลาดใจเล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจไปได้มากกว่าร่างตรงหน้า สองแขนกางกั้นไม่ให้ร่างบอบบางลุกหนีไปได้ ใบหน้าคมก้มลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอหอมละมุน ร่างข้างใต้เพียงแค่ขัดขืนเล็กน้อยตามปกติ



“ วันมะรืนข้าจะออกไปปราบกบฏทางเหนือ....”        เสียงทุ้มดังอยู่ที่ซอกคอทำให้ร่างบอบบางนั้นหยุดดิ้นลง



“ สภาพภูมิประเทศนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่ข้าจะคาดเดาแผนการของพวกนั้นได้ แต่ข้าก็มั่นใจ...ว่าข้าจะชนะ...และจะกลับมาหาเจ้าในเร็ววัน”       แรงกดจูบที่ซอกคอค่อยๆไล่ลงไปที่ลาดไหล่ มือใหญ่กระตุกโอบิที่รัดเอวบางออกอย่างเชื่องช้า



“ ทำไมท่านไม่ให้ข้าไปช่วยท่านล่ะ”       เขาน่าจะพอมีประโยชน์ เพราะอย่างน้อยตอนนี้ฝีมือการยิงธนูของเขาก็แม่นยำเกินพอ



“ มันอันตรายเกินไป....เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่...รอข้ากลับมาก็พอ”        เพราะประโยชน์เพียงอย่างเดียวของข้าคือมอบร่างกายให้แก่ท่านอย่างนั้นใช่ไหม....ไหนว่าข้าคือคนที่ต้องยืนอยู่เคียงข้างท่านในอนาคต....แล้วใยท่านจึงไม่ให้ข้าออกไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านล่ะ ท่านเคียวยะ.....



แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของร่างกายที่ขยับเข้าหากัน ทั้งๆที่ความรู้สึกเริ่มจะสวนทาง




ข้าเป็นห่วงท่าน....เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเป็นกำลังให้

ข้าเป็นห่วงเจ้า....เพราะฉะนั้นจึงเฝ้าปกป้องเจ้าเอาไว้




มือใหญ่เกลี่ยเส้นไหมสีเงินให้พ้นไปจากใบหน้าสวยซึ่งกำลังหลับพริ้ม....อยากจะยึดครองเวลานี้ให้อยู่กับข้าไปชั่วกาลนาน...อยากเห็นรอยยิ้มของเจ้า อยากให้เจ้าอยู่ข้างกายข้า ถึงแม้ว่าตอนนี้ในดวงตาของเจ้าจะยังไม่ฉายแววของข้าก็ตาม



ข้าไม่อาจจะพาเจ้าไปสู่สนามรบด้วยได้ กว่าข้าจะได้ตัวเจ้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นข้าจะไม่ขอเสี่ยงไม่ว่าประการใดก็ตามที่จะทำให้เจ้าได้รับอันตราย



เสียงก้อนกรวดตกกระทบพื้นระเบียงทำให้ใบหน้าคมยอมละไปจากใบหน้าของคนที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว ทอนฟาที่ถูกซ่อนไว้ในเสื้อกิโมโนที่กองอยู่ที่พื้นถูกจับขึ้นมากระชับมั่นก่อนที่ร่างของเจ้าของแผ่นดินสีดำจะค่อยๆเลื่อนบานประตูเลื่อนที่เชื่อมต่อไปยังสวนออกช้าๆ นัยน์ตาสีดำคมกริบสอดส่องมองหาผู้ที่มันบังอาจเข้ามาก่อกวนเขาถึงเรือนส่วนตัวแบบนี้



แต่ภายนอกนั้นกลับเงียบกริบ มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องนวลตา...มือใหญ่เลื่อนประตูปิดลงก่อนที่จะตวัดทอนฟาไปที่มุมหนึ่งของสวน



เคร้ง!!!



เสียงดาบปะทะเข้ากับทอนฟาดังขึ้นก่อนที่ทอนฟาจะถูกหมุนกลับมาปักอยู่ตรงหน้าของร่างที่อยู่ในยูกาตะสีดำ....นัยน์ตาสีดำสนิทเหยียดมองทอนฟาที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่จะค่อยๆลดทอนฟาที่อยู่ในมืออีกข้างลง



“ .............”        ความเงียบปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ จิตสังหารที่ต่างฝ่ายต่างปล่อยให้กันนั้นแทนคำทักทาย...ร่างของคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดค่อยๆปรากฏออกมาช้าๆ แสงจากดวงจันทร์สาดกระทบผู้มาเยือนที่ดูเหมือนเจ้าของแผ่นดินสีดำก็จะรู้จักดี



ไม่มีแม้แต่เสียงใบไม้ที่ถูกเหยียบ.....สมกับที่เป็นเจ้า....



แสงจันทร์ต้องเส้นผมที่พลิ้วไหวให้เห็นเป็นประกายสีเงิน ชุดสีดำสนิทเข้ารูปทำให้ร่างกายดูโปร่งบาง ดาบในมือส่องประกายคมกล้าเช่นเดียวกับแววตาสีน้ำแข็งที่ยังคงกระหายเลือด ริมฝีปากนั้นเหยียดยิ้มราวกับอยากจะกู่ร้องมากกว่าจะมาแบบเงียบๆ....สมกับเป็นเจ้า....สควอลโล่



“ ฮึ....เจ้ากำลังจะออกไปขย้ำเหยื่อสินะ”        ใบหน้าสวยทักทายด้วยถ้อยคำดิบๆ....ใช่แล้ว.....ที่นี่แหละ...คือที่ที่ข้าจะเป็นตัวของข้าได้อย่างที่ข้าอยากจะเป็น



“ แต่คราวนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องตามไป”       แต่ทว่าเสียงทุ้มที่เอ่ยตอบกลับมากลับทำให้ใบหน้าสวยถึงกับชะงัก....จะบอกว่าที่นี่ก็ไม่ต้อนรับข้าอีกแล้วอย่างนั้นหรือ



“ จงอยู่เฝ้าที่นี่ซะ นั่นคืองานของเจ้าซึ่งเป็นนินจาเงาของข้า...”       แล้วถ้อยคำที่ตามมาก็ทำให้ใบหน้าสวยแสยะยิ้มออกมาได้อีกครั้ง....ได้...ข้าจะเป็นฉลามกระหายเลือดที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเจ้า....เพราะเจ้ารู้จักข้าที่เป็นข้า มิใช่คนอื่น



“ ดูแลฮายาโตะ ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่”        ไม่ค่อยแปลกใจกับคำสั่งที่ได้รับมากนัก เพราะถ้าเด็กคนนั้นไม่มีความสำคัญ ชายผู้โหดเหี้ยมเลือดเย็นตรงหน้าก็คงไม่เข้าไปในป่าสายหมอกเพื่อช่วงชิงตัวกลับมาหรอก



“ และอีกคนที่ข้าอยากจะฝากเจ้า”       เสียงทุ้มของนายเหนือหัวเอ่ยออกมาทั้งๆที่กำลังหันหลังกลับ มือใหญ่วางลงไปที่บานประตูเลื่อน แต่สิ่งที่ได้ยินต่อมาทำเอาประหลาดใจมิใช่น้อย....



“ ฝากดูแลเจ้านั่น.....ฝากดูแล....มุคุโร่....ด้วย”





........................................................................................................................................................................................





นัยน์ตาสองสีจับจ้องมองผู้คนในเมืองนามิโมริที่เดินไปเดินมากันจ้าละหวั่น ด้วยคำสั่งออกรบปานสายฟ้าแล่บของท่านเจ้าเมือง แต่เมืองที่ถูกปกครองด้วยนักรบเช่นที่นี่นั้นก็มีกำลังพลเพียบพร้อมอยู่แล้ว จึงไม่ยากเลยที่จะเรียกรวมพลได้โดยไว จะมีแต่ก็เสบียงอาหารที่ถูกเรียกเก็บจากประชาชนที่ก็ดูจะเต็มใจเอามามอบให้ เพราะในสองมือของผู้คนต่างมีข้าวสารอาหารแห้งที่หอบมาเพื่อนำเอามาวางไว้ตามจุดรับของ....ยิ่งผู้คนเดินกันมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งง่ายต่อการนัดพบโดยไม่เป็นที่สะดุดตา



“ น่าดีใจแทนเจ้าจริงๆน้า...ที่เค้ายอมเชื่อที่เจ้าบอกจนมีคำสั่งออกรบแบบนี้”      นัยน์ตาสองสีปรายมองเจ้าของร่างสีขาวที่นั่งเท้าคางสบายๆอยู่บนโต๊ะในร้านน้ำชาด้วยกัน....ใช่....จดหมายลับฉบับนั้นเขาเป็นคนส่งมันไปเอง....และก็จะมีแต่เคียวยะเท่านั้นที่จะรู้ว่านั่นคือฝีมือของเขา....ทั้งๆที่ไม่ได้เจาะลึกถึงรายละเอียด บอกเพียงแต่ว่ากำลังมีกบฏที่ทางเหนือ...เพราะถึงแม้จะเห็นด้วยตาแต่เขาเองก็ยังไม่อาจแน่ใจได้ว่า ท่านหญิงตำหนักซ้ายร่วมก่อกบฏขึ้นจริงๆหรือไม่ตราบใดที่เขายังไม่เห็นจดหมายนั่น....เพราะเช่นนั้นวันนี้เขาจึงมานั่งอยู่ที่นี่....ตามที่เจ้าของแผ่นดินสีขาวบอกมาว่าแอบสืบได้ว่าจะมีการนัดแนะกันแถวๆนี้



แต่อีกเรื่องที่เขาอยากรู้คือ...ใครเป็นคนส่งสาล์นนั่นกันแน่.....



“ มุคุโร่คุง...”      เมื่อละสายตาจากด้านนอกเข้ามาตามเสียงเรียกก็พบกับดังโงะสีขาวจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก เหลือบตามองใบหน้าขาวที่ยังคงยิ้มพรายแล้วก็ต้องถอนหายใจก่อนที่จะยอมอ้าปากงับดังโงะลูกนั้นเข้าปากไป...ใบหน้าเรียวหันกลับไปมองข้างนอกดังเดิม



แต่กระนั้นร่องรอยแดงระเรื่อบนใบหน้าก็เห็นได้ชัดเจนในดวงตาสีอเมทริส....



รสชาติหวานๆของดังโงะซึมซาบเข้าไปในปาก คิ้วเรียวเหนือดวงตาสองสีขมวดนิดๆรู้สึกอายกับการกระทำของคนที่ยังคงยิ้มสบายๆจนไม่อาจจ้องตากลับไปได้....เขาไม่เคยสู้คนคนนี้ได้เลยสักที....เรื่องทำให้เขาจำยอมนี่เก่งนัก....



สายตายังคงจ้องมองบนท้องถนนต่อไป....



แผ่นหลังกว้างใหญ่ของใครบางคนทำให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด....แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เพราะที่ศีรษะมีผ้าโพกหัวอยู่ ถึงแม้เส้นผมที่แซมตามผ้าออกมาจะเป็นสีดำสนิท แต่คนที่สีผมแบบนี้ก็มีมากมาย...แล้วอีกอย่าง...เจ้าก็ไม่น่าจะหายได้ไวขนาดนี้ด้วย....ยามาโมโตะ....








ใบหน้าคมที่ดวงตาสองสีมองไม่เห็นนั้นกำลังอมยิ้มน้อยๆ


ขาเดินผ่านผู้คนที่ดูกำลังสับสนวุ่นวาย นัยน์ตาสีเปลือกไม้ปรายมองไปทั่ว


ดาบคมกริบถูกซุกซ่อนเอาไว้ในผ้าคลุม


ดูเหมือนที่นี่กำลังจะมีสงคราม....ถ้าเช่นนั้นข้าคงไม่ต้องทำอะไร...


เพราะแน่ใจได้เลยว่า ฮิบาริ เคียวยะ คงไม่พาหัวใจของข้าไปด้วยแน่นอน


ข้าจะอดทนรอจนกว่าชายผู้นั้นจะจากไป


แล้วมือใหญ่คู่นี้จะโอบอุ้มเจ้าให้หายไปในความมืด....โกคุเดระ











แผ่นหลังกว้างนั้นหายไปจากสายตาในที่สุด....



มุคุโร่หันมาตามเสียงเรียกของคนข้างๆอีกครั้งพร้อมกับดังโงะสีขาวอีกลูกที่ถูกยัดเข้าปาก....ขอร้องล่ะ ช่วยเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างได้ไหม ท่านเจ้าของแผ่นดินสีขาว!!



แต่แล้วในระหว่างที่ส่งสายตาดุให้อีกฝ่ายพร้อมกับเมินหน้ากลับมายังถนนอีกครั้ง ร่างระหงของหญิงสาวที่เป็นเป้าหมายก็ปรากฏแก่สายตา...ท่านหญิงตำหนักซ้ายเดินอย่างระแวดระวังท่าทางคงไม่ได้มาเดินตลาดธรรมดาๆแน่ ใบหน้าเย็นชาของเธอหันไปมาเล็กน้อยราวกับกำลังมองหาใครอยู่



เธอเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าร้านอยู่หลายรอบ แต่ดูท่าทางว่าจะไม่รู้....ว่ามีนัยน์ตาอีกสองคู่จ้องมองอยู่



ทุกกริริยาท่าทางและทุกความรู้สึกที่ส่งผ่านใบหน้าสวยนั่นมันถูกจับจ้องอย่างละเอียดด้วยดวงตาสองสี.....ตอนนี้ใบหน้าของเธอกำลังนิ่งงันราวกับมองเห็นอะไรบางอย่าง ที่มุมปากแดงอิ่มนั่นยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย....และนั่นยิ่งทำให้มุคุโร่ยิ่งต้องเฝ้ามองจนไม่อาจละสายตาได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว.....หรือว่าเธอจะมองเห็นคนที่จะมาส่งสาล์นลับให้.....



ท่านหญิงตำหนักซ้ายเริ่มเดินด้วยท่าทางนิ่งสงบ....ผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมาช่วยอำพรางร่างกายของพวกเธอได้เป็นอย่างดี.....ในขณะที่ร่างระหงเดินสวนกับใครคนหนึ่ง ริมฝีปากที่นิ่งเฉยมาตลอดกลับเอ่ยเป็นคำพูดที่รวดเร็วเกินกว่าที่มุคุโร่จะรู้ว่าพูดว่าอะไร.....นางนัดแนะสื่อสารกันเรียบร้อยแล้ว....



ร่างของนางและคนส่งสาล์นเดินห่างกันไกลออกไปราวกับไม่ได้เป็นคนรู้จัก....แต่กระนั้นก็ทำให้นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง



ไม่จริง.......



เป็นไปไม่ได้.......



จะไม่ให้ข้าตกใจจนแทบทรงตัวไม่อยู่ได้อย่างไร ในเมื่อร่างของคนที่เดินสวนกับร่างระหงของท่านหญิงตำหนักซ้ายเมื่อครู่นั้นคือร่างเล็กของคนที่เขารู้จักดียิ่งกว่าใคร....ร่างของสึนะโยชิ....






................................................................................................................................................................................................................





ในที่สุดเช้าวันนี้ก็มาถึง....



แสงเทียนส่องสว่างไปทั่วห้องให้เห็นร่างสูงสง่าของเจ้าของแผ่นดินสีดำกำลังสวมกิโมโนและกางเกงฮากามะสีดำสนิท ในขณะที่ร่างบอบบางนั่งทับส้นเฝ้ามองทุกการกระทำนั้นด้วยสายตาเป็นกังวล ใบหน้าสวยก้มหน้าก่อนที่จะกำมือแน่นๆครั้งหนึ่ง....ข้าจะต้องเข้มแข็งและจะทำให้คนตรงหน้าเสียกำลังใจไม่ได้.....ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งด้วยดวงตากล้าแข็ง



โอบิสีดำถูกผูกเรียบร้อย ร่างแข็งแกร่งจึงกลับมายืนนิ่ง ที่เบื้องหลังคือชุดเกราะสีดำสลับแดงที่คงถูกย้อมมาด้วยเลือดนับครั้งไม่ถ้วน นัยน์ตาคู่คมกริบก้มลงไปมองใบหน้าสวยที่มองมาด้วยนัยน์ตาสีมรกตแน่วแน่ไร้ซึ่งความกังวลใจให้เขาต้องเป็นห่วง  สองมือบางวางเอาไว้ที่พื้นตรงหน้าก่อนที่จะก้มลงไปศีรษะจรดพื้นเพื่อเป็นการขออนุญาตและแสดงความเคารพต่อชุดเกราะที่ตนจะต้องเป็นคนช่วยสวมให้แก่นักรบ จากนั้นร่างบอบบางจึงลุกขึ้นเดินไปยังเบื้องหน้าของชุดเกราะที่น่าเกรงขาม มือบางหยิบชิ้นส่วนต่างๆขึ้นมาตามลำดับก่อนจะช่วยสวมใส่ให้แก่ร่างสง่าที่ยืนนิ่งยอมให้สวมให้แต่โดยดี บรรยากาศนั้นนิ่งสงบแต่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น ทุกสัมผัสที่ผ่านแผ่นเหล็กของชุดเกราะที่ถูกเรียงร้อยเอาไว้นับร้อยชิ้นนั้นช่างอ่อนโยนและนุ่มนวลมันเต็มไปด้วยกำลังใจให้นักรบผู้หาญกล้าได้นำชัยชนะกลับมา



เสียงขยับและเสียดสีของแผ่นเหล็กของชุดเกราะดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้อง ริมฝีปากสีระเรื่อมิได้เอ่ยอะไรออกไปเช่นเดียวกับนัยน์ตาสีดำสนิทที่เพียงมองตามทุกท่วงท่าของอีกคนซึ่งสวมชุดเกราะให้ตนด้วยความตั้งใจ.....ถึงไม่คิดว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้า....แต่ทว่าเขาก็ชอบที่จะมองใบหน้าเนียนใสนั่นเวลาที่กำลังเป็นห่วงเขาแบบนี้



ดาบสีดำถูกยกมาจากแท่นวางก่อนที่จะเสียบลงไปที่ข้างเอว มือบางจับขยับผ้ารัดจนแน่ใจว่าแน่นหนา….หมวกคะบุโตะใบนี้ประดับด้วยเขากวางสีดำสนิทถูกยกขึ้นมาถือเอาไว้ให้ก่อนที่มือใหญ่จะยกมันขึ้นสวมที่ศีรษะของตนเอง มือบางช่วยผูกเชือกที่คางให้ และสิ่งสุดท้ายที่จะบ่งบอกว่าการสวมชุดเกราะเสร็จสิ้นลง....ใบหน้าสวยหันไปมองธนูสีดำคันใหญ่ที่ถูกนำมาไว้ที่ห้อง....



แต่ก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินไปหยิบมันมาให้ มือใหญ่กลับฉุดรั้งข้อมือบางเอาไว้เสียก่อน



ฮายาโตะ.....      เสียงทุ้มเอ่ยเรียกแผ่วเบา ทุกครั้งเวลาที่ออกรบมันคือช่วงเวลาที่สนุกสนานสำหรับเขา...เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่ไม่อยากไป....ไม่อยากจากคนตรงหน้าไปแม้แต่วินาทีเดียว



ใบหน้าคมภายใต้หมวกเกราะโน้มเข้าไปหาใบหน้าสวยให้นัยน์ตาสีมรกตที่พยายามฝืนเข้มแข็งเริ่มจะสั่นไหว....นายน้อยแห่งโกคุเดระนั้นไม่เคยผ่านสิ่งที่เรียกว่าสงครามมาก่อน....เพราะเช่นนั้นนี่คือครั้งแรกที่ต้องยืนส่งคนสำคัญเข้าสู่สมรภูมินองเลือด....



ริมฝีปากของใบหน้าคมจุมพิตอ่อนโยนที่ริมฝีปากสีระเรื่อ....



ไม่ต้องกลัว....ข้าจะขย้ำพวกมันให้ตายแล้วกลับมาหาเจ้าแน่นอน      เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ที่ข้างใบหู มือใหญ่จับข้อมือเล็กเอาไว้ก่อนที่สร้อยหินสีดำที่ร่างบอบบางสวมไว้เป็นประจำจะถูกปลดออกไป



ข้าขอสร้อยข้อมือเส้นนี้ก็แล้วกัน        แล้วสร้อยหินสีดำเส้นใหม่ก็ถูกคล้องให้แทน เม็ดหินนั้นกลมเกลี้ยงสวยงาม     มันจะช่วยคุ้มครองเจ้า ให้อยู่รอข้าที่นี่ได้อย่างปลอดภัย



มือใหญ่เก็บสร้อยหินที่เคยเป็นของนายน้อยแห่งโกคุเดระเอาไว้ในชุดเกราะเพราะนี่คือสิ่งที่เอาไว้ดูต่างหน้า ก่อนที่จะละออกมาและให้สัญญาณว่าเวลาที่จะต้องไปนั้นมาถึงแล้ว ใบหน้าสวยก้มลงมองสร้อยข้อมือหินสีดำเส้นใหม่บนข้อมือ ก่อนจะเงยหน้ามองชายตรงหน้าอีกครั้ง



ขอให้ท่านปลอดภัยและได้ชัยชนะกลับมา....      สองมือบางยกคันธนูสีดำขึ้นก่อนจะส่งมันให้แก่เจ้าของ ใบหน้าคมมองใบหน้าสวยที่ยิ้มน้อยๆส่งมาให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะก้าวเดินออกจากห้องไป…..



ได้ยินเสียงโห่ร้องดังกึกก้องอยู่ที่ภายนอก เสียงทหารกล้านับหมื่นเคลื่อนไหวกันอย่างหึกเหิม ร่างบอบบางได้แต่ยืนส่งอยู่ภายในห้องด้วยใบหน้าที่กลับมาแสดงออกชัดเจนถึงความกังวล



ไม่ว่ายังไงก็อยากจะช่วย....ถึงแม้จะเป็นแค่กำลังเพียงน้อยนิด....แต่บางทีมันอาจจะพลิกโอกาสจากหน้ามือเป็นหลังมือก็เป็นได้....ยิ่งเสียงโห่ร้องดังห่างออกไปเท่าไหร่ มือบางก็ยิ่งกำแน่น....



ตอนนี้สองสาวใช้ไม่อยู่...พวกนางไปส่งกองทัพที่ประตูตำหนัก



ระเบียงทางเดินนั้นว่างเปล่าไร้เงาของสิ่งมีชีวิตใด....มีเพียงเสียงเดินอย่างเงียบเชียบของนายน้อยแห่งโกคุเดระเท่านั้น.....



ประตูของโรงฝึกถูกเปิดออก ขาเรียวภายใต้กางเกงฮากามะสีดำก้าวเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล นัยน์ตาสีมรกตจับจ้องอยู่ที่คันธนูของตนอย่างมั่นคงก่อนจะยกมันขึ้นแล้วเดินออกจากโรงฝึกไป.....



ข้าตัดสินใจแล้ว.....ท่านเคียวยะ......



ครั้งหนึ่งข้าเคยเสียใจที่ไม่อาจปกป้องคนที่ข้ารักอย่างยามาโมโตะได้....แต่คราวนี้....ข้าจะไม่ยอมนิ่งดูดายแล้วมานั่งเสียใจในภายหลังอีก....







ม้าสีขาวถูกควบออกไปโดยที่ไม่มีใครพบเห็น...........






....................................................................................................................................................................................................................






ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งอยู่บนกิ่งไม้บนเนิน


ใบหน้าคมเผยยิ้มร้ายเมื่อมองเห็นกองทัพในชุดสีดำเคลื่อนผ่านหน้าไป


ใบหน้าของคนที่เคยฝังลูกธนูเอาไว้ที่ร่างกายเขา มองเห็นได้อย่างชัดเจน....ฮิบาริ เคียวยะ จากไปแล้ว....


เอาละ....ได้เวลาเจ้ากลับป่าสายหมอกกับข้าแล้ว....โกคุเดระ






.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


โปรดติดตามตอนต่อไป....ไป......ไป.......









2 ความคิดเห็น:

  1. ก้กหลายใจ แงงงง ที่รักกลับไปกลับยามะเถอะนะ
    บีบหัวใยอีกแล้วค่ะ
    ตอนนี้สงสารทุกคนไปหมดเลย

    ตอบลบ
  2. อยใจชะมัดนี่สองตอนแล้วนะฮิมีบทไม่ใช่สมการ805918แล้วล่ะ5555+อีกอย่างนึกว่าดีโน่จะมาคู่กะฮิโท่.....มาคู่กะหลามเซ็งอุส่าห์รอลุ้นโบกธงดีสิบแปดจำใจต้องมาหักธงเสียนี่กระไร

    ตอบลบ