: KHR Fanfiction Au
: 1859 1006927 XS
: Drama
: NC-17
คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ
: ตอนคิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็แค่อยากอ่านฟิคที่มีสองด้าน ก็แค่นั้นเองค่ะ เพราะงั้น....นี่คือ ฟิคคู่แฝดค่ะ.....เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนๆกัน แต่ความรู้สึกนั้นช่างต่าง......พบกับอีกด้านของเรื่องนี้ได้ที่......
[AuFic][805918] The Last SNOWDROP....
.
.
.
.
.
สมการสามเส้า ของพวกเขาสามคู่
กับความรักของคน 9 คน กับความรู้สึกและเหตุผลของแต่ละคนใน 9 ด้าน
กับความต้องการและความปรารถนาที่จะครอบครองบุคคลอันเป็นที่รัก
สุดท้าย.......
ดอกไม้แห่งความหวังจะเบ่งบานแย้มยิ้มให้แก่....ผู้ใดกัน
กับความรักของคน 9 คน กับความรู้สึกและเหตุผลของแต่ละคนใน 9 ด้าน
กับความต้องการและความปรารถนาที่จะครอบครองบุคคลอันเป็นที่รัก
สุดท้าย.......
ดอกไม้แห่งความหวังจะเบ่งบานแย้มยิ้มให้แก่....ผู้ใดกัน
By : K_Guardian_7
.
.
.
.
.
.
.
.
เสียงโกลาหลจากผู้คนในงานถูกทิ้งเอาไว้ที่เบื้องหลัง....
ร่างในชุดสีขาวกำลังวิ่งเข้าไปในชายป่าเชิงเขาที่ล้อมรอบเมืองนามิโมริอยู่ นัยน์ตาสีอเมทริสจับจ้องไปยังแผ่นหลังของคนที่วิ่งอยู่ตรงหน้า...เกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมายมากมาย แต่ทว่า...ข้าจะเป็นคนถอนรากถอนโคนคนที่คิดจะทำให้มุคุโร่ต้องเสียใจเอง
มือใหญ่ตวัดดาบสีขาวขึ้นก่อนที่จะส่งมันออกไปแล้วทำให้ชายตรงหน้านั้นล้มลง
เจ้าของแผ่นดินสีขาวเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆราวกับมัจจุราชที่ไร้ความรีบร้อน ใบหน้าของคนที่ถูกทำให้ล้มค่อยๆเงยขึ้นมามองคนที่เข้ามาขัดขวางทำให้แผนการลอบสังหารของตนไม่อาจสำเร็จลุล่วงไปได้ ทั้งๆที่เฝ้ารอเวลานี้มานานนับสิบปีด้วยแววตาเคียดแค้น ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มอ่อนโยนนั้นมลายหายไปแล้ว...เหลือเอาไว้แต่ใบหน้าของท่านคุโรที่ไม่เคยรู้จัก!
ดาบสีขาวถูกดึงขึ้นมาจากผืนดินก่อนที่จะตวัดกลับไปพาดอยู่ที่ลำคอของชายวัยกลางคน นัยน์ตาสีอเมทริสไม่มีแม้แต่ความลังเล เขาล่วงรู้แผนการของชายตรงหน้าด้วยความบังเอิญ จึงให้ท่านหญิงตำหนักซ้ายคอยเฝ้าจับตาดูเอาไว้ เพราะเขารู้ว่า....ไม่ว่าเวลาจะผันเปลี่ยนไปอย่างไรแต่คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมุคุโร่ก็คือน้องชายเพียงคนเดียว....ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน.....แล้วถ้า ฮิบาริ เคียวยะ โดนลอบสังหาร....คนที่จะเสียใจมากที่สุดก็คงไม่พ้นมุคุโร่
เขาจึงตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะต้องฆ่าชายคนนี้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป
“ เราไม่มีความแค้นอะไรต่อกัน เพียงแต่ข้าปล่อยให้ท่านทำร้าย ฮิบาริ เคียวยะไม่ได้” คมดาบตวัดอย่างรวดเร็วผ่านเส้นชีวิตบริเวณลำคอโดยที่อีกฝ่ายไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องขอชีวิต หยาดเลือดสาดกระเซ็นเลอะใบหน้าขาว
แต่ดาบเปื้อนเลือดยังมิทันได้หยุดพักก็ต้องขยับกลับมารับคมของกลีบดอกไม้นับพันที่พุ่งตรงมาพร้อมด้วยจิตสังหารรุนแรง
ดอกไม้มรณะที่น่ารังเกียจ...
ไร้เสียงพูดคุยหรือแม้แต่ปรับความเข้าใจใดๆ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดทิฐิ ทั้งๆที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต่างฝ่ายทำลงไปก็เพื่อคนคนเดียวกัน....
เสียงดาบปะทะกับกลีบดอกไม้ที่คมกริบดังขึ้นอยู่ไม่ไกล ทำให้ร่างโปร่งที่เร่งรุดตามมายิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปอีก ในใจเต็มไปด้วยความกังวลจนสองคิ้วที่อยู่เหนือดวงตาสองสีแทบจะขมวดเข้าหากัน....สึนะโยชิ....เจ้ากำลังเข้าใจผิด...
อย่าให้มือของเจ้าต้องมาเปื้อนเลือดเพราะข้าอีกเลย.....
“ ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าทำอะไรก็ตามที่จะทำให้มุคุโร่ต้องเสียใจ” ใบหน้าเล็กน่ารักนั้นมีแต่ความแข็งกร้าว นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้เหลือบมองศพของชายคนหนึ่งที่กองอยู่แทบเท้าของเบียคุรัน...บางที...ชายคนนี้อาจจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดอีกราย....แล้วเจ้าก็เพิ่งจะฆ่าปิดปากเขาอย่างนั้นใช่ไหม
“ เห๋...ใครกันแน่ที่ทำให้มุคุโร่คุงต้องเสียใจ....ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า เรื่องราวมันก็คงไม่วุ่นวายแบบนี้” ถึงคำพูดจะยังคงสบายๆแต่สายตาที่มองมานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรำคาญ เพราะดอกไม้แห่งความตายตรงหน้าเข้ามาขัดขวาง ทำให้ลูกธนูที่ควรจะพุ่งตรงเข้าปักที่หัวใจของท่านคุโรกลับพลาดเป้าหมาย
“ เพราะเจ้านั่นแหละสึนะโยชิคุง....เจ้านั่นแหละที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วยังเข้ามายุ่ง มาทำให้ทุกอย่างมันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่” ถ้อยคำสบายๆแต่กลับเชือดเฉือนจนเริ่มจะสุมเป็นกองเพลิงอยู่ในหัวใจของคนที่ได้ยิน
“ ข้าไม่อยากจะรู้หรอก ว่าเจ้าจะไปทำเรื่องชั่วๆอะไรไว้ ที่ข้ารู้เพียงอย่างเดียวคือ....เจ้าจงตายๆไปซะเบียคุรัน!” เพราะความร้ายกาจของเจ้าที่ทำเอาไว้กับข้ามากมายจึงไม่อาจจะยอมรับได้ว่า สิ่งที่เจ้าทำจะเป็นเรื่องดีๆ....พอกันที.....ข้าไม่คิดที่จะมองเห็นความดีอะไรในตัวเจ้าอีก
ถึงแม้จะรู้ทั้งรู้....ว่าร่างสีขาวตรงหน้า....ก็คงทำทุกอย่างเพื่อมุคุโร่ไม่ได้ต่างไปจากเขา....
มือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นบังคับกลีบดอกไม้ที่ฉีกขาดเพราะคมดาบสีขาวให้ขยับขึ้นอีกครั้ง...พลังทั้งหมดที่มีถูกถ่ายทอดลงไป ทำให้กลีบดอกไม้ขยับขึ้นลอยคว้างกลางอากาศพร้อมๆกัน จนทำให้ไม่สามารถจะมองเห็นอะไรได้ นัยน์ตาสีอเมทริสเบิกกว้างเนื่องจากไม่เชื่อว่าร่างเล็กๆนั่นจะใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อปิดบัญชีกับเขา
กลีบดอกไม้ปลิวว่อนไปมา นั่นยิ่งทำให้ยากต่อการมองเห็นเข้าไปอีก ยิ่งกลิ่นพวกนี้ยังช่วยอำพรางร่างเล็กๆให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย เพลงดาบสีขาวตวัดผ่านอากาศหมายจะให้ลมแรงช่วยพัดให้ทัศนวิสัยดีขึ้น แต่ทว่า....กลีบดอกไม้ก็ยังคงไม่ยอมไปไหน.....
มองไม่เห็นอะไรเลย.....
แต่กับข้านั้นไม่ใช่.....ดาบสั้นเล่มเล็กในมือกระชับมั่น....เพราะกลิ่นของกล้วยไม้สีขาวคือกลิ่นที่ข้าเกลียด และข้าจะรู้ได้ทันทีว่ามันอยู่ที่ตรงไหน!!
ร่างเล็กพุ่งตรงเข้าไปยังต้นกลิ่นที่รังเกียจ ดาบสั้นในมือยกขึ้นแล้วเสียบลงไปยังร่างที่ยืนอยู่ทันที
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง พร้อมๆกับเสียงร่างของใครบางคนทรุดลงกับพื้น....
จบสิ้นกันเสียที.....
ต่อไปนี้เจ้ากับข้าก็ไม่ต้องมาอยู่ร่วมโลกกันอีก...เบียคุรัน...........
กลีบดอกไม้ค่อยๆร่วงโปรยปราย คล้ายจะไว้อาลัยให้เป็นครั้งสุดท้าย.....
แต่ทว่า....สิ่งที่นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้มองเห็นกลับเป็นร่างสีขาวที่ยังคงยืนนิ่งงันพร้อมกับสั่นระริก....นัยน์ตาสีอเมทริสก้มมองจับจ้องบางอย่าง
เบียคุรันยังไม่ตาย....
แล้วถ้าอย่างนั้น...ร่างที่เขาฝังดาบลงไปเป็นของใครกัน.....
เมื่อไล่สายตาลงมองยังร่างที่ทรุดอยู่ที่พื้น.....หัวใจนั้นชาวาบ.....
ไม่จริง...
ไม่จริง................
“ มุคุโร่!!!!!!!!!!!!!”
“ ทำไม.......ทำไม.............” สองมือเล็กที่สั่นระริกเอื้อมออกไปหาร่างโปร่งที่นอนหอบหายใจอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าของแผ่นดินสีขาวที่มีใบหน้าตกตะลึงไม่แพ้กัน
“ ข้าไม่อยากให้....มือของเจ้า....ต้องเปื้อนเลือดอีก....สึนะโยชิ....เขา.....ไม่ใช่คนร้าย....คนที่จะทำร้ายเคียวยะไม่ใช่...เขา...” รอยยิ้มละไมยังคงส่งมาให้เช่นเดิมเพียงแต่มันกลับดูไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บเริ่มแทรกซึมเข้าไปยังทุกส่วนของร่างกายจนไม่อาจขยับได้ตามแต่ใจ
“ มือที่เคยบริสุทธิ์ของเจ้า....ข้าทำให้มันต้องเปื้อนเลือดมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง.....” มือเรียวยื่นออกไปกอบกุมมือเล็กที่สั่นระริก นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส
“ ข้ารักเจ้า....แต่ข้าก็เป็นห่วงเขา........ข้าไม่อยากเห็นเขาตายและไม่อยากให้มือของเจ้าต้องเปื้อนเลือด...” ทั้งมือเล็กที่สั่นระริก ทั้งอ้อมแขนที่สั่นสะท้าน ทั้งหยาดน้ำตาที่มองเห็น ทั้งความเย็นของน้ำตาที่ตกลงมากระทบที่หัวไหล่....เขารับรู้ได้ทั้งหมด....เหมือนที่รับรู้ตลอดมา....ว่าทั้งสองคนรักและเป็นห่วงเขามากขนาดไหน
“ เพราะฉะนั้น....ให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบลงไปพร้อมกับลมหายใจของข้าเถิดนะครับ....”
“....พวกเจ้าทั้งสองคน....ไม่ต้องทำอะไรเพื่อข้าอีกแล้ว” ดูเหมือนเรี่ยวแรงจะค่อยๆหายไป ตอนนี้...แม้แต่ดวงตาก็ยังลืมแทบไม่ขึ้น....แต่ข้าก็ยัง....อยากเห็น.........
“ ไม่...มุคุโร่.....ข้าจะรักษาเจ้า....ข้าทำได้....เจ้าเชื่อข้าสิ....มุคุโร่!” เสียงเรียกให้ดวงตาที่กำลังจะปิดลงลืมขึ้นอีกครั้งอย่างเชื่องช้า....นัยน์ตาสองสีเหม่อมองไปไกลแสนไกล….นั่นทำให้มือสองคู่ที่พยายามฉุดรั้งร่างโปร่งเอาไว้พอจะรู้แล้วว่าอะไรที่จะช่วยทำให้คนตรงหน้าไม่ยอมตัดใจ....
ขอแค่ยื้อลมหายใจของเจ้าเอาไว้อีกสักนิด...อะไรที่ข้าทำได้ข้าก็จะทำ.....
“ มุคุโร่คุง....เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้นะ.....ข้าจะไปพาเขามา....รอข้านะ....” ร่างสีขาววางร่างโปร่งลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา......เขาคิดมาตลอดว่ามุคุโร่ไม่เคยรัก....แต่ภาพของแผ่นหลังบางที่เข้ามารับดาบแทนเขา....มันทำให้เขารู้...ว่าเขาเข้าใจผิดมาตลอด.....
และยิ่งรู้แบบนั้น มันยิ่งทำให้หัวใจแทบจะแหลกสลายเมื่อเจ้าจะตายไปต่อหน้า
“ มุคุโร่....” หยาดน้ำตาทำให้ทุกอย่างดูพร่าเลือนไปหมด....แต่ถึงอย่างนั้นมือเล็กก็ยังคงบดขยี้กลีบดอกไม้เพื่อใส่ลงไปในแผล...เขารู้....ว่าแผลที่เขาตั้งใจใส่จิตสังหารลงไปทั้งหมดนี้ไม่มีทางรักษาได้...เพราะที่คมมีดมียาพิษเคลือบอยู่
แต่เพื่อสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะทำให้เจ้าได้ต่อให้ต้องกรีดเลือดผสมลงไปในยาต้องห้าม ข้าก็จะทำ....ขอเพียงยื้อลมหายใจสุดท้ายของเจ้าเอาไว้....ให้เจ้าได้พบคนสำคัญที่สุดของเจ้า
เพราะความรักของพวกข้า....ทำให้เจ้าต้องเจ็บปวด....
เพราะความรักของพวกข้า....ทำให้เจ้าราวกับถูกพันธนาการด้วยอสรพิษร้าย
จนสุดท้ายกลับกลายเป็นเจ้าเองที่ต้องตายด้วยพิษความรักที่พวกข้ายัดเยียดให้
จะขอโทษเจ้าได้อย่างไร...ในเมื่อกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว.....
เสียงกระซิบแผ่วเบาจากเจ้าของร่างสีขาวทำให้ดวงตาที่ไร้เรี่ยวแรงพยายามที่จะเปิดขึ้น มันคือลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันไม่หมดไปเสียทีทั้งๆที่มันแผ่วเบาจนแทบจะขาดหายไปอยู่แล้ว....ราวกับว่ายังมีเรื่องที่ค้างคาอยู่ภายในใจ.....
เงาร่างที่มองเห็นแทนที่จะเป็นของเบียคุรันหรือไม่ก็สึนะโยชิ แต่กลับไม่ใช่ทั้งสองคน....
แต่กลับกลายเป็นเงาของใครอีกคนที่เขาคงจะไม่มีวันหนีได้พ้นจนแม้แต่ลมหายใจสุดท้าย....ใบหน้าคมที่มองมานั้นยังคงนิ่งสนิทไม่มีแม้แต่ความตกใจในสภาพของเขาแม้แต่นิดเดียว.....สุดท้ายแล้วเจ้าก็ยังคงโกรธข้าอยู่สินะ....เคียวยะ
ถึงแม้จะโดนเจ้าเกลียดแค่ไหน....แต่มีอยู่คำพูดหนึ่งซึ่งเขาอยากจะบอกกับอีกฝ่ายมาตลอด...
“ ข้าขอโทษ....เคียวยะ....” ข้าไม่เคยร้องไห้...แต่เหตุใดน้ำตาจึงไหลออกมา
“ เจ้ายังจำได้ไหม....ว่าข้าเคยสัญญาว่าจะไม่มีวันทรยศต่อเจ้า....” ความเย็นไหลวาบไปตามแก้มนัยน์ตาสองสีที่เคยเจ้าเล่ห์และแข็งกร้าวกลับอ่อนล้าและพร่าเลือน
“ มันคือความตั้งมั่นเพียงหนึ่งเดียวในใจข้า....และมันทำให้ข้าไม่อาจสู้หน้าเจ้าได้เมื่อวันหนึ่งข้ากลับไม่ทำตามสัญญา....มันคือความผิดเดียวที่ข้าไม่อาจอภัยให้กับตัวเองได้...เจ้าจะเชื่อหรือไม่ข้าไม่รู้หรอก....ข้าเพียงอยากจะบอกเจ้าว่า....ข้าขอโทษ....” คงจะเป็นเพราะฝืนพูดมากไปร่างกายจึงไออกมาเป็นเลือดที่มีสีดำสนิท
“ ดูไม่ได้เลยนะเจ้าน่ะ” คำพูดแรกที่เอ่ยออกมาจากใบหน้าคมนิ่งสนิททำเอานัยน์ตาสองสีที่ไร้เรี่ยวแรงถึงกับเบิกกว้าง มือของน้องชายยื่นมาเช็ดน้ำตาและคราบเลือดที่มุมปากให้อย่างแผ่วเบา
“ รู้ไหม...ข้าไม่เคยเกลียดเจ้าลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว....” นัยน์ตาสีดำสนิทที่มองมานั้นมีแต่ความอ่อนโยน.....มันทำให้เขานึกถึงใบหน้านี้ยามเมื่อยังเด็กที่มักจะลอบมองเขาด้วยความสนใจอยู่เสมอ
“ ขอเพียงเจ้ากลับมา...ข้าก็พร้อมที่จะให้อภัยและยื่นมือคู่นี้ให้เจ้าอีกครั้ง....แต่เจ้าก็ไม่เคยกลับมา....” สิ่งที่อีกฝ่ายพูดทำให้จิตใจนั้นเบาโหวง ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยหนักอึ้งกลับถูกปลดปล่อยไปจนหมด....
อย่างงั้นเองหรอ......ตำหนักนั้นเจ้าก็คอยดูแลเอาไว้เพื่อรอให้ข้ากลับมาอย่างนั้นจริงๆสินะ
รอยยิ้มละไมฉายชัดอยู่บนใบหน้าเรียวเป็นครั้งสุดท้าย...มันคือรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่คนสามคนเคยได้เห็นมาจากใบหน้านี้.....ก่อนที่นัยน์ตาสองสีจะปิดลงและหลับใหลไปชั่วกาลนาน....
“ ข้าไม่เคยบอกเลยสินะ....ว่าข้าเองก็รักเจ้า....พี่ชายเพียงหนึ่งเดียวของข้า”
ดอกไม้สีขาวดอกน้อย...ดอกไม้ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง....ถูกวางไว้บนมือที่เย็นเฉียบ....
ลาก่อน....มุคุโร่.......
เสียงร่ำไห้ดังไปทั่วชายป่า....ดอกไม้ที่เคยสวยสดบานสะพรั่งกลับกรีดร้องไม่เป็นภาษา.....
เจ้าจากไป....พร้อมกับหัวใจอีกสองดวง.....
บทส่งท้าย......
ร่างโปร่งบางในชุดยูกาตะสีขาวนั่งเหม่อมองสายหมอกบางเบาอยู่ที่ริมระเบียง มองลงไปไม่เห็นแม้แต่พื้นดิน...ที่นี่....ราวกับเป็นที่ที่ไม่มีอยู่จริงในโลก....ครั้งหนึ่งพี่ชายฝาแฝดของเขาก็คงจะเคยนั่งอยู่ที่ตรงนี้....
น่าสมเพช....
ทั้งๆที่ตั้งใจจะมาฆ่าเขา....แต่กลับกลายเป็นฝ่ายถูกเขาล่าและยังต้องถูกขังอยู่ที่นี่แทน
เจ้านี่มันน่าสมเพชจริงๆ...สควอลโล่....
เส้นผมสีเงินปลิวพลิ้วสไวไปตามสายลม...มันถูกปล่อยลงมาจนยาวละพื้น....พอแล้ว....ข้าจะไม่ต่อสู้...ไม่ดิ้นรนอะไรอีก....ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามที่ใจของชายผู้นั้นต้องการ...จะมองว่าเขาเป็นตัวแทนของใครก็ช่าง....
“ ไม่มีใคร...เป็นตัวแทนของใครได้หรอก...ไอ้ฉลามโง่” เสียงหนึ่งลอยขึ้นมาจากด้านหลัง นัยน์ตาสีขี้เถ้าเบิกกว้างเมื่อมองเห็นเชือกสีขาวเส้นหนึ่งห้อยลงมาที่ตรงหน้า
.....เชือกผูกผม.......
“ ข้าไม่เคยคิด...ว่าเจ้าคือคนคนเดียวกับพี่ชายฝาแฝดของเจ้า....เพราะว่าพวกเจ้าไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว....” ใบหน้าสวยชะงักค้าง......ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก....คนที่บอกว่าเขากับพี่ชายฝาแฝดไม่เหมือนกันเลย....
“ เจ้าก็คือเจ้า” สองมือบางยกขึ้นรองรับเชือกที่ค่อยๆร่วงลงมาช้าๆ ความทอดอาลัยและท้อแท้จนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เป็นผู้เป็นคนเมื่อครู่ดูเหมือนจะหายวับไปกับตา
“ แต่จะว่าไม่เหมือน...มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว....” มือบางจับเชือกก่อนที่จะค่อยๆคาบเอาไว้ที่ริมฝีปาก สองมือรวบเส้นผมสีเงินขึ้น....
“ สิ่งที่พวกเจ้ามีเหมือนกันก็คือ.....” สองมือผูกเชือกก่อนที่จะดึงให้แน่น ใบหน้าสวยยิ้มที่มุมปากแล้วหันไปหาคนที่ยืนอยู่ที่ด้านหลัง
“ สามารถทำให้ข้าสนใจและไม่อาจละสายตาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นยังไงล่ะ....ไอ้ฉลามสวะ”
“ หึ....ยังไงข้าก็ยังไม่ลืมหรอกนะ...ว่าข้าอยู่ที่นี่เพื่อฆ่าเจ้า!” รอยยิ้มของฉลามร้ายที่กลับมาจากความตายนั้นสดใสด้วยประกายของชีวิต
“ ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู” ไม่ต่างไปจากรอยยิ้มของคนที่ได้ของสำคัญที่ทำหายไปนานกลับคืนมาเลย...
พี่ชายของข้า.....
ดูเหมือนข้าจะหาพบแล้ว......
ที่ที่เป็นของข้า......
...........................................................................................................................................................................
เสียงระฆังดังก้องใสกังวาน...
ร่างเล็กบางที่กวาดลานวัดอยู่เงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าช้าๆ....
เจ้าอยู่บนนั้นจะมีความสุขดีไหมนะ.....มุคุโร่....
ชีวิตของข้าที่เหลืออยู่...ข้าก็ยังคงจะทำเพื่อเจ้าต่อไป....ข้าจะอุทิศทุกลมหายใจให้แก่พระพุทธองค์...เพื่อที่ผลของการกระทำในครั้งนี้จะส่งให้เจ้าได้อยู่อย่างสงบบนท้องฟ้าที่ใสสะอาด....ถึงแม้ตัวข้านั้นจะบาปหนาจนไม่สามารถออกบวชได้....แต่ข้าจะขอเป็นข้ารับใช้ของพระพุทธองค์ต่อไปจนกว่าลมหายใจจะหาไม่...
ดอกไม้ดอกน้อยสีขาวบริสุทธิ์เอนไหวไปตามสายลม นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ทอดมองมันอย่างอ่อนโยน...
“ นี่น่ะ....คือดอกไม้ที่จะบานเป็นชนิดแรกของฤดูใบไม้ผลิ...มันหมายถึงความหวัง...เพราะไม่ว่าอากาศจะเลวร้ายแค่ไหน มันก็จะยังคงแย้มบานเป็นดอกแรก...เหมือนความหวังที่จะเริ่มผลิบานไม่ว่าจะเจอเรื่องเลวร้ายแค่ไหน...”
“ ชื่อของมันคือ....SNOWDROP”
................................................................................................................................................................................................
กลิ่นสายลมยามค่ำคืนนั้นช่างหอมละมุน.....
นัยน์ตาสีอเมทริสลืมขึ้นอย่างช้าๆก่อนที่จะเหม่อมองออกไปบนฟากฟ้า
เจ้าอยู่บนนั้นจะมีความสุขดีไหมนะ.....มุคุโร่คุง....
เจ้าอยู่บนนั้น คงจะไม่เหงาเพราะมีเหล่าดวงดาวอยู่เป็นเพื่อน...แต่ยามใดที่เจ้ามองกลับมา...ข้าก็อยากให้เจ้าได้เห็นโลกที่สวยงาม.....ต่อให้อีกกี่ร้อยกี่ล้านดอก...ข้าก็จะปลูกให้เจ้า จะปลูกมันไปจนวันตาย....
ร่างสีขาวยืนอยู่ท่ามกลางดอกกุหลาบสีน้ำเงินนับพันที่บานสะพรั่งรับน้ำค้างยามค่ำคืน
นัยน์ตาสีอเมทริสไล่สายตาตามกลีบสีน้ำเงินที่ลอยละล่องตามสายลมพัดไปสู่อ้อมกอดของฟากฟ้ายามราตรี
เจ้าจะจำได้ไหมนะ....
“ ว่าชื่อของข้าคือ....เบียคุรัน”
.................................................................................................................................................................................................
จากชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์กลับต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดไว้ทุกข์สีดำสนิท.....
ร่างบอบบางของนายน้อยแห่งโกคุเดระยืนอยู่ที่หน้าป้ายหลุมศพที่ถูกสลักเสลาเอาไว้อย่างสวยงาม เส้นผมสีเงินยาวสลวยปลิวไปกับสายลมบนยอดเขา.....จากตรงนี้....เจ้าจะได้มองเห็นข้าอยู่ตลอดเวลา....
นัยน์ตาสีมรกตมองไปที่แผ่นป้ายด้วยสายตาอ่อนโยน......ยามาโมโตะ ทาเคชิ......ชื่อของเจ้าจะถูกสลักเอาไว้บนหัวใจของข้าตลอดไป
สองมือบางยื่นออกไปที่หน้าหลุมศพก่อนที่จะปล่อยให้กลีบสีขาวของดอกไม้ดอกน้อยปลิวไปกับสายลมจนปกคลุมไปทั่วผืนดินที่พอกนูนตรงหน้า.....ข้าจะมีชีวิตอยู่....และเจ้าจงดูให้ดี...ว่าชีวิตที่มีค่าซึ่งเจ้าแลกมาด้วยชีวิตของเจ้าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร....
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง....
เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าเสมอ....ยามาโมโตะ.......
ร่างบอบบางของนายน้อยแห่งโกคุเดระเดินกลับไปยังม้าที่รออยู่ไกลๆ
มือใหญ่ยื่นมาให้ก่อนที่ร่างบอบบางจะก้าวขึ้นไปบนหลังม้าและตามมาด้วยร่างของเจ้าของแผ่นดินสีดำที่ขึ้นไปนั่งซ้อนอยู่ที่ด้านหลัง.....ม้าสีดำสนิทออกวิ่งอีกครั้ง....
เหมือนกับร่างของทั้งสองที่ยังคงเดินหน้าต่อไป ตราบใดที่ลมหายใจนั้นยังคงอยู่
ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอะไร ไม่ว่าจะต้องล้มลงไปอีกกี่ครั้ง....ก็จะลุกขึ้นมา....เพราะรู้ว่ายังมีคนเฝ้ามองอยู่จากที่ที่ไกลแสนไกล....
จะไม่ให้เจ้าต้องเสียใจที่มอบชีวิตนี้ให้ข้ามาดูแล....
ยามาโมโตะ ทาเคชิ.....
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ความหวังครั้งสุดท้าย : Red SNOWDROP
………..จบบริบูรณ์................
คาดว่าคงจะรับไม่ได้กันหลายคน...^ ^”....และมีหลายคนเดาถูก....แต่ข้าพเจ้าไม่กลับไปแก้แล้วละ...เพราะนี่คือพล็อตที่วางไว้ตั้งแต่ต้น....ทำไมต้องให้ตายด้วย....ความจริงยังมีทางออกอีกมากมาย ทำไมไม่ใช้ทางออกอื่น...เขียนแบบนี้เหมือนจะรีบๆเขียนให้มันจบๆไป.........ไม่มีคำแก้ตัวค่ะ..... ข้าพเจ้าต้องการให้ยามะของข้าพเจ้าตายไปทั้งๆอย่างนี้ ทั้งๆที่ยังคงถูกรักและตราตรึงอยู่ในหัวใจของข้าพเจ้าตลอดไป ตายไปแบบเป็นพระเอกอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่อยู่ต่อไปในฐานะตัวร้าย....ก็เท่านั้นแหละ....เพราะนี่คือยามะของข้าพเจ้า....ดีโน่ของข้าพเจ้า...และคุณมุของข้าพเจ้า........ในแฝดน้องทางแยกนี้จะไม่มีตัวร้าย (คุณเกลียดใครแบบจริงจังบ้างหรือยังล่ะในเรื่องนี้?) แล้วถ้าลองคิดตามสักนิดท่านจะเข้าใจว่าทำไมข้าพเจ้าถึงเลือกทางจบที่แสนเศร้าแบบนี้ให้พวกเขา....แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ....แยกหน้า...คุณฮิไม่ตายและยังคงเป็นพระเอกแน่นอนค่ะ!
ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนจบ เป็นฟิกยาวเรื่องที่สองที่แต่งจนจบได้ อยากจะบอกว่าทุกความรู้สึกที่อยู่ในฟิกเรื่องนี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจอย่างที่สุดของที่สุดเลยค่ะ ทุกๆกำลังใจเห็นแล้วน้ำตาจะไหลพราก....ขอบคุณจริงๆค่ะ
แล้วหลังจากนั้น.....
ทางแยกต่อไปใน.... ความหวังครั้งสุดท้าย : Black SNOWDROP.....
ใครที่คิดว่ามันจะคล้ายกัน ท่านคิดผิด...
เพราะมันคือตอนจบที่พลิกไปอีกฝ่ามือ......
ถ้าน้องหลามไม่เลือกที่จะแค้น...
คุณมุไม่เลือกที่จะโกหก....
หนูก๊กไม่เลือกที่จะทำเพื่อคนอื่น....
คุณฮิไม่จัดงานแต่งแต่ไปออกรบแทน...
ยามะที่ไม่ใช่คนดีแต่คอยจ้องจะฉกหนูก๊กกลับป่าสายหมอก....
ทูน่าที่ถูกใส่ร้ายโดยกล้วยไม้สีขาว....
เรื่องราวจะเข้มข้นยิ่งกว่าทางแยกนี้....แต่จุดจบกลับไม่พบหยาดน้ำตา....มันจะเป็นเช่นไร?
ติดตามได้
ตอนต่อไป....ไป...........ไป..........
ส่งท้ายของส่งท้าย.....ครึ ครึ....
จากวันนั้น....ฤดูฝนผ่านพ้นไปสองหนแล้ว.....
เจ้าตุ๊กตาสีขาวที่ทำด้วยผ้าห้อยอยู่ที่ปลายเชิงชายนั้นแกว่งไปมา....นิ้วเรียวจิ้มให้มันพลิวไหว ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม.....ข้าไม่ได้ไล่เจ้านะยามาโมโตะ....เพราะงั้นห้ามงอนข้าล่ะ......
เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้นายน้อยแห่งโกคุเดระหันกลับไปมองด้วยความสงสัยว่าใครมาเดินอยู่ที่นี่ในเวลานี้
ร่างสูงของเจ้าของแผ่นดินสีดำทำให้นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้าง
“ ท่านไปทำอะไรมาเนี่ย!” สภาพเปียกปอนจนแทบดูไม่ได้กับเส้นผมสีดำสนิทยุ่งเหยิงเมื่อผสมเข้ากับใบหน้าคมที่ดูจะหงุดหงิดเพราะคงไปเจอเรื่องอะไรไม่ได้ดั่งใจขึ้นมานั้นแทนที่จะทำให้ร่างบางตรงหน้าหวาดผวาแต่ใบหน้าสวยกลับอมยิ้มและหัวเราะเบาๆกับความหมดสภาพซึ่งหาดูได้ยากของคนตรงหน้า
แต่แทนที่จะโกรธ ร่างสูงกลับเดินเข้าไปหาแล้วซบหน้าลงบนไหล่บาง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏอยู่บนใบหน้าคม
“ ปล่อยข้านะ จะทำให้ข้าตกอยู่ในสภาพดูไม่ได้แบบท่านละสิ...ไม่มีทางซะหรอก!” ร่างบางเบี่ยงตัวออกไปก่อนที่จะเดินนำกลับไปที่ห้อง มือบางหยิบยูคาตะสีดำสนิทออกมาส่งให้คนที่กำลังถอดกิโมโนเปียกปอนนั้นออก
ร่างแข็งแกร่งนั่งลงที่ชานระเบียง มือบางยกผ้าสีขาวซับน้ำตามใบหน้าและลำคอให้ ไล่ไปจนถึงเส้นผมที่เปียกลู่ มือบางที่ขยับไปมาอย่างอ่อนโยนอยู่บนศีรษะทำให้นัยน์ตาสีดำสนิทปิดลงอย่างรู้สึกผ่อนคลาย
“ เดี๋ยวตอนบ่ายข้าจะออกไปอีก....ถ้าฝนยังตกอยู่แบบนี้อีกไม่นานประตูน้ำก็จะพังลงมา...ข้าคงต้องไปคอยดูให้พวกทหารทำเขื่อนกั้นให้ทัน....ไม่เช่นนั้นงานเทศกาลคงต้องยกเลิก” เรื่องที่ออกมาจากปากของคนที่นั่งหลับตาทำให้คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย....งานเทศกาลจะถูกยกเลิกอย่างนั้นหรือ....แต่มันเป็นงานที่ทุกคนในนามิโมริต่างรอคอย ที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกันสักครั้งในหนึ่งปี...ถ้าต้องถูกยกเลิกจริงๆคงมีหลายคนที่ผิดหวัง
“ ข้าช่วยอะไรได้บ้างหรือเปล่า”
“ ช่วยเป็นกำลังใจให้ข้าก็พอ” ใบหน้าสวยแดงระเรื่อให้ใบหน้าคมแอบอมยิ้ม.....คนเย็นชาอย่างท่านไปหัดพูดแบบนี้มาจากที่ไหนกัน!
นัยน์ตาสีมรกตเหม่อมองสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา....ร่างแข็งแกร่งนั่นออกไปแล้ว.....ในใจรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก....ใบหน้าสวยหันไปมองเจ้าตุ๊กตาไล่ฝนที่ปลายหลังคา...เจ้าช่วยข้าหยุดฝนเหล่านี้ได้ไหมยามาโมโตะ.....
ร่างบางเปลี่ยนชุดเป็นกิโมโนกับกางเกงฮากามะสีดำ เส้นผมยาวถูกมัดรวบขึ้น ก่อนที่จะแอบหนีสองสาวใช้ที่กำลังเถียงกันว่าวันนี้จะให้เขาใส่กิโมโนสีอะไร แล้วตรงไปยังโรงเก็บม้า
ม้าสีขาววิ่งเหยาะๆฝ่าสายฝนออกไป...
คันดินกั้นน้ำยาวไล่ไปตั้งแต่เขตตัวเมืองจนถึงประตูน้ำ เหล่าผู้คนต่างออกมาช่วยกันขนดินเพื่อทับถมให้มันสูงขึ้น ระดับน้ำในแม่น้ำปริ่มขึ้นมาจนน่ากลัวว่าจะทะลักเข้ามาได้ในไม่ช้า นัยน์ตาสีมรกตมองไล่หาเจ้าของแผ่นดินสีดำที่น่าจะอยู่ในบริเวณนี้
ไม่นานก็มองเห็นร่างสีดำบนหลังม้าที่กำลังสั่งการทหารและเหล่าพลเมือง ร่างบางตัดสินใจลอบมองอยู่ไกลๆ ไม่อยากเข้าไปรบกวนเวลางาน แค่เห็นว่าท่านปลอดภัยดีก็โล่งใจแล้ว
ทุกคนต่างช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้น ขนดินขนทรายไม่มีเหน็ดเหนื่อย....ทั้งๆที่เวลานั้นล่วงมาหลายต่อหลายชั่วโมง....สายฝนดูเหมือนจะเบาบางลงจนแทบจะหยุดตก....หรือว่าจะเป็นฝีมือของเจ้ากันนะ ยามาโมโตะ....
เสียงร้องเอะอะดังมาจากทางประตูน้ำเรียกให้นัยน์ตาสีมรกตหันไปมอง กลุ่มผู้คนต่างวิ่งเข้าไปมุงดู ม้าสีขาวจึงขยับเข้าไปใกล้ มือบางยกขึ้นปิดปากเมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น…..
ชายคนหนึ่งตกลงไปในแม่น้ำที่เชี่ยวกราก….
เสียงม้าที่คุ้นเคยร้องดังขึ้นมา ทำให้เหล่าฝูงชนแหวกออกเป็นสองฝั่ง ม้าสีดำสนิทที่ไม่มีใครคาดคิดกระโดดลงไปในแม่น้ำ....ร่างในชุดสีดำบังคับมันอยู่บนนั้น
ทอนฟาเกี่ยวกะหวัดร่างของชายที่ตกลงไปแล้วหวดขึ้นมาบนฝั่ง ม้าสีดำตะกุยตะกายขึ้นจากน้ำมาจนได้ในที่สุด
ด้วยความตกใจ นายน้อยแห่งโกคุเดระกระโดดลงจากหลังม้าแล้ววิ่งเข้าไปหาเจ้าของแผ่นดินสีดำทันที...ร่างที่เปียกปอนลงจากหลังม้าสีดำแล้วนั่งหอบอยู่ข้างๆ ใบหน้าคมมีแววตกใจเมื่อเห็นร่างบอบบางมายืนอยู่ตรงหน้า...ก่อนที่จะโผเข้ามากอดตนอย่างไม่กลัวเปียกเปื้อนเลยสักนิด.....แขนบางกอดกระชับตัวเขาแน่น ใบหน้าเนียนซบอยู่ที่แผ่นอก....หรือว่าเจ้าตกใจ...กลัวว่าข้าจะหายไปกับสายน้ำอย่างนั้นหรือ.....
ใบหน้าคมยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน....
ภาพนั้นตราตรึงอยู่ในสายตาของใครอีกหลายคู่....เจ้าของแผ่นดินสีดำที่ไม่เคยเห็นค่าของชีวิตกลับลงไปช่วยคนที่ตกลงไปในแม่น้ำ....ทั้งๆที่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงปล่อยให้ตายไปเพราะมันคือความผิดที่คิดจะตกลงไปเอง....
ความเปลี่ยนแปลงนี้คงจะเกิดขึ้นมาเพราะร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนนั่นอย่างไม่ต้องสงสัย....
“ ท่านต้องหาหญ้าอย่างดีมาเป็นรางวัลให้ม้าของท่านด้วยนะ ดูซิ เพราะมีเจ้านายแบบนี้เลยต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่เรื่อย” มือบางลูบหน้าม้าสีดำอย่างปลอบโยน ในใจนึกขอบคุณมันนับครั้งไม่ถ้วน....
“ ฮายาโตะ....” สายฝนนั้นหยุดโปรยปรายแล้ว....คงเป็นเพราะเขา....ก็คงอยากจะเห็นรอยยิ้มของเจ้าเช่นกัน
“ คืนนี้ไปงานเทศกาลด้วยกันนะ” เสียงกระซิบที่ข้างหูเรียกรอยแดงระเรื่อบนใบหน้าเนียนใส ก่อนที่มือใหญ่จะจับมือบางเดินเคียงข้างกันไป
“ นะ...แน่อยู่แล้วสิ...ข้าต้องคอยไปดูว่าเจ้าม้านี่มันจะต้องเสี่ยงตายอะไรอีกหรือเปล่า...” คำพูดคำจาช่างน่ารักจนใบหน้าคมขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะฝังริมฝีปากเอาไว้บนขมับของร่างบาง
แสงแดดยามเย็นส่องให้เห็นเงาร่างสองร่างที่คงจะเดินเคียงข้างกันไป ตราบจนลมหายใจจะหาไม่.....
เช่นเดียวกับดอกไม้สีขาวดอกน้อยที่คงจะเบ่งบานด้วยความหวังครั้งนี้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด....
ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายแค่ไหน...ก็ยังคงยืนหยัดขึ้นมาได้...ตราบใดที่ยังมีความหวัง…..
The Last SNOWDROP : Red SNOWDROP
…………..END………….
จบจริงๆแล้วค่ะ ….^ ^”....
แล้วเจอกันแยกหน้าค่า ^ ^
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น