Attack on Titan. Au S.Fic [Levi x Eren] ในห้อง...ที่แสงส่องไม่ถึง : 10 [END]


Attack on Titan. Au S.Fic [Levi x Eren]   ในห้อง...ที่แสงส่องไม่ถึง : 10 [END]

: Attack on Titan Fanfiction  AU
: Levi x Eren
: Dark Romance
: NC-17


คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ






สายตาดุดันและดื้อดึงที่มองลอดกรงขังออกมานั้นมันราวกับสายตาของสัตว์ร้าย….

มันเป็นสายตาที่ติดอยู่ในใจของเขามาตลอด ถึงแม้ว่าภายหลัง เอเลน เยเกอร์ จะมีสายตาเหมือนกับหมาเชื่องๆก็ตาม


เขารู้......รู้ว่าเด็กนั่นมันเป็นปิศาจ....


เพราะทุกครั้งที่โดนซ้อมปางตาย....สายตาแบบนั้นมันก็จะโผล่มาให้เขาเห็น โดยที่เจ้าตัวอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้....

ไม่ได้เกี่ยวกับที่ว่าเจ้าตัวเป็นไททัน....แต่ความรุนแรงนั้นมันฝังอยู่ในจิตวิญญาณของเด็กนั่นเองต่างหาก

สายตาที่ดุดันกับจิตวิญญาณที่หิวกระหายในการฆ่าของเด็กนั่นมันทำให้เขารู้สึกเนื้อเต้น

อยากสยบมัน....

อยากสยบเจ้าเด็กนั่นให้ยอมจำนนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาแต่เพียงผู้เดียว.....










นั่นคงจะเป็นความรู้สึกแรก....ที่เขามีให้ เอเลน เยเกอร์ สินะ....

แล้วทำไม....ถึงได้นึกถึงมันขึ้นมาตอนนี้กันนะ?











นึกถึงเรื่องราวเก่าๆที่เคยผ่านมา….

เรื่องราวที่เป็นเครื่องยืนยันว่า....

คนที่สาบานว่าจะไม่รักใคร....ดันเผลอใจให้กับเด็กนั่น....







ตั้งแต่เกิดจนโตขึ้นมา เขาก็ไม่เคยใช้ชีวิตที่เรียกได้ว่า “ปกติ” เลยสักวัน

ทุกนาทีมีแต่อันตราย....และวินาทีสุดท้ายที่ตัดสินใจตามเอลวินมาเข้าทีมสำรวจ....เขาก็พร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ

โลกนี้มันโหดร้ายเขารู้ดี....

เพราะแบบนั้น....กับคนที่จะตายเมื่อไหร่ก็ได้แบบเขา.....จึงไม่เคยคิดที่จะผูกพันกับใคร...ไม่อยากให้ใครต้องมาร้องไห้...หากเขาจะหมดลมหายใจแล้วจากไป


หึ....ทั้งๆที่ทำได้ดีมาตลอด 30 ปี


แต่ความตั้งใจกลับมาพังทลายลงไปเพราะไอ้เด็กที่อายุน้อยกว่าถึง 15 ปีอย่างเอเลน เยเกอร์





เขายังจำได้ดีถึงวินาทีแรกที่ได้สัมผัสตัวเด็กนั่น....ในศาลทหารวันนั้น

หลังเท้าที่เตะลงไปบนใบหน้าที่กำลังอ้าปากด่าคนทั้งศาลอย่างไม่กลัวใครทั้งๆที่ตัวเองก็ถูกล่ามเอาไว้กับหลักจนขยับไม่ได้...มันทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าประหลาด....คนในทีมสำรวจอาจจะเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่การช่วยเหลือเด็กนั่น....แต่ในใจของเขาตอนนั้นมันกลับสนุกขึ้นมาจริงๆ....กับการได้เห็นสีหน้าที่เจ็บปวดทรมานของเด็กนั่น

เพราะมันจะทำให้เขาได้เห็น....แววตาแข็งกร้าวราวกับสัตว์ร้ายที่เขาหลงใหลโดยที่ไม่รู้ตัว




และเพราะว่าเด็กนั่นเป็นสัตว์ร้าย เป็นตัวอันตราย แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของมวลมนุษย์

ทุกคนจึงไว้ใจส่งเด็กนั่นให้มาอยู่ในความดูแลของเขา....

ในที่สุด เอเลน เยเกอร์ ก็ถูกตัดสินให้เข้ามาอยู่ในกองทหารทีมสำรวจ....โดยมีหัวหน้าทหารรีไว ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษยชาติคอยประกบติดอย่างใกล้ชิด






นั่นคือเงื่อนไขที่จะทำให้เด็กนั่นมีชีวิตรอด ส่วนเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าความตื่นเต้นจากการจะได้ฝึกสัตว์ร้ายให้เชื่องลงได้ด้วยมือและเท้าของตัวเอง

ไม่เคยคิดหรอก....ว่าจะกลายเป็นตัวเอง....ที่ถูกฝึกให้รักใครสักคน






ในห้องทำงานของหัวหน้าหน่วยกองทหารทีมสำรวจ....เอเลน เยเกอร์ ถูกพาเข้าไปในสภาพบอบช้ำเพราะการกระทำของเขา

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทำให้รู้สึกสงสารขึ้นมานิดหน่อย เพราะถึงแม้ว่าในร่างกายจะมีของที่เป็นอันตรายอยู่ แต่ยังไงภายนอกเด็กนั่นก็ยังเป็นแค่เด็กอายุ 15

เรียวขาจึงขยับเข้าไปหาก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆเด็กนั่น แรงสะดุ้งเฮือกจากร่างที่เลอะไปด้วยเลือดมีให้เห็นอย่างชัดเจน.....กลัวเขาหรอ?

จะกลัวก็ไม่แปลกหรอก เพราะใครๆก็ไม่กล้าเข้าใกล้เขา แล้วยิ่งโดนเขาซ้อมปางตายต่อหน้าคนมากมายในศาลทหารแบบนั้นมันก็เป็นธรรมดาที่จะกลัว


การพบกันครั้งแรกของเราคงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าจดจำนัก


" เฮ้ย เอเลน..."       นี่คงจะเป็นการพูดคุยกันดีๆเป็นครั้งแรก...

" อ่ะ ครับ"        เด็กนั่นตอบกลับมาด้วยสายตาหวาดๆ เขาเพียงแค่ปรายตาไปมองสองแก้มที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ


“ นายเกลียดฉันหรือเปล่า”


มันจะ.....แทนคำขอโทษ.....ได้ไหมนะ?

แล้วถ้าหากว่าเด็กนั่นมองกลับมาด้วยสายตาที่ยังหวาดกลัวอยู่ล่ะ? เขาควรจะทำยังไง?

และนั่นก็คงจะเป็นครั้งแรก....ที่เขาคิดมากกับการกระทำของตัวเอง


ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องสนใจ ในเมื่อนี่คือการฝึกสัตว์ร้าย

ทว่า...

ยามเมื่อ เอเลน เยเกอร์ ส่ายหน้าแล้วมองกลับมาด้วยสายตาเป็นประกาย มันกลับทำให้เขาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก


ตอนนั้น...เขาไม่เข้าใจในความรู้สึกของตัวเองเลย









แล้วเขากับเด็กนั่นก็เริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้หน่วยย่อยเล็กๆที่เป็นหน่วยย่อยพิเศษซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของเขา

หน่วยรีไว...


ทั้ง 6 ชีวิต เดินทางออกมาจากตัวเมืองเพื่อไปอาศัยอยู่ในอดีตศูนย์บัญชาการของกองทหารทีมสำรวจ

เพราะการมีอยู่ของ เอเลน เยเกอร์ ยังสั่นคลอนความรู้สึกของมนุษย์ทั่วไปอยู่ไม่น้อย พวกเขาจึงจำเป็นต้องซุกซ่อนเด็กนั่นเอาไว้ ไม่ให้คนภายนอกเข้ามาถึงตัวได้ง่ายๆ เพราะคงมีคนไม่น้อยเลยที่จะเกลียดและเคียดแค้นไททันจนพาลอยากทำร้ายเด็กนั่นไปด้วย

ปราสาทเก่าที่เคยเป็นศูนย์บัญชาการของทีมสำรวจซึ่งอยู่ห่างไกลและไม่ได้ใช้มานานจนถูกปล่อยให้รกร้างจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะกลายเป็นที่เก็บซ่อนเด็กนั่นเอาไว้


จากนี้ไปมันจะกลายเป็นบ้านใหม่ของ เอเลน เยเกอร์





เขายังคงเฝ้าจับตามองทุกย่างก้าวของเด็กนั่น.....เฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา

เพราะเขายังไม่ไว้ใจตัวอันตรายอย่างเด็กนั่น ไม่รู้ว่ามันจะแปลงเป็นไททันมาเล่นงานเขาเมื่อไหร่

และหากมันอาละวาดขึ้นมาก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าเขาจะไม่กล้าลงมือฆ่ามัน


ตอนนั้น....เขาฆ่าเอเลน เยเกอร์ได้แน่ๆ....ฆ่าได้โดยไม่ต้องคิดเรื่องหลีกเลี่ยงหรือทำเพียงให้บาดเจ็บแล้วเอาตัวออกมาจากร่างกายของไททันแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน





และเพราะว่ายังไม่คิดจะไว้ใจกันแบบนั้น  ห้องที่เขาเลือกให้เป็นห้องนอนของเด็กนั่นจึงเป็น


ห้องห้องหนึ่ง....ซึ่งแสงส่องไม่ถึง


ห้องของคุกใต้ดินซึ่งจะสามารถจับกุมตัวเด็กนั่นหากเผลอแปลงเป็นไททันขึ้นมาได้ง่ายกว่าอยู่บนดิน





เขายังจำคืนแรกได้ดี...ที่เจ้าเด็กนั่นไม่ยอมลงไปนอนข้างล่างเพราะคงจะกลัวอะไรสักอย่าง  ร่างโปร่งบางถึงขนาดยอมนั่งหลับสัปหงกอยู่ในห้องกินข้าวจนดึกดื่น ถ้าเขาไม่ตื่นเพราะหิวน้ำก็คงไม่รู้หรอกว่าเอเลนยังนั่งอยู่ตรงนั้น

แต่บอกตามตรงว่าตอนนั้นเขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรนอกจากยุ่งยากรำคาญใจที่เด็กนั่นไม่ทำตามคำสั่ง ก็ถ้ามันเผลอแปลงเป็นไททันในขณะที่สัปหงกอยู่นี่ขึ้นมาจะว่ายังไง

เขาจึงตรงเข้าไปฉุดกระชากข้อมือบางจนคนที่ยังมึนงงถึงกับร้องออกมา ร่างโปร่งบางสะบัดข้อมือพยายามจะหนีไปตลอดทาง....ยังไงก็ไม่ยอมลงไปนอนที่ห้องใต้ดิน

แต่แรงของเด็กนั่นหรือจะสู้แรงของเขาได้....ในที่สุด เอเลน เยเกอร์ ก็ถูกเหวี่ยงลงไปบนเตียง แล้วก็ถูกเขาตามขึ้นไปคร่อมเอาไว้

เสียงเคร้งคร้างดังขึ้นมาทันที....ใบหน้ามนถึงกับหวาดผวาเมื่อมองเห็นของที่อยู่ตรงหน้า


" หัวหน้า...อย่าครับ! แล้วโซ่นี่มันอะไรกันครับ?!"        ปลายข้างที่เป็นสายหนังถูกรัดไปที่ข้อมือของเด็กนั่นทั้งสองข้าง โซ่ที่ล่ามติดเอาไว้กับผนังที่หัวเตียงนั้นเส้นใหญ่และแข็งแรงพอจะกักขังเจ้าเด็กนี่เอาไว้ได้แน่

" หุบปาก! ก็แค่ล่ามเอาไว้ตอนที่นายหลับ จะมีปัญหาอะไร?!"       เด็กนั่นพยายามต่อต้าน  ไม่ยอมให้เขาล่ามแต่โดยดี  ใบหน้าราวกับจะร้องไห้ดูขวัญผวาอยู่พอสมควร

ก็ช่วยไม่ได้นะ ถ้ามองในมุมของเด็กที่อายุแค่ 15 ที่เคยมีพ่อมีแม่ มีบ้านอันอบอุ่น แล้วจู่ๆวันหนึ่งต้องจากบ้านมาอาศัยอยู่ในที่ที่เป็นราวกับกรงขังแล้วยังต้องมาถูกบังคับ ถูกจับล่ามโซ่เอาไว้แบบนี้อีก....มันก็คงจะยอมรับได้ยาก

ถ้าหากเด็กนั่นไม่ใช่ไททัน.....เขาก็คงจะสงสารขึ้นมาบ้างอยู่หรอก

สองขาก้าวเดินออกจากห้องมาโดยไม่สนใจร่างกายที่กำลังสั่นกลัวของอีกฝ่าย

“ หัวหน้า!! ปล่อยผมออกไป!! ผมไม่อยากนอนที่นี่!! หัวหน้า!!”       เสียงตะโกนยังคงดังออกมาจากในห้องขัง เสียงกระตุกโซ่ก็ยังดังอยู่ทั้งคืน.....รวมไปถึงเสียงสะอื้นด้วย



คืนต่อๆมาอีกหลายคืนที่เขาต้องลากเด็กนั่นลงมาล่ามเอาไว้ที่คุกใต้ดิน

จนกระทั่งใบหน้าที่หวาดผวากลายเป็นด้านชาต่อความกลัวไป  ในที่สุดเด็กนั่นก็ยอมให้ห้องห้องนั้นเป็นห้องนอนของตัวเองด้วยความจำใจ



ถึงแม้ว่าจะเป็นเขาเองที่สั่งให้เอเลนลงไปนอนในคุกของห้องใต้ดิน  แต่ก็มีไม่น้อยเลยที่ห้องห้องนั้นก็กลายเป็นห้องนอนของเขาไปด้วย

เด็กนั่นคงไม่รู้ตัวหรอก ว่าเขาลงไปนั่งเฝ้ายามที่นัยน์ตาสีมรกตหลับพริ้มบ่อยแค่ไหน







ทั้งๆที่คิดว่าเจ้าสัตว์ร้ายตัวเล็กนี่จะดุดัน ดื้อดึง ไม่ฟังใคร ใจร้อน ขี้โวยวาย


ทว่า...


เวลาอยู่กับเขากลับเชื่องโดยที่ไม่ต้องลงไม้ลงมืออะไรเลยด้วยซ้ำ


กับรุ่นพี่คนอื่นๆที่อยู่ด้วยกันในปราสาท เจ้าเด็กนั่นยังเถียงฉอดๆหากเป็นเรื่องอะไรที่ไม่เป็นไปตามที่คิด....แต่กับเขา กลับรับคำง่ายๆ เชื่อฟังง่ายๆ....แล้วมันก็คงไม่ได้เกิดจากความกลัวที่ร่างกายเคยถูกเขาซ้อมปางตาย.....ไม่ได้เกิดจากความกลัวที่ถูกเขาบังคับจับไปล่ามเอาไว้ทุกคืน.....ไม่ได้เกิดจากตำแหน่งหน้าที่ที่สูงกว่ามากของเขา....สายตาเป็นประกายยามมองมาที่เขามันบอกเอาไว้แบบนั้น


บอกเอาไว้ว่า....เด็กนั่นชื่นชมในตัวเขามากขนาดไหน

มาก...จนยอมเชื่อฟังทุกอย่าง

มาก...จนไม่ว่าจะถูกบังคับ ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกใช้ให้ทำอะไรก็ยินดีที่จะรับมันไว้ทุกอย่าง


เพราะแบบนั้นวิธีการฝึกสัตว์ร้ายจึงไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป


รวมทั้งสายตาที่เฝ้ามองเด็กนั่นของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป....จากสัตว์ร้ายค่อยๆกลายเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ


จากที่ไม่เคยคิดจะสนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายก็กลายเป็นละสายตาไปไม่ได้


จากที่ไม่เคยสนใจไม่เคยสังเกต....เขาก็เริ่มมองเห็นว่าใบหน้าที่มักจะยิ้มให้เขาอยู่เสมอมันมีแววที่เศร้าหมองเคลือบอยู่


ใบหน้าหงอยๆของเด็กนั่นก็ค่อยๆทำให้เขารู้สึก.....ว่าเอเลนรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ว่าตนถูกปล่อยให้มีชีวิตอยู่ในฐานะอาวุธ....ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป


แต่สำหรับเขาแล้ว...เด็กนั่นมันก็เป็นแค่ไอ้เด็กเหลือขอที่ทำหน้าหงอเพราะไม่ได้ออกไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กก็เท่านั้นแหละ


ไม่อย่างนั้นจะดีใจจนความหม่นหมองพวกนั้นมันหายไป เมื่อได้รับ “ลูกกวาด” จากเขาอย่างงั้นหรอ


เรื่องบนหลังคาปราสาทในวันนั้น....มันคงจะเป็นจุดเริ่มต้นของทุกความรู้สึกระหว่างเราสองคนก็ว่าได้.....











เพราะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เจ้าเด็กนั่นมันก็เริ่มอ้อนเขา....ตาม “คำสั่ง” ที่ได้รับจริงๆ


อ้อน...โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ









ประตูห้องอาบน้ำถูกเปิดออกและในขณะที่เขากำลังจะก้าวขาเข้าไป เสียงน้ำไหลก็ดังมาให้ได้ยิน

แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเอเลน เยเกอร์กำลังก้มลงล้างหน้าอยู่ที่อ่าง ท่อนล่างมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กพันไว้เท่านั้น....

ไม่รู้ว่าทำไม....ทั้งๆที่เด็กนี่เป็นผู้ชาย แต่กลับกระตุ้นความรู้สึกทางเพศได้แม้แต่กับผู้ชายด้วยกัน

สายตาเลื่อนลงไปมองที่บั้นท้ายซึ่งถูกปิดเอาไว้ด้วยผ้าขนหนูก่อนจะไล่มองขึ้นไปถึงสะโพก...เอว...แล้วไล่ลงมาที่ต้นขาซึ่งโผล่พ้นผ้ามารำไรๆอีกรอบ

เพราะเป็นทหาร...ร่างกายจึงถูกฝึกฝนจนไม่มีไขมันส่วนเกิน รูปร่างโปร่งบางนั่นจึงกระชับทุกส่วนแต่ก็ไม่ได้มีกล้ามเนื้อแข็งๆแบบที่ผู้ชายทั่วไปในกองทหารเค้ามีกัน

และเพราะว่าเป็นทหาร....จึงต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในหมู่ผู้ชายที่จะให้เกียรติผู้หญิงซึ่งมีอยู่น้อยนิด จะว่าด้วยความอดอยากหรือยังไงดี แต่ผู้ชายรูปร่างแบบเจ้าเด็กนี่กลับเป็นที่ต้องการของผู้ชายในกองทหารมากกว่าผู้หญิงจริงๆเสียอีก...เพราะรู้ว่าต่อให้มีเซ็กส์กันมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ต่างฝ่ายต่างมีความสุขโดยไม่ต้องรับภาระที่จะเกิดตามมา  เพราะเป็นผู้ชาย ยังไงก็ต้องหาทางระบายออก

แล้วเจ้าเด็กที่ไม่เคยสนใจอะไรนอกจากเรื่องฆ่าไททันก็คงไม่ทันรู้ตัวหรอก.....ไม่งั้นจะมายืนล้างหน้าในผ้าขนหนูผืนเดียวแบบนี้หรือไง

เขาหยิบเสื้อผ้าที่พาดอยู่บนบ่าไปแขวนไว้ที่ราวก่อนจะยืนแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดและยังไม่ทันจะเสร็จดี เสียงใสก็ดังทักขึ้นมาจากอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะเพิ่งเงยหน้าขึ้นมาจากอ่างพอดี

" อ๊ะ หัวหน้า? มาอาบน้ำหรอครับ? ผมเพิ่งอาบเสร็จพอดี"        ใบหน้ามนนั่นยังคงยิ้มให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะหันหลังไปเช็ดหน้าพรางมองกระจก  และเพราะว่าหันหลังให้ เขาจึงมองเห็นรอยอะไรบางอย่างบนแผ่นหลังเนียนนั่นได้อย่างชัดเจน

" นี่นาย...อาบน้ำยังไงถึงได้ยังมีขี้โคลนติดอยู่แบบนี้?"

“ เอ๋?...ไหนครับ?”      ใบหน้ามนพยายามหันกลับมาดู แต่ชะเง้อยังไงก็ดูท่าว่าจะมองไม่เห็น ปลายนิ้วของเขาจึงจิ้มลงไปบนไหล่ด้านหลัง

“ น่าหงุดหงิดชะมัด”      ถ้าเป็นคนอื่นคงแค่เช็ดแล้วปล่อยมันไป แต่สำหรับคนที่รักความสะอาดแบบเขา เห็นแล้วมันทนไม่ได้จริงๆ

มือแข็งแรงจึงลากร่างโปร่งบางติดเข้าไปในห้องอาบน้ำด้วย ก่อนจะจับเจ้าคนที่ยังทำหน้าเหวอให้นั่งลงไปบนเก้าอี้ข้างบ่อ น้ำถูกตักขึ้นมาราดลงไปบนไหล่บางก่อนที่เขาจะจัดการอาบน้ำให้เด็กนั่นใหม่

“ ก็ผมมองไม่เห็นนี่ครับ...มันก็ช่วยไม่ได้....”       แต่แทนที่จะร้องโวยวาย เด็กนั่นกลับนั่งนิ่งๆให้เขาจับอาบน้ำเหมือนลูกหมา ใบหน้ามนที่ก้มมองพื้นแดงระเรื่อเล็กน้อย...ฝ่ามือเทสบู่เหลวลงไปก่อนจะจัดการขัดแผ่นหลังเนียนจนฟองฟุ้ง...ผิวของเจ้าเด็กนี่...นิ่มกว่าที่คิดอีกแหะ

“............”       แค่ลูบเบาๆรอยเปื้อนก็แทบจะหายไปกับฟองสบู่...คนปกติ...แค่โดนน้ำ ขี้โคลนพวกนี้มันก็หลุดออกไปได้แล้วไม่ใช่หรือไง? สงสัยจริงๆว่าเจ้าเด็กนี่มันแค่วิ่งผ่านน้ำเอาใช่ไหม?

“ สระผมครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?”        เขาถามออกไปด้วยเสียงนิ่ง ฟังจากเสียงหัวเราะที่ตอบรับกลับมาแล้วเขาก็ตักน้ำลาดลงไปบนหัวสีน้ำตาลนั่นทันที....ทั้งๆที่มีเส้นผมละเอียดเล็กน่าสัมผัสขนาดนี้ทำไมไม่รู้จักดูแลให้ดีๆกันนะไอ้เด็กนี่

“ อื้อ.....”       นัยน์ตาสีมรกตคู่โตหลับพริ้มก่อนจะปล่อยให้หัวโยกไปมาตามแรงมือของเขาที่จัดการสระผมให้....นี่เขาเป็นหัวหน้าทหารนะ ไม่ใช่หัวหน้าสถานอนุบาล!

สองมือขยี้ขย๋ำหัวของเจ้าเด็กนั่นอย่างมันมือ แต่อีกฝ่ายก็เพียงแค่หัวเราะออกมา

“ ผมไม่คิดเลยนะครับ ว่าหัวหน้าจะดูแลผมขนาดนี้”       คนปกติเค้าต้องทำหน้าสลดแล้วขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนสิ แต่ไอ้เด็กนี่กลับยิ้มระรื่น


“ ดีใจจัง....”      


จู่ๆหัวใจก็เต้นผิดจังหวะไปกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำพูดเรียบง่ายซึ่งเขารู้ดีว่ามันออกมาจากหัวใจของเด็กนั่นจริงๆ

สองมือต้องพยายามบังคับให้มันขยับต่อไปอย่างไม่ให้มีพิรุธ

จะให้เด็กนั่นจับได้ไม่ได้เด็ดขาด....ว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง

“ ตอนยังเป็นทหารฝึกหัด....ผมคอยมองดูคุณตอนออกไปนอกกำแพงกับพวกทีมสำรวจจากข้างทางที่ขบวนม้าเดินผ่านทุกครั้งเลยนะครับ...ตอนนั้นน่ะ...ผมได้แต่คิดว่า...ทำยังไงถึงจะแข็งแกร่งเหมือนคุณได้กันนะ....หัวหน้าครับ...คุณนี่ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ”        เขายังคงปล่อยเจ้าเด็กช่างฝอยนั่นพูดต่อไป

ไม่หรอก...เขาไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้เป็นวีรบุรุษ......เพราะถ้าหากเจ้าเด็กนี่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่....ก็คงจะรู้ว่าเขาก็เป็นเพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นเอง

“ ไม่เคยคิดเลยนะครับ...ว่าคนที่ผมชื่นชมและได้แต่เฝ้ามองอย่างคุณ จะมาอาบน้ำให้ผมแบบนี้......ดีใจจัง”      อีกแล้ว....หัวใจเต้นแปลกไปอีกแล้ว

“ หยุดพูดมากได้แล้ว อยากจะกินน้ำสบู่นี่เข้าไปหรือไง?”


ใช่....หยุดพูดได้แล้ว....ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหวอีกต่อไป









มันไม่ง่ายเลยจริงๆที่จะใช้ชีวิตร่วมกับ เอเลน เยเกอร์

เพราะความเป็นธรรมชาติที่แฝงอยู่ในตัวเด็กนั่น ซึ่งเปิดเผยความรู้สึกว่าชื่นชมเขาออกมาอย่างไม่มีปิดบัง มันยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดปกติขึ้นทุกวันๆ









เพราะเขารู้....ว่ามีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่เด็กนั่นยอมเชื่องด้วย

กับคนอื่น....เถียงคำไม่ตกฟากยังไงก็ยังคงปากดีใส่อยู่อย่างนั้น








สองขาที่กำลังจะเดินผ่านห้องที่เก็บอุปกรณ์สำรองชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงต่อล้อต่อเถียงที่ดังออกมาจากข้างใน เพราะเสียงหนึ่งเป็นของเอเลน เยเกอร์

“ นี่แกคิดจะผลาญงบประมาณของกองทัพไปอีกแค่ไหนถึงจะพอใจห๊ะ?! รู้บ้างไหมว่าเสื้อตัวนึงนี่มันแพงแค่ไหน?! เบิกเอาๆอยู่ได้!”       เด็กนั่นคงมาเบิกเสื้อนอกกับออลโอที่เป็นคนดูแลเรื่องเบิกจ่ายอุปกรณ์สำรองของหน่วย

“ ผมก็ไม่ได้อยากจะให้มันละลายหายไปแบบนี้นี่ครับ”       เวลาที่เอเลนแปลงเป็นไททัน ความร้อนภายในนั้นมักจะเผาผลาญทุกอย่างบนร่างกายจนเหลือออกมาแค่เสื้อตัวในกับกางเกงเท่านั้น

“ อย่ามาเถียงนะไอ้เด็กบ้า! เอ้า! มีอยู่แค่นี้แหละ!

“ ไม่มีที่ตัวเล็กกว่านี้แล้วหรอครับ?...แบบนี้มันเป็นเสื้อโค้ทแล้ว ไม่ใช่แจ็กเก็ต....”        สงสัยว่าเสื้อนอกที่เหลืออยู่จะมีแต่ไซส์ใหญ่

“ เรื่องมากจริง! เป็นไททันภาษาอะไรวะถึงได้ตัวบางร่างน้อยแบบนี้!! ถ้าจะเอาตัวเล็กกว่านี้ละก็ต้องรออีกสองอาทิตย์”

“ เอ๋? สองอาทิตย์เลยหรอครับ?!

“ ก็เพราะแกเล่นมาเบิกไปจนหมดคลัง มันก็ต้องใช้เวลาไปสั่งตัดกันหน่อยสิวะ คราวหน้าก็หัดถอดเสื้อก่อนจะแปลงเป็นไททันสิว้อย!

“ สถานการณ์แบบนั้นจะให้มามัวถอดเสื้อได้ยังไงกันละครับ”

“ เถียงดีนัก  เดี๋ยวก็จับถอดมันซะตั้งแต่ตอนนี้เลยดีไหม?! ถึงเวลานั้นจะได้ไม่ต้องมาพะวงไงไอ้เด็กบ้านี่!

เขาที่ยืนฟังอยู่ถึงกับถอนหายใจออกไป....ก่อนที่เจ้าออลโอจะเส้นเลือดแตกตาย เขาควรจะเข้าไปช่วยเอาไว้....แล้วขาก็ก้าวเข้าไปในประตู

“ เอเลน”        เสียงทุ้มที่เรียกนิ่งๆ ทำให้ใบหน้ามนหันกลับมาและเมื่อเห็นว่าเป็นเขา นัยน์ตาสีมรกตก็สุกใสขึ้นมาทันใด....ก็เพราะแบบนี้แหละ....เขาถึงได้ปล่อยอะไรให้มันเลยเถิดไปโดยที่ไม่รู้ตัว

“ อ่ะ ครับ! หัวหน้า?!      ร่างโปร่งบางตอบรับอย่างกระตือรือร้น

“ มานี่สิ”     

“ ครับ!”      เขาหันหลังเดินกลับมายังห้องทำงานของตัวเองโดยมีอีกฝ่ายเดินตามต้อยๆ ใบหน้าน้อยๆนั่นดูมีความสุขเหลือเกินที่ได้อยู่ใกล้ๆเขา

เพราะแบบนั้น.....มันเลยทำให้ความรู้สึกเริ่มเกินเลยไปโดยไม่รู้ตัว

ไม่รู้ตัวเลยจริงๆ....ว่าเขาหลงใหลใบหน้าเปื้อนยิ้มนั่นพอๆกับนัยน์ตาแข็งกร้าวราวกับสัตว์ร้ายของเด็กนั่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่


“ เอานี่ไปใช้”      เสื้อนอกของเขาถูกโยนไปคลุมหัวสีน้ำตาล

“ เอ๋?....นี่มัน...เสื้อของหัวหน้า?....ให้ผมหรอครับ?”     และเมื่อเขาพยักหน้าให้ นัยน์ตาสีมรกตนั่นก็ระยิบระยับด้วยความดีใจจนปิดไม่อยู่

ถึงความสูงจะต่างกันอยู่ 10 ซม. แต่ขนาดตัวก็ยังนับว่าอยู่ไซส์เดียวกัน เพราะงั้นเด็กนั่นจึงใส่เสื้อนอกของเขาได้

“ ขอบคุณนะครับหัวหน้า”      ได้ยินเสียงหัวเราะดีใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม เด็กนั่นสวมเสื้อทับลงไปบนไหล่บางของตัวเองก่อนจะจับสาบเสื้อมาดมฟุดฟิด ทำเอาเขาถึงกับผงะไปกับท่าทางที่ซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองแบบนั้น

“ หอมจัง....กลิ่นของหัวหน้าเนี่ย”        อะ...ไอ้เด็กบ้า....พูดอะไรของมันน่ะ....ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้ง่ายๆแล้วก็เป็นธรรมชาติขนาดนี้กันนะ

รู้บ้างไหมว่าเขาต้องใช้ความพยายามอย่างหนักขนาดไหนที่จะบังคับไม่ให้ใบหน้าของตัวเองร้อนเป็นไฟขึ้นมา

“ มันเป็นกลิ่นที่สะอาดมากเลยครับ.....ผมชอบ....ขอบคุณนะครับหัวหน้า!

เขาทรุดลงที่เก้าอี้ทันทีที่เด็กนั่นเดินหน้าระรื่นออกไป....หัวใจยังเต้นแรงอย่างที่ยังรู้สึกได้


ผมชอบ....งั้นหรอ?


ฝ่ามือถูกกัดน้อยๆก่อนที่จะเสหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง.....ชอบแบบไหนกัน.....แล้วมันจะเหมือนกับที่เขารู้สึกหรือเปล่า?









แล้วจากนั้นไม่นาน.....เขาก็ได้รู้ถึงความหมายของคำว่าชอบ....จากปากของเด็กนั่น









ขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปในระเบียงทางเดินซึ่งเชื่อมต่อระหว่างอาคารด้านหน้ากับปีกขวาต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง....จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้อยากจะทำตัวน่าทุเรศอย่างการแอบฟังเรื่องของชาวบ้านเขาแบบนี้หรอก ถ้าคนที่อยู่ในวงสนทนาจะไม่ใช่ เอเลน เยเกอร์

“ มีอะไรให้ช่วยไหม? ฉันกวาดทางเดินเสร็จพอดีเลยเอเลน”       เป็นเสียงของเพ็ตโทร่า หญิงสาวเพียงคนเดียวในหน่วยรีไว

“ ไม่เป็นไรครับ ทางนี้ก็เหลืออีกไม่เยอะเท่าไหร่”      ร่างโปร่งบางนั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ย สองมือยังคงถอนหญ้าต่อไป

“ หัวหน้านี่ก็น้า...ใจร้ายจัง....ให้นายมาถอนหญ้าคนเดียวแบบนี้”      มีเพียงเสียงหัวเราะน้อยๆกับใบหน้ามนที่ส่ายไปมาเป็นเชิงว่าไม่ได้ลำบากอะไรตอบกลับหญิงสาวไป

“ เอเลนนี่ก็ดูเชื่อฟังหัวหน้าดีน้า....ปกติถ้าเป็นทหารใหม่ละก็จะต้องกลัวคนคนนั้นหัวหดเลยไม่ใช่หรอ? ตอนที่ฉันมาอยู่กับหัวหน้าใหม่ๆก็กลัวแทบตายเลยนะ เอเลนไม่กลัวเลยหรอ?”       ไม่ได้มีแต่หญิงสาวหรอกที่อยากรู้....เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน.....ความหมายของคำว่า “ชอบ” นั่น

“ เปล่านี่ครับ....ผมดีใจเสียอีกด้วยซ้ำ ที่ได้มาอยู่ใกล้ๆหัวหน้าแบบนี้”      แล้วคำพูดของเด็กนั่นก็ทำเอาหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทุกทีๆ

“ เพราะหัวหน้าคือคนที่ผมชื่นชมมาตลอด ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาอยู่ใกล้ๆคนที่เกินเอื้อมแบบนั้น ผมอาจจะมีความรู้สึกเหมือนเด็กๆแต่ยังไงสำหรับผมแล้ว.....”

“ หัวหน้าก็คือ ฮีโร่...นั่นคือความรู้สึกเดียวที่ผมมีต่อเขา”

“ อุบ...ฮะฮะ....น่ารักจังเอเลน....นายอาจจะยังเด็กเลยคิดว่าไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น แต่ในสายตาของฉัน...............”

เพ็ตโทร่าจะพูดอะไรต่อไปมันก็ไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทของเขาอีก ในเมื่อตอนนี้มันเหมือนจะชาๆไปกับถ้อยคำที่ราวกับกำลังตบหน้าของเขาอยู่



ฮีโร่งั้นหรอ?


หมายถึงคนที่สูงส่งแต่ก็มีเอาไว้แค่ชื่นชมเท่านั้นอย่างงั้นหรอ?  เพราะคงไม่มีใครคิดที่จะรักฮีโร่ของตนเหมือนกับที่คนธรรมดารักกันหรอก

นายแค่ชื่นชม.....แต่ไม่ได้คิดที่จะรักฉันไปมากกว่านั้นอย่างงั้นสินะ



ฉันไม่ได้อยากจะเป็นฮีโร่.....



ทำไมในใจถึงได้หงุดหงิดและโมโหอย่างบอกไม่ถูก.....โมโหเมื่อรู้ว่าเด็กนั่นก็แค่คิดจะล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา

ถ้าแค่ชื่นชมก็ไม่เห็นจะต้องแสดงออกให้เขาสับสนมากขนาดนี้เลยก็ได้นี่



คำว่า “ชอบ”  สำหรับนายมันก็มีแค่นี้เองใช่ไหม?



เดี๋ยวฉันจะทำให้นายได้รู้....ว่าฮีโร่มันไม่ได้มีอยู่จริงหรอก

หากนายโดนทำร้ายจากผู้ชายที่นายชื่นชม......นายจะยังมองว่าฉันเป็นฮีโร่อยู่อีกหรือเปล่า....










" ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่า....นอกจากความเจ็บปวดแล้ว....จะมีความรู้สึกอย่างอื่นที่จะกระตุ้นให้นายกลายเป็นไททันได้อีกหรือเปล่า?....ความต้องการ....ยังทำให้นายกลายเป็นไททันได้อีกหรือเปล่า"


และนั่นก็คือข้ออ้าง.....ที่เขาใช้ในการทำร้ายเจ้าเด็กนั่นในคืนนั้น

ถึงจะยังไม่ถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามีอะไรกัน แต่มันก็คงจะมากพอที่จะทำให้เด็กนั่นสั่นกลัวจนไม่กล้าอยู่กับเขาตามลำพัง








จากที่คิดว่าจะสั่งสอนให้สำนึกที่บังอาจมาล้อเล่นกับความรู้สึกของเขา

แต่กลับกลายเป็นว่า.....

ทั้งใบหน้า ทั้งร่างกาย ทั้งเสียงร้องวอนขอของเด็กนั่นตอนกำลังทรมานจากความต้องการ มันกลับฝังอยู่ในหัวใจของเขา...


แค่ร่างกายในยามปกติของเด็กนั่นก็กระตุ้นเร้าความรู้สึกของเขาได้ไม่น้อยอยู่แล้ว ยิ่งได้ไปเห็นใบหน้าแบบนั้นมันยิ่งทำให้เขายิ่งถลำลึกลงไปอีก

ถลำลึกลงไปจนไม่คิดจะสนใจความรู้สึกของเด็กนั่นอีก....ไม่ว่าเอเลนจะชอบเขาแบบไหนก็ช่าง


เขาจะกอด จะสอดใส่ร่างกายของเขาเข้าไป ต่อให้อีกฝ่ายจะไม่ยินยอม จะร้องไห้ เขาก็จะไม่สนใจมันอีก


ไม่สนใจแม้ว่านี่จะเรียกได้ว่าการข่มขืนก็ตาม











แล้วเซ็กส์ครั้งแรก.....ก็เกิดขึ้นในห้องอาบน้ำ....ของคืนถัดมา.....











หลังจากนั้น เขาก็ยังบังคับให้เด็กนั่นมีเซ็กส์ด้วยเรื่อยมา


และเพราะแบบนั้นมันเลยทำให้สายตาที่เคยมองเขาอย่างชื่นชมเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเด็กนั่นจะยังเชื่อฟัง จะยังยิ้มให้เขา แต่ในดวงตาสีมรกตกลับแฝงเอาไว้ด้วยความหวาดกลัว....

น่าแปลก....ทั้งๆที่นั่นคือสิ่งที่เขาจงใจจะให้เป็น....แต่พอมันเกิดขึ้นมาจริงๆกลับเป็นหัวใจของเขาเองที่ปวดหน่วงๆ



ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากร่างกายมันคงจะทำให้หัวใจเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาสินะ....

ทั้งเขา....ทั้งเอเลน.....











วันนี้หน่วยรีไวเดินทางออกมาจากปราสาทเพื่อร่วมฝึกซ้อมการจัดกระบวนทัพสำหรับการออกนอกกำแพงในครั้งต่อไป

สองขาก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดินของกองบัญชาการทหารทีมสำรวจ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของเขาเอง....ไม่ได้กลับมานานจนฝุ่นเขรอะไปหมดแล้ว

“ ขออนุญาตครับหัวหน้าทหารีไว!”        นายทหารคนหนึ่งถือเอกสารเข้ามา เขาก็เพียงแค่ทำหน้าบอกบุญไม่รับกลับไปเหมือนเดิม

“ พอดีมีเอกสารต้องการให้หัวหน้าเซ็นต์หน่อยครับ เป็นเรื่องของ เอเลน เยเกอร์”      เขารับเอกสารมาก่อนจะถือไปอ่านที่ข้างๆหน้าต่าง....สาระสำคัญก็ไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่รับรองว่าเด็กนั่นอยู่อย่างสงบโดยไม่มีเจตนาจะเป็นปฏิปักษ์ต่อมนุษยชาติ

หึ....ถ้าเด็กนั่นเป็นฝ่ายเดียวกับไททันขึ้นมาจริงๆ....ตอนนี้ก็ต้องนับว่ามนุษย์ชาติสามารถเอาชนะไททันได้แล้วละมั้ง

ในเมื่อเขาทำให้เด็กนั่นร้องครางอยู่ใต้ร่างของเขาได้สำเร็จไปนานแล้ว


เสียงเอะอ่ะโวยวายดังขึ้นมาจากในสวนด้านล่างทำให้เขาต้องละใบหน้าออกมาจากเอกสารเพื่อมองดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ดูเหมือนจะเป็นเสียงเล่นหัวกันตามปกติของทหารใหม่ที่เพิ่งจะเข้าทีมสำรวจมาในปีนี้....เป็นทหารรุ่น 104 ที่เป็นรุ่นเดียวกับเอเลน เยเกอร์

แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรก....ที่เขาได้เห็นเด็กนั่นตอนอยู่กับเพื่อนๆ

ร่างโปร่งบางถูกรายล้อมเอาไว้ด้วยเพื่อนผู้ชายหลายคน ถึงแม้ใบหน้ามนจะดูหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่เพื่อนๆที่กอดคอของเด็กนั่นอยู่ดูเหมือนจะกำลังหัวเราะชอบใจ.....เขารู้ว่าเด็กนั่นไม่ได้ถูกรังแก ไม่ได้ถูกรังเกียจหรือขับไล่ออกนอกกลุ่ม ถึงแม้จะเป็นพวกไม่ชอบเข้าสังคมแต่สเน่ห์ของความเป็นธรรมชาติในตัวเด็กนั่นกลับดึงดูดให้ใครต่อให้อยากจะเข้ามาใกล้ อยากจะแกล้งเล่น อยากจะเอ็นดู

นอกจากความพิเศษในเรื่องที่เป็นไททันแล้ว.....ไอ้นิสัยไม่ยอมใคร ใจร้อน ปากเก่ง มันก็ทำให้น่าแกล้ง ใครต่อใครคงชอบที่จะได้เห็นหน้าแดงๆบูดน้อยๆจนบางครั้งก็น้ำตาปริ่มของ เอเลน เยเกอร์ ในยามที่เถียงหรือสู้ไม่ได้แต่ก็ยังดื้อแบบนั้น

จากสายตาของคนนอก  เขารู้ดีเลยว่าเด็กนั่นถูกเล็งเอาไว้ด้วยสายตาของใครหลายๆคน ไม่ใช่เฉพาะแค่กับคนในรุ่นเท่านั้นเสียด้วย

แต่ก็เพราะตอนอยู่กับเพื่อนในรุ่นเอเลนยังมียัยเด็กผู้หญิงมืดมนคนนั้นอยู่ข้างๆ ส่วนเวลาอื่นๆก็อยู่ใกล้ๆเขา ทำให้ไม่มีใครกล้ามายุ่มย่ามมากนัก ยังไม่มีใครได้ตัวเด็กนั่นไปง่ายๆ ยังไม่มีใครกล้าลงมือ


นัยน์ตาของเขาตั้งใจจะละออกมาจากหน้าต่าง

ทว่า...

ภาพที่แว่บเข้ามาก็ทำให้เขาต้องหันกลับไปมองด้วยอารมณ์ขุ่นมัวอย่างบอกไม่ถูก


เด็กผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่หัวสีทองกำลังขยี้หัว เอเลน เยเกอร์ ด้วยใบหน้าที่ดูก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่.....และเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าเอเลนจะด่ากลับเหมือนทุกที....ปกติต้องเป็นแบบนั้นสิ....ปกติเด็กนั่นจะไม่ยอมให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวได้ง่ายๆโดยไม่สวนกลับไป.....แต่กับรายนี้ เอเลนกลับยิ้มให้ แล้วไหนจะยังเสียงหัวเราะต่อกระซิกนั่นอีก

จู่ๆก็รู้สึกหวงขึ้นมา



มือคว้าปากกามาเซ็นต์ส่งๆไปก่อนจะโยนเอกสารให้นายทหารที่รออยู่ ก่อนจะสั่งออกไปว่า

“ ไปเรียก เอเลน เยเกอร์ ให้มาพบฉันที่นี่...เดี๋ยวนี้ด้วย”



แล้วไม่นานร่างโปร่งบางนั่นก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าประตูห้อง

เมื่อนัยน์ตาสีมรกตมองเห็นเขานั่งรออยู่ที่โซฟาตามลำพัง ใบหน้ามนนั่นก็ดูหวาดหวั่นน้อยๆ....เพราะเรื่องที่เขาทำเอาไว้กับเด็กนั่นแทบจะทุกคืนทำให้ร่างกายที่ยังจดจำรสสัมผัสได้ดีมีอาการเกร็งเมื่อต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง

“ มะ มีอะไรหรือเปล่าครับหัวหน้า?”     แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าเลิ่กลั่กก็พยายามจะทำให้มันเป็นปกติ

“ จูบชั้นซะ”

“ เอ๊ะ?!!”      ใบหน้ามนผงะไปกับคำพูดของเขา ฝ่าเท้าก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

“ นี่คือคำสั่ง....เอเลน เยเกอร์”      เขายังคงจ้องใบหน้ามนนั่นด้วยสายตากดดัน อย่างเด็กนั่นก็คงจะเริ่มรู้ตัวแล้วละว่าตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์ไหน

ร่างโปร่งบางเดินหน้าแดงเถือกเข้ามาหาด้วยท่าทางอายๆ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเขาที่ยังคงนั่งอยู่ด้วยใบหน้านิ่งเฉย  ใบหน้ามนหลับหูหลับตาแตะริมฝีปากลงมา 

ทว่า....ตอนที่กำลังจะละออกไป  มือของเขากลับรั้งต้นคอของเด็กนั่นเอาไว้ก่อนจะพลิกร่างโปร่งบางลงบนโซฟาแล้วขยับขาไปคร่อมเอาไว้

แขนเท้าลงไปบนเบาะก่อนจะแนบริมฝีปากอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นสอดใส่เข้าไปในริมฝีปากที่ไม่ค่อยจะประสีประสา ฝ่ามือก็เลื่อนไปปลดเข็มขัดกางเกงของเด็กนั่นออกก่อนจะสอดมือเข้าไปปลุกเร้าส่วนอ่อนไหวให้คนถูกกระทำหอบหายใจแทบไม่ทัน

“ หัวหน้า....ที่นี่มันในห้องทำงานนะครับ เดี๋ยวใครเข้ามา......”      สองมือบางพยายามผลักไหล่เขาออกไปด้วยท่าทางตื่นๆ

“ ถ้ากลัวใครจะเห็นก็รีบๆให้ชั้นทำซะ”     เขายังคงซุกไซร้ใบหน้าลงไปที่ต้นคอของเด็กนั่นโดยไม่สนใจคำคัดค้านใดๆ

“ มันต้องไม่ทำไม่ใช่หรอครับ....หัวหน้า....นี่...”       น้ำเสียงเว้าวอนพยายามขอร้องให้เขาหยุด เพราะเด็กนั่นก็คงจะรู้ดีว่าใช้แรงขัดขืนไปก็ไม่มีประโยชน์....ในเมื่อไม่รู้กี่ครั้งที่ผ่านมาเขาก็ใช้กำลังที่เหนือกว่าบังคับให้ทำจนสำเร็จทุกครั้ง


ฉันเห็นเอเลนเดินมาทางนี้นี่นา....หายไปไหนแล้วนะ?

เสียงของยัยเด็กผู้หญิงมืดมนดังเบาๆอยู่แถวๆหน้าห้อง ทำให้ร่างทั้งร่างของ เอเลน เยเกอร์ ยิ่งตื่นเกร็งเข้าไปใหญ่....คงจะกลัวใครๆมาเห็นสภาพของตัวเองเข้าละสิ


แต่เขาไม่สน


ฝ่ามือยังคงปลดกางเกงของเด็กนั่นก่อนจะดึงมันลงไป ส่วนอ่อนไหวที่เริ่มเปียกแฉะถูกเขากอบกุมเอาไว้จนเจ้าของมันได้แต่หลับตาแน่นอย่างพยายามห้ามเสียงครางไม่ให้เล็ดลอดออกไป

ใบหน้าที่ดูอึดอัดทรมานผสมผสานไปกับความหวาดกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้ามันช่างเร้าใจเขาจริงๆ

เขาก้มหน้าลงไปก่อนจะแล่บลิ้นเลียที่ยอดอกสีชมพู ร่างข้างใต้ถึงกับบิดเกร็ง ใบหน้ามนแดงเถือกไปจนถึงใบหู แต่กระนั้นริมฝีปากสีระเรื่อก็ยังคงเม้มแน่น....หึ....จะทนได้ซักแค่ไหนกัน?

“ หัวหน้า....อ๊ะ...เดี๋ยว! หะ หัวหน้า!!”       ในที่สุดริมฝีปากที่กัดเอาไว้ก็ยอมเปิดออกมา  ที่ถึงกับร้องครางรัวนั่นก็เพราะว่าสองขาถูกเขาจับแยกออกกะทันหัน  เช่นเดียวกับความเป็นชายของเขาที่สอดใส่เข้าไปโดยที่ช่องทางด้านหลังไม่ได้ผ่านการเล้าโลม

ความฝืดจากแรงเสียดสีทำเอาหน้าท้องแบนเรียบถึงกับเกร็งเขม็ง นัยน์ตาสีมรกตถึงกับปิดแน่นแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลปริ่มออกมา

“ อึก....อื้อ!”      เขาฝืนขยับทั้งๆที่มันยังคับแน่น เรียวขาของเด็กนั่นสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด

ลมหายใจหอบหนัก เช่นเดียวกับร่างกายที่โยกคลอนไปตามแรงกระแทกอย่างไม่ปราณีของเขา

แล้วไม่นานความต้องการทั้งมวลก็ถูกปลดปล่อยออกมา....


ร่างโปร่งบางถูกทิ้งให้นอนหอบหายใจอยู่บนโซฟา ใบหน้าราวกับจะร้องไห้นั่นทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย

“ เอเลน....”      มือที่จะเอื้อมไปปลอบโยนกลับชะงักลง เมื่อจู่ๆริมฝีปากที่เม้มแน่นก็พูดออกมา

“ ช่วยเลิกทำเรื่องแบบนี้กับผมซักทีเถอะครับ  ถ้าคุณไม่ได้รักผม....ผมไม่ใช่เครื่องระบายอารมณ์ที่คุณนึกอยากจะทำที่ไหนเมื่อไหร่ก็ทำได้นะครับ”       แล้วร่างโปร่งบางนั่นก็ค่อยๆลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้า

ก่อนที่จะเดินโซเซออกไปช้าๆ


....ถ้าคุณไม่ได้รักผม......อย่างงั้นหรอ?


ทำไมหัวใจถึงได้รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา.....สงสัยว่าเขาคงจะต้องเริ่มคิดเรื่องของเด็กนั่นอย่างจริงๆจังๆสักที....

ว่าจะเดินหน้าต่อไป....คว้าเอาหัวใจที่อาจจะไม่ได้รักเขาแบบผู้ชายคนหนึ่งนั่นมาให้ได้

หรือไม่ก็ปล่อยมือไปซะ.....


กลิ่นหอมของดอก Tuberose ลอยเข้ามาแตะจมูก....ใครสักคนคงปักมันไว้ที่ไหนสักแห่งในอาคาร

กลิ่นที่ชวนให้นึกถึงคำพูดของใครสักคนเมื่อนานมาแล้ว

คำพูด....ที่กล่าวถึงความหมาย....ของดอกไม้ชนิดนี้


งั้นหรอ....


บางที....ความรู้สึกที่เขามีให้เด็กนั่นก็คงจะไม่ได้ต่างอะไรกับความหมายของดอก Tuberose เลยก็เป็นได้....






ที่ปราสาท.....

Tuberose....ขึ้นอยู่ที่มุมด้านขวาของสวนสินะ.....







สักวัน....เขาอาจจะให้ดอกไม้นั่นกับเด็กคนนั้น....












Tuberose…..



















ใช่....นี่มันกลิ่นของ Tuberose....




















กลิ่นของ Tuberose ไม่ผิดแน่....














นัยน์ตาสีขี้เถ้าค่อยๆเปิดขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะกระพริบไปกับแสงสว่างจ้าที่เหมือนกับจะไม่ได้พบเจอมานาน.....


ฝัน....งั้นหรอ?


ไม่สิ...เรื่องเมื่อกี้ไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือความทรงจำเพียงหนึ่งเดียวของเขา...









แล้วที่นี่....คือที่ไหนกัน?









กลิ่นของดอก Tuberose ยังคงลอยแตะจมูก....






ลอยอยู่ราวกับว่ามันปลุกเขาขึ้นมา









เพล้ง!!!!



ได้ยินเสียงแก้วตกแตกก่อนจะตามมาด้วยกลิ่นหอมที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม....แจกัน....ที่มีดอก Tuberose ตกลงมาแตกงั้นหรอ?



แล้วน้ำเสียงตื่นตระหนกที่แสนจะคุ้นเคยก็ดังตามมา



“ หะ....หัวหน้า?!!!”      


เสียงของ เอเลน เยเกอร์ ?



“ หัวหน้า!!!!”  

เสียงนั้นใกล้เข้ามาพร้อมๆกับอ้อมแขนที่โผกอดร่างกายของเขาเอาไว้แน่น คนที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขาตอนนี้คือ เอเลน เยเกอร์ ไม่ผิดแน่....ใบหน้าที่แสนคิดถึงกำลังร่ำไห้อยู่ที่แผ่นอกของเขา เสียงห้องโฮดังก้องอยู่ทั่วห้อง

" หัวหน้า....หัวหน้า.....หัวหน้าครับ......"      เสียงที่สั่นสะท้านจากแรงสะอื้นร้องเรียกเขาซ้ำไปซ้ำมา ราวกับจะยืนยันว่าเขามีมีตัวตนอยู่ตรงนี้จริงๆ

อยากจะยกแขนขึ้นมากอดตอบก็ไม่มีแรง....ไม่มีแรงเลย....ราวกับว่าร่างทั้งร่างนั้นไม่ใช่ร่างกายของเขา

“ เอเลน....”       จึงได้แต่เรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่วเบา ราวกับกล่องเสียงไม่ได้ทำงานมานาน

ใบหน้ามนเงยขึ้นมามองทั้งน้ำตา เด็กนั่นร้องไห้อยู่ก็จริง ทว่า สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความดีใจ

“ หัวหน้า....ในที่สุดคุณก็ฟื้น...หัวหน้า!!”      แล้วน้ำตาก็ร่วงกราวลงมาจากนัยน์ตาสีมรกตอีกครั้ง อ้อมแขนบางโผเข้ากอดเขาแน่นอีกรอบ






ในที่สุดเขาก็ฟื้น......?






มันคือความหมายเดียวกับ….

ในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยก็สิ้นสุดลงใช่หรือเปล่า?






พันกว่าปีที่เขาได้แต่เฝ้ารอมันกำลังจะจบลงไปแล้วจริงๆใช่หรือเปล่า?





เขากำลังจะได้สัมผัสใบหน้า กำลังจะได้โอบกอดร่างกายที่รักแสนรักของเด็กนั่นอีกครั้งแล้วใช่หรือเปล่า?





จู่ๆที่แก้มก็รู้สึกเปียกชื้น.....





น้ำตางั้นหรอ?




น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาของเขาอย่างงั้นหรอ?





ทั้งๆที่ไม่ได้เศร้าโศกเสียใจอะไร....ทั้งๆที่ในใจตอนนี้มันมีแต่ความเต็มตื้นจากความดีใจ







น้ำตาก็ไหลลงมาอย่างงั้นหรอ?







ใบหน้าก้มลงไปซบอยู่ที่หัวไหล่บาง....ปล่อยให้ร่างกายของเอเลนรับเอาทุกสิ่งทุกอย่างของเขาเอาไว้


ไม่เว้นแม้แต่น้ำตาของลูกผู้ชายคนนี้....




“ เอเลน.....”






“เอเลน.......”




















หลังจากวันนั้น....วันที่เขาฟื้นขึ้นมา....เขาก็ยังคงหลับใหลต่อไปอีกหลายวัน....

ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งโดยที่ข้างๆยังคงมีมือที่คอยจับมือของเขาเอาไว้ตลอดเวลา.....เอเลนจับมือของเขาเอาไว้ราวกับกลัวว่าเขาจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก





เด็กนั่นเล่าให้เขาฟังว่า....

หลังจากปราสาทถล่มลงมาเพราะพลังของไททันที่ปกคลุมอยู่สลายหายไป ก็พบร่างกายของเขาถูกฝังเอาไว้ในธารน้ำใต้ดิน

แล้วเขาก็สลบไปแทบจะทันทีที่ลืมตาขึ้นมา....ในห้อง...ที่แสงส่องไม่ถึงนั่น

สลบไป....ด้วยความที่ร่างกายไม่ได้ใช้งานมานานถึงพันปี....ไม่ใช่เป็นเพราะบาดแผลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้

เพราะเท่าที่หมอของที่นี่ตรวจดู ปรากฏว่าแผลของเขาทั้งหมดแทบจะไม่เหลือร่องรอยเอาไว้แล้ว

พลังไททันของเอเลนรักษาแผลพวกนั้นให้เขาตั้งแต่ตอนที่ถูกฝังอยู่ในธารน้ำแข็งนั่นแล้ว

เลือดที่ไหลเลอะอยู่ก็เป็นเพียงแค่เลือดที่มันไหลออกมาจากร่างกายก่อนหน้านั้น



เวลาพันกว่าปีที่ถูกฝังอยู่....ทำให้เขาต้องใช้เวลาพักฟื้นนานพอดู....กว่าจะกลับมาขยับร่างกายได้ดั่งใจอีกครั้ง



นัยน์ตาสีขี้เถ้าเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง.....ที่นี่คือโลกในอีกพันปีต่อมา.....

เป็นโลกที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างในกำแพงกับนอกกำแพงอีกต่อไป....

เป็นโลก...ที่จะไม่มีใครมาพรากเขากับเด็กนั่นออกจากกันได้....



ถึงแม้ว่าจะต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ๆอีกมากมาย แต่ขอแค่ได้มีชีวิตอยู่ข้างๆเด็กนั่น.....เท่านั้นก็พอ



ก๊อกๆๆ....





เสียงเคาะประตูดังแผ่วเบาก่อนที่มันจะเปิดออกมาเอง ใบหน้ายิ้มแย้มของเอเลนส่งมาให้ก่อนจะเห็นตัวเสียอีก

“ พร้อมหรือยังครับหัวหน้า?”     ร่างโปร่งบางเดินเข้ามาในเสื้อผ้าของสมัยนี้ที่ดูต่างจากยุคที่เขาอยู่เล็กน้อย เสื้อแขนสั้นมีฮูดตัวบางสีขาวถูกสวมทับบนเสื้อยืดสีดำ รวมทั้งกางเกงยีนส์เข้ารูปก็ทำให้เจ้าเด็กตรงหน้าดูดีไม่น้อยไปกว่าตอนอยู่ในชุดทหารเลย


วันนี้คือวันที่เขาจะได้ออกจากโรงพยาบาล......ไปอยู่ที่บ้าน.....ของเด็กนั่น


แต่เท่าที่รู้มา....โรงพยาบาลนี่ก็น่าจะเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของเอเลน เพราะเจ้าของโรงพยาบาลก็คือพ่อของเด็กนั่นเอง....ช่างไม่ต่างจากเมื่อพันปีก่อนเลยนะ

บางทีสายสัมพันธ์ของคนเรามันก็น่าประหลาดใจยิ่งกว่าอะไรดี...



เขาพยักหน้าให้ด้วยใบหน้าที่ยังนิ่งเฉยเหมือนเดิม.....จากวันนี้ไป....ชีวิตใหม่ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น








นัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองใบหน้านิ่งของคนที่เดินอยู่ข้างๆ ก่อนจะหันมาอมยิ้มกับตัวเอง....

เวลาสองเดือนกว่าๆที่เขาแทบจะมาอาศัยอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อคอยดูแลอีกฝ่ายยิ่งทำให้เขารู้ว่า...เขารักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน...รักหัวหน้ารีไวจากส่วนลึกของจิตใจที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะมาแทนที่ได้

รักมาเป็นพันๆปี...

จากวันนี้ไป....พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันจริงๆเสียที

แค่คิด....ก็รู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาในใจอย่างน่าประหลาด








แต่ก่อนที่จะคิดเรื่องที่จะได้อยู่ด้วยกัน เขาคงต้องคิดก่อนว่าจะพาหัวหน้ารีไวเข้าไปอยู่ในบ้านให้เนียนๆได้ยังไง

กับพ่อของเขานั้นไม่มีปัญหา เพราะว่าพ่อรู้เรื่องของหัวหน้ารีไวหมดแล้ว


จะมีก็แต่แม่....ที่ดื้อดึงไม่ได้ต่างไปจากเขาเลย

ถ้าแม่ไม่ยอมรับขึ้นมาจะทำยังไงกันนะ?




เรื่องนี้ก็ให้มิคาสะช่วยไม่ได้เสียด้วย





ใบหน้ามนหันไปมองหญิงสาวที่เดินอยู่อีกข้างพรางยิ้มแห้งๆ.....ไม่รู้ว่าทำไมมิคาสะถึงไม่ยอมญาติดีกับหัวหน้ารีไวก็ไม่รู้....เวลาที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเขามักจะเห็นรังสีฆ่าฟันแปลกๆถูกส่งไปมา

แน่นอนว่าช่วงเวลาสองเดือนที่เขาอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อคอยดูแลหัวหน้ารีไว....มิคาสะก็จะคอยอยู่ด้วย ราวกับกลัวว่าหัวหน้ารีไวจะทำอะไรเขาขึ้นมางั้นแหละ....ไม่รู้จะห่วงเกินเหตุไปถึงไหน






รถจอดลงอีกครั้งที่หน้าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่....

ความจริงช่วงเปิดเทอมเขาจะไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะมันไกลจากมหาวิทยาลัย จนต้องไปพักอยู่ที่คอนโดตามลำพัง

จริงๆก็อยากจะพาหัวหน้ารีไวไปที่คอนโดเลย แต่ถ้าแม่มารู้ทีหลังมีหวังเขาคงโดนบ่นจนหูชา....อีกอย่างตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม....คงหนีไปจากที่บ้านนี่ไม่พ้น


ประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมๆกับหัวใจที่เต้นอย่างลุ้นระทึกของเขา

" กลับมาแล้วหรอเอเลน?"       เสียงของแม่ดังขึ้นมาให้เขาเหงื่อแตกน้อยๆ ก่อนจะได้เห็นใบหน้าอึ้งๆของแม่ยามเมื่อเผชิญหน้ากับหัวหน้ารีไวเป็นครั้งแรก  แม่รู้เพียงแต่ว่าเขาไปเฝ้าไข้ผู้ชายคนหนึ่งเป็นเวลาสองเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากไปกว่านั้น

“ สวัสดี ฉันชื่อ รีไว....เป็นสามี”

“ อ๊า!!!!!”      เขาถึงกับร้องออกไปขัดแทบไม่ทัน....ก่อนจะหันไปมองหน้าหัวหน้าอย่างคาดโทษ....นี่ตั้งใจจะบอกว่า....ฉันเป็นสามีของลูกชายคุณรึยังไงกันหัวหน้า?! เดี๋ยวแม่ผมก็เป็นลมกันพอดี!

“ เป็นของที่เก็บได้จากโบราณสถานน่ะค่ะคุณป้า...ก็แค่วัตถุโบราณชิ้นเล็กๆ เท่านั้นเองค่ะ”       เสียงนิ่งของมิคาสะเอ่ยออกมาเหมือนจะช่วยอธิบาย แต่ความหมายนี่ไปกันคนละเรื่องเลยไม่ใช่หรอเนี่ย?!

“ เอ่อ..แม่....รีไวซังเป็นคนที่ผมทำอิฐร่วงใส่หัวจนความจำเสื่อมน่ะ ตอนนี้เลยจำไม่ได้เลยว่าอะไรเป็นอะไร และในเมื่อผมเป็นคนทำให้เค้าต้องเป็นแบบนี้ ผมก็ควรจะรับผิดชอบโดยการให้เค้ามาอยู่กับเราชั่วคราวไปก่อนน่ะ”       รู้สึกหัวใจเต้นอย่างลุ้นระทึกว่าจะโดนแม่จับได้ไหมยังไงก็ไม่รู้  แต่ดูจากสีหน้าที่เหมือนจะปลื้มใจที่ลูกชายรู้จักรับผิดชอบอะไรขึ้นมาได้บ้างของผู้เป็นแม่แล้ว เขาคงไม่ต้องกังวลอะไรแล้วมั้ง

“ ก็แค่ชั่วคราว....”      เสียงของมิคาสะยังคงดังขึ้นมาเป็นแบกกราวด์  รังสีที่เขม่นกันแบบแปลกๆระหว่างหัวหน้ารีไวกับมิคาสะยังคงข้ามหัวเขาไปมา

“ สงสัยว่าชั้นคงต้องอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต เพราะคงไม่มีวันจำอะไรได้แน่....ถ้ายังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วย คุณแม่”      แล้วใบหน้านิ่งๆนั่นก็หันไปมองมิคาสะราวกับตนเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่า

เขาได้แต่หัวเราะแห้งๆก่อนจะช่วยกันยกกระเป๋าเข้าบ้านไป



สรุปว่าการพาหัวหน้ารีไวเข้าบ้านก็ปลอดภัยหายห่วง










" หิวอะไรไหมครับหัวหน้า?"        เขาถามอีกฝ่ายออกไปในขณะที่เดินเอาของไปกองไว้ที่กลางห้อง ร่างแข็งแกร่งเดินตามมาก่อนจะคว้าเอวของเขาเข้าไปแนบชิด

" หิว...."       เสียงทุ้มแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหู ก่อนที่เขาจะรู้สึกได้ถึงแรงกัดเบาๆที่ลาดไหล่

" ยัยเด็กมืดมนนั่นคอยขัดขวางตลอดตอนที่อยู่โรงพยาบาล ทั้งๆที่ชั้นต้องอดทนขนาดไหนนายรู้ตัวบ้างหรือเปล่าเอเลน ว่าฉันอยากจับนายกดลงกับเตียงมากขนาดไหน"      ใบหน้าเขาถึงกับร้อนผ่าว....ถึงจะรู้ว่าในอดีตเขาจะเคยมีเซ็กส์กับผู้ชายคนนี้มาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ในโลกปัจจุบัน....ร่างกายของเขามันก็ยังบริสุทธิ์อยู่นะ

แล้วจะให้จู่ๆก็ทำเรื่องแบบนั้น......มันก็ต้องอายกันบ้างสิ

" หะ หัวหน้า....ผมนึกขึ้นมาได้ว่า เราน่าจะออกไปซื้อของใช้ที่จำเป็นสำหรับหัวหน้ากันก่อนดีกว่านะ"       เขาหัวเราะแห้งๆก่อนจะผละตัวออกมาจากอ้อมแขนอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน

สองขาก้าวเดินลงบันไดมาโดยมีอีกฝ่ายตามมาติดๆ



" นี่คืออะไร? ชั้นสงสัยมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"      นัยน์ตารีขวางจ้องมองรถยนต์ด้วยใบหน้านิ่ง ท่าทางเหมือนจะอยากรู้แบบนั้นมันทำให้เขาหัวเราะออกมา....นั่นสินะ....หัวหน้าคงต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆอีกหลายเรื่องเลย

" มันคือรถยนต์ครับ...สมัยนี้เราไม่ได้ใช้ม้าหรือว่าอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสามมิติในการเดินทางไกลๆกันแล้ว แต่เราใช้เจ้านี่แหละครับ"       ใบหน้านิ่งเฉยดูเหมือนกำลังประเมินเจ้าสิ่งที่มีรูปร่างแปลกประหลาดตรงหน้า เขายิ้มให้ก่อนจะก้าวขาไปยังประตูด้านคนขับ

" อยากลองขับดูไหมครับหัวหน้า?"       เขาหันไปถามในขณะที่เราออกมาห่างจากบ้านพอสมควร นัยน์ตาขี้รำคาญดูเหมือนจะสนใจในความเร็วของมันอยู่ไม่น้อย

ใบหน้านิ่งเพียงแค่พยักหน้า ก่อนที่เขาทั้งสองคนจะสลับตำแหน่งกัน....เสียงเจื้อยแจ้วยังคงอธิบายการทำงานและส่วนต่างๆที่ต้องใช้ในการขับเคลื่อนมันออกไปให้อีกฝ่ายได้รับรู้



แล้วก็สมกับที่เป็นผู้ชายที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษยชาติ

เพราะหัวหน้ารีไวสามารถเรียนรู้ได้ไวจนไม่น่าเชื่อ!



" เบรกสิครับหัวหน้า!! เหวอ!!!"

พวงมาลัยถูกหักออกก่อนที่ตัวรถจะหักเลี้ยวก่อนจะเสยตูดรถบรรทุกไปแค่นิดเดียว  เขาไม่อยากจะเชื่อหรอกว่าหัวหน้ารีไวจะจำไม่ได้ว่าฝั่งไหนคือเบรกฝั่งไหนคือคันเร่ง จะมีก็แต่อีกฝ่ายจงใจที่จะเหยียบมิดทั้งๆที่เพิ่งฝึกขับรถได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง

นอกจากหัวจิตหัวใจจะกล้าหาญเกินใครแล้ว มันต้องมีความบ้าอยู่ในสายเลือดด้วยถึงจะทำแบบนี้ได้

" เกะกะชะมัด"       เสียงพึมพำบ่นออกมาเบาๆทำให้เขาถึงกับเกาะเบาะแน่น รู้งี้ติดเข็มขัดนิรภัยเพิ่มอีกก็ดี

ถึงแม้ว่าพวกเขาสองคนจะมีข้อเสียเรื่องความใจร้อนพอๆกัน แต่หัวหน้าดูจะชนะเขาไปไกลโข

เขาว่าเขาเองก็ขับรถได้ชั่วร้ายไม่อายใครแล้วนะ เจอหัวหน้ารีไวขับเข้าไป เขาขอชิดซ้ายเลยแล้วกัน

" ไปทางไหนต่อ?"       เสียงทุ้มถามออกมาในขณะที่ดวงตาก็ยังจ้องไปบนถนน

" ซ้ายครับ...."       เขาบอกทางพรางหอบหายใจ เหงื่อไหลพลั่กๆลงมาเต็มหน้า


กว่าพวกเขาจะได้เจอกันต้องใช้เวลาเป็นพันปีเลยนะ.....หวังว่าคงจะไม่มาตายคู่เพราะขับรถเสยเสาไฟอะไรแบบนี้หรอกนะ










รถยังคงขับออกไปห่างไกลจากตัวเมืองขึ้นเรื่อยๆ

ร้านค้าที่ว่าจะไปซื้อของดูเหมือนจะไม่ใช่เป้าหมายของคนที่บอกทางอีกต่อไป

กลิ่นเค็มๆของอะไรบางอย่างลอยมาแตะจมูก







แล้วในที่สุด รถก็เลี้ยวขึ้นเนินก่อนจะไปหยุดลงที่ตรงจุดชมวิวบนหน้าผาที่ได้ยินเสียงน้ำสาดกระหน่ำอยู่เบื้องล่าง










ท้องฟ้ากว้างที่จรดกับแผ่นน้ำสีครามสุดลูกหูลูกตาทำให้นัยน์ตาสีขี้เถ้าถึงกับนิ่งค้าง  ร่างที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถึงกับนิ่งงันไป


“ นี่มัน.........ทะเล?”

เสียงแผ่วเบาดังออกมาจากริมฝีปากยิ้มยาก ใบหน้าถึงจะยังนิ่งเฉยแต่ในดวงตารีขวางคู่นั้นมันก็มีประกายระยิบระยับ ราวกับว่าความตั้งใจหนึ่งได้สำเร็จลุล่วงไปในที่สุด


“ ครับ...ทะเล.....ที่เราสัญญาเอาไว้...ว่าจะมาด้วยกัน”

เสียงอ่อนโยนอีกเสียงดังออกมาจากคนที่นั่งอยู่บนเบาะข้างๆ


“ คำสัญญาของคุณในวันนั้น มันเป็นจริงแล้วนะครับ...หัวหน้า”

ความตื้นตันใจจู่ๆก็เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจทั้งสองดวง....นัยน์ตาสีมรกตหันไปมองท้องทะเลกว้าง....ถึงแม้ว่าตนจะเคยเห็นมันมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะคิดว่า ทะเลนั้นช่างงดงามเท่าครั้งนี้....






ขาทั้งสองคู่ก้าวลงจากรถก่อนจะมายืนเหม่อมองท้องทะเลกว้างอยู่เคียงข้างกัน ฝ่ามือสอดประสานให้ความรู้สึกซึมผ่านโดยไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำใดๆออกมา



พวกเขาออกนอกกำแพงนั่นได้แล้วจริงๆ

พวกเขากำลังอยู่ในโลกที่กว้างใหญ่อย่างที่ใฝ่ฝันเอาไว้แล้วจริงๆ



มันคุ้มค่า....กับเวลาพันปีที่ต้องเสียไปแล้วจริงๆ





และก่อนที่พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า


ใบหน้าของทั้งคู่ก็ค่อยๆขยับเข้าหากัน.....


ริมฝีปากแนบชิดอย่างเชื่องช้า ในที่สุดทุกความโหยหาก็ถูกเติมเต็มด้วยหัวใจทั้งสองดวง





เมื่อริมฝีปากถูกละออกมา หัวหน้ารีไวก็ถามเขาว่า....


“ เอเลน....นายเกลียดฉันหรือเปล่า....”


ใบหน้ามนเพียงแค่ส่ายน้อยๆก่อนจะเอ่ยบอกอีกฝ่ายด้วยสายตาอบอุ่น

เขาไม่ต้องการคำขอโทษจากหัวหน้าอีกต่อไปแล้ว....

เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เขาก็พร้อมที่จะให้อภัย

ถ้อยคำสุดท้ายหายไปกับพระอาทิตย์ที่ลาลับขอบฟ้า

ทว่า...

มันกลับตราตรึงอยู่ในหัวใจทั้งสองดวง



“ จากนี้ไป...ช่วยเปลี่ยนประโยคนั้นเป็น...ฉันรักนาย...จะได้ไหมครับ....หัวหน้า”





รัก....






รัก.....









รัก..........














.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ในห้อง....ที่แสงส่องไม่ถึง

FIN







ยะ ยังเหลืออีกตอนนะคะ ถึงแม้ว่าจะเขียน END ไปแล้วก็ตาม 5555

ตอนหน้าก็เป็นอารมณ์บทส่งท้ายอะไรงี้มากกว่าอ่ะนะ มาดูวันชิลๆที่เต็มไปด้วยความรัก(?)ของทั้งสองคนกัน ฮี่ๆ ไหนๆเอเลนก็เป็นเด็กถาปัด เลยอยากเอาวิถีชีวิต(?)ของคนประเภทนี้(?)มาแฉนิดหน่อย ฮ่าๆๆ

สำหรับในฟิคตอนนี้มันจะมีบางช่วงที่พูดถึงเพียงเล็กน้อยให้ค้างๆคาๆใจเอาไว้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นใช่ป่ะ อย่าง “ลูกกวาด”เอย  Tuberoseเอย  อิอิ ที่ไม่ได้เล่าให้เคลียร์ก็เพราะว่าจะหยิบเอาสองตอนนี้ไปขยายใน  Sugarplum and Tuberose อีกทีค่ะ  ยะ ยังไงก็ฝากติดตามกันต่ออีกหน่อยน้า ^ ^

แล้วก็ต้องขออภัยในความล่าช้าของตอนนี้ด้วยนะคะ อยากจะลงให้ไวๆไปตามเสียงทวง แต่มันก็ไม่เสร็จซักที T^T โดประกาศซีซันสองของ Psycho Pass เล่นงานด้วยอะไรด้วย555 ดีใจอ่ะ คุณโคขราาา  ก็แบบว่า....สำหรับข้าพเจ้าแล้วมันเป็นอีกตอนที่ยากมากๆเลยค่ะ อยากจะเขียนให้เฮย์โจวดูก้าวร้าวกว่านี้ โหดซาดิสกว่านี้ แต่ก็ไม่รู้จะเขียนออกมายังไง สรุปเลยได้แบบชิลๆหวานๆออกมาซะงั้น = =”” แล้วก็เป็นอีกตอนที่ยาวนรกถึงขั้นสามารถแยกออกไปเป็นอีกเรื่องยังได้เลยอ่ะ555


อีกอย่าง....อ้าปากค้างกับคอมเม้นต์ของเมื่อตอนที่แล้วมากค่ะ

ด้วยความที่ไอ้เราก็ไม่มีทวิตเตอร์กะเค้า (ให้อภัยในความโลเทคโนโลยีของยัยมี๊ด้วยค่ะ555) เลยไม่เคยรู้เลยว่ามีคนพูดถึงฟิคเรื่องนี้ด้วย....=[ ]=!!!! ปลื้มสุดๆเลยค่ะ แง๊~~~~~ *แล้วก็หันไปซบอกแบนๆของหนูก๊กแบบเนียนๆ*

ขะ ขอบคุณทุกๆการติดตามมากๆนะคะ m(_ _)m ดีใจมากอ่ะ ไม่คิดจริงๆว่าฟิคที่คนแต่งกุมขมับทุกตอนแบบนี้จะมีคนชอบด้วย TTvTT นั่งปั่นตอนที่ 10 แบบไฟลุกมากเลยค่ะ >w< ขอบคุณทุกๆคอมเม้นต์ ทุกๆกำลังใจ ทุกๆเสียงทวงที่ปราศจากหม้อไหกะละมังอีกครั้งนะคะ เหะเหะ


แล้วก็...เพิ่งได้อ่านสปอยด์มังงะตอนที่ 47 .....เอเลนเอ้ย....นี่มันศึกชิงหนูชัดๆอ่ะ อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ขอแหกปากหน่อย แบบว่าไม่กล้าไปโวยวายในเฟสมากเพราะคนที่แอดกันไว้ก็ชอบกันอยู่หลายคู่ กลัวจะรำคาญเนื่องจากว่าอินี่อวยเกินเหตุ555 คือแบบ....เอเลนน่ารักอ่า~~~~ ใครจะว่ามันอ่อน ไม่ได้เรื่องยังไง แต่ตรูก็ชอบที่มันเป็นแบบนั้นอ่ะ  ชอบให้เอเลนโดนหิ้วไปหิ้วมา ปกป้องตัวเองไม่ได้ ต้องมีใครซักคนคอยดูแล >/////< ไม่คิดว่ามันโมเอ้หยอ แบบว่า ปากเก่งอ่ะ จะฆ่าเค้า จะอัดเค้า จะไม่ปล่อยเค้าให้ตายดี....แต่สุดท้ายตัวเองก็โดนจัดการซะเอง อร๊ายยยยยยยยยยย บุคลิกเหมาะที่จะโดนกดมาก(ผิด!!) ฮาตอนไรเนอร์พยายามจะปลุกปล้ำ(?)จับตัวเอเลนให้ยอมไปด้วยกันแต่โดยดี ขนาดมือยังไม่หายดีก็ยังจะไปอวดเก่งสู้กะเค้าอีกนะ หน้าเบลกับยูมิลนี่ถึงขั้นเงิบตอนมองสองคนนั้นจับกดกันอยู่บนต้นไม้(?) แล้วก็โดนหิ้วไปทั้งๆที่สลบไสล (เฮ้ยนี่มันฟิคหรืออัลไล??) คือแบบ....ทำไมในเรื่องนี้ไม่มีฮีลขั้นเทพเหมือนเรื่องอื่นๆฟ๊ะ ขอยืมการิวของคุณพี่เรียวเฮในรีบอร์นมาใช้ได้ป่ะ หรือว่าโอริฮิเมะของบลีชก็ได้.....ขอยืมมาฮีลให้เฮย์โจวที๊~~~~~~ เรื่องนี้จะได้เป็นศึกชิงนาง(?)ที่สมบูรณ์ กรี๊ซซซซซซซซซ จะพักเฮียทำไมเนี่ยค้า ดันมาบาดเจ็บเอาช่วงนี้ คงอึดอัดน่าดูที่ต้องนั่งรอดูใครๆไปแย่งเมียตรูอยู่ในกำแพงอ่ะเฮย์โจว  หรือนี่จะเป็นแผนกำจัดคนแย่งตำแหน่งพระเอกของมิคาสะ?  ก็นะ....นอกจากเรื่องนี้จะชิงตัวนางเอก(?)กันแล้ว.....มันยังชิงตำแหน่งพระเอก(?)กันแบบเอาเป็นเอาตายด้วยอ่ะ ใครได้ตัวเอเลนไปถือว่าได้ตำแหน่งพระเอก กร๊ากกกกกก (<<ผิดทั้งหมด!)

มาทางด้านอนิเมะบ้าง.....ถึงขั้นอ้าปากค้างเลยค่ะกับอนิเมะของอาทิตย์นี้.....ตอนที่ 13.5 !!! ฮ่าๆๆๆๆๆ เห็นล้อกันดีนัก ทีมอนิเมะเลยจัดให้ซะเลย กร๊ากกกกกกกก โอยถึงขั้นเงิบเลยค่ะ ตอนที่เห็นเลขตอนอ่ะ อุเหม่...ไอ้เราก็เปิดเข้าไปดูด้วยความหวังว่ามันจะเป็นเซอร์วิสอะไรแบบนั้น ที่ไหนได้.....รีรันหรอกเร๊อะ!!! *ล้มโต๊ะ!* สรุปว่าตรูต้องรอดู  เตะยังไงได้เมียเด็ก  อาทิตย์หน้าสินะ =”= หันมาปั่นฟิคระบายความอัดอั้นตันใจที่ต้องรอต่อไป *กัดผ้าเช็ดหน้า*



แล้วก็เมื่อวันก่อนนอนตายเพราะ วีดีโอตัวนี้ค่ะ....แนะนำให้ดูอย่างยิ่งเลยค่ะสำหรับแฟนๆเอเลน (เฮย์โจวด้วย555) คือแบบ...สะโพก อก เอวหนูดาเมจมี๊มากเบยอ่ะ....*จมกองเลือด* แค่เปิดมาประโยคแรกก็เลือดพุ่งแล้วอ่ะ.....จะหันก้นส่ายไปมาให้มี๊ทำม๊ายยยยย ตายเก็บศพไม่ทันกันเลยทีเดียว *q*







เจ้าหญิง(?)หนึ่งเดียวในโลกใบนี้....จงชิงตัวฉันกันด้วยใจซะ!!

เอิ่บ...คำแปลมันเหมือนจะใช่แต่ก็ไม่ใช่นะ 55555 สนใจก็ลองหาในเนตดู คนแปลเอาไว้เยอะเบยค่ะเพลงนี้ World is Mine ของ Hatsune Miku แล้วคุณจะรู้ว่าเอเลนที่ร้องเพลงนี้มันน่ารักมว๊ากกกกกกก โคตรเข้าอ่ะ >/////<bb

ขอบคุณรีเซ็ทคุงสำหรับการล่อลวงในครั้งนี้ด้วยค่ะ555


ชะ! เวิ่นยาวเกินอีกแล้ว.....แล้วเจอกันตอนหน้าค่า....



22 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ12 กรกฎาคม 2556 เวลา 03:32

    เหยดดดดดด > < ฟินมากค้าา ว๊ากกก
    ตามอ่านมานานแล้วแต่ไม่ได้มีโอกาสเม้นต์สักที จะเม้นท์ทีนึงนี่ยุ่งยากมาก (ฮว๊ากก) บางทีพิมพ์เมนต์มาแล้วพอกดปุ๊บต้องมากรอกเลขอีก จบเบยย เลยไม่ได้เม้น = 3 =

    ไม่อยากเชื่อจะจบแล้ว *สั่นระริก*
    รอรวมเล่มค่ะ > < จะซื้อมาดิ้นขาดใจเลย ฮูร๊วววว อย่าลืมตอนพิเศษในรวมเล่มเยอะๆ นะค่ะ อิ๊หย๊าาาา
    รออ่านตอนต่อไปด้วย

    ในคลิปแหม..หนูเอเลนเต้นได้ใจจริงๆ แล้วตอนแรกเฮย์โจวเดินผ่านไปทำไมค่ะ ไม่มาฉุดไปกดเลยละ (หัวเราะ)

    คิดเหมือนกันเลยไททัน 47 ศึกชิงนางชัดๆ โพสลงไปในเฟสด้วยว่า รีไวล์หายไปไหน ไม่มาร่วมแย่งเอเลนด้วยละ เดี๋ยวโดนมิคาสะแย่งนะเออ ~

    เอเลนนี้ดื้อแผ่งจริงๆ แขนยังไม่หายดีระอาจไปกัดเขาคิดสู้ นะเธอว์-- สุดท้ายโดนน๊อค จับมัดเงื่อน(?) มัดปาก อรุ๊ยยยย > < สุดยอด

    แทนที่ฉากนี้จะสงสารกลายเป็นฮา แบบว่าสะใจเอเลนถูกจับมัด

    ตอบลบ
  2. ราตรีนี้ข้าจะไปฟินแลนด์55555+
    และแล้วพี่ก็ปั่นมันจนจบโดยไม่ดอง555...ลุ้นแทบแย่แนะ...ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งตัวพี่กวาง...
    อา...ในที่สุดก็แฮปปี้เอน... เฮย์โจวนี่ไม่ว่ายังไงก็กินขาดเอเลนหลายๆเรื่องเลย..และหลายๆความหมาย555+

    เฮย์โจวนี่..ระวังนะ...ระวัง...ระวังจะไปเป็นนักซิ่งล่ะ

    งานนี้เฮย์โจวต้องปรับตัวเยอะหน่อยล่ะ
    ฮามากที่มิคาสะแคะเฮย์โจว “ เป็นของที่เก็บได้จากโบราณสถานน่ะค่ะคุณป้า...ก็แค่วัตถุโบราณชิ้นเล็กๆ เท่านั้นเองค่ะ”
    อืมมม...ถึงจะชิ้นเล็กๆแต่ก็ทำให้เอเลนร้อง(คราง)ดังๆได้นะ//มิคาสะฆ่าผมทำไม
    รอตอนพิเศษจ๊ะ ปั่นมาเยอะๆนะฮะพี่..เย้~~~~~~เตรียมสอยรวมเล่มโลดดดดดดดดด
    สุ้ๆครับพี่กวาง ^w^)m

    ตอบลบ
  3. โอเอมจี จบแล้วใช่มั้ยคะ TTOTT
    โอ้ววววว รอตอนนี้มานานมาก ในที่สุดทั้งสองคนก็สมหวังกันซักที มีความสุขสุดๆเลย

    ซึ้งจังงงง ชอบมากเลยความรู้สึกของหัวหน้า T^T
    ถ้าเป็นไปได้แต่งฟิคไททันต่ออีกนะคะ ตอนนี้อินเฮย์โจวกับเอเลนจนถอนตัวไม่ขึ้นละงะ
    สุดยอดเลย อ่านเรื่องนี้ละติดมากๆจริง พี่กวางแต่งสนุกมากเลย ติดงอมแงมสุดๆ 55555

    จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ
    เค้าเข้ามารีบล็อกรอตอนใหม่อัพทุกวันเลยน้า รู้อ้ะป่าวว >---<

    ตอบลบ
  4. เฮย์โจวน่ารักมาก เป็นฝ่ายตกหลุมก่อนสินะคะป๋าขาาาา (หัวเราะ)
    ก็นะ เด็กมันน่ารัก (ขำ)
    ชอบตอนนี้มากๆบีบคั้นมาหลายตอน ในที่สุดก็หายใจทั่วท้อง
    ตอนที่คำว่า สามี หลุดอกมานี่หัวเราะลั่นห้องเลยค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
    ชอบคำว่า ขับรถได้ชั่วร้ายไม่อายใคร 55555 เห็นภาพมากๆ
    ชอบทั้งตอนเลยตอนนี้ ขอบคุณที่เขียนมานะค้า XD

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ12 กรกฎาคม 2556 เวลา 11:47

    หวานเกินไป ติ่งจะไม่ทน
    กรี๊ดดดดกรี๊ดดดดดดดดดด
    อิจฉาเอเลนค่ะตอนนี้ ฉากเฮย์โจวกอดจากด้านหลังมันอะรั้ยยยยยยยยยย แล้วไอ้ฉากเข้าบ้านเอเลนนั่นมัน *ขำำมิคาสะ* *โดนดาเมจตาย*
    เอเลนคะ เลิกเรียกหัวหน้าได้แล้ว เรียกชื่อได้แล้วค่ะ อรั้ยยยยย
    รอตอนต่อไปด้วยความฟินค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคชาร์จพลังงานไปอ่านหนังสือนะคะ (ฮา)

    ตอบลบ
  6. ฟินค่าา
    นี่เข้ามาดูทุกวันเลยนะ ;w;
    มิคาสะนี่ไม่ว่าจะตอนไหนก็ยังเหมือนเดิมสินะคะ = = #ก็ยังโดนหัวหน้าแย่งเหมือนเดิม

    ตอบลบ
  7. แอร๊ยยยยยยย ฟินนาเล่ จบแบบนี้สิที่รอคอย แม่ยกจะไม่ทน ฮาาาา รักไรท์ที่สู๊ดดดดดด !! >3<

    ตอบลบ
  8. ฟินมากกกกกกกกกก

    อร๊างงงงงง


    ลุ้นให้มี NC 555555+


    หัวหน้าอย่าลืมซ่ำเอเลนยุคนี้เซ่ ยังใสๆอยู่เลยนะอร๊าย

    ตอบลบ
  9. อ่านฟิคนี้มานาน ขอคอมเม้นท์ตอนสุดท้ายกับตอนพิเศษสักหน่อยนะคะ5555555

    จะบอกว่าเราติดตามมาตั้งแต่ตอนที่คุณอัพตอนที่4กว่าๆ เราก็นั่งอ่านไปเรื่อยๆ จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากๆเลยค่ะ อาจจะเพราะว่าเราชอบอะไรทำนองนี้ด้วย

    เราชอบเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ ถ้าเขียนอีก เราจะขอติดตามไปเรื่อยๆนะคะ (นี่มันสารภาพตัวเองว่าเป็นแฟนคลับหรือยังไง)

    ส่วนตอนที่13.5คือเขาเอาไปทำOP2ค่ะ สัปดาห์อาทิตย์นั้นเลยหายไป= =

    สนใจจะรวมเล่มไหมค่ะ เราจะซื้อออ

    ป.ล.เราไม่เคยชวนใครให้รวมเล่มมาก่อนเลยนะ แบบถ้ารวมเล่มหรือยังไงฝากเราขายในงานก็ได้นะคะ(?)OTL


    เราจะรอตอนพิเศษนะคะ(?) ชอบฟิคเรื่องนี้มากจริงๆ OTL เพราะมันดูมีอะไรนอกจากข่มขืนแล้วก็จบไป แต่ตามมาด้วยความปวดตับเป็นระยะๆ555


    สารภาพอย่างสุดท้าย จะบอกว่าเรานั่งรอท่านอัพฟิคแทบทุกวันเลย555 พอเพื่อนบอกว่า เฮ้ยตอนใหม่มาแล้วนะ รีบพุ่งเข้าไปดูทันทีค่ะ งานช่างมัน #เลวมาก

    รอตอนพิเศษอยู่นะคะ ขอโทษด้วยค่ะถ้าคอมเม้นท์นี้อาจดูวกวนมาก เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก

    ตอบลบ
  10. มาอ่านแบบม้วนเดียวจบค่ะ เล่นอาตับแทบพัง ฮ่าๆๆๆ
    อ่าน ๆ ไปก็อยากให้เอลนแม่มกลายร่างเป็นไททันแล้วแดกแม่มให้หมดเลย คนพวกนี้ ชิ!!!! สงสัยจะอินมากไปหน่อย อิฮิ

    2-3ตอนแรก อารมณ์เหมือนเกมส์จีบหนุ่มดีจัง
    ชอบๆๆ All Eren (ชอบตอนเอเลนอยู่กับแจนจัง)

    พอเริ่มอ่านตอนที่ 10 เฮย์โจวต้องมาใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน
    ในใจก็อยากเห็นจังเลยน้าว่าถ้าเฮย์โจวมาใช้ชีวิตในยุคพันปีให้หลังนี่มันจะเป็นยังไง คงวุ่นวายกันน่าดู
    พอเห็นตอนขับรถแล้วพอเริ่มจะเข้าใจ ฮ่าๆๆๆ แต่อยากเห็นการใช้ชีวิตด้านอื่นอีกบ้างจัง มันคงน่าสนุกดีน้า

    ถ้าทำรวมเล่มขาย เค้าจองก่อนเลย เล่มนึง ฮ่าๆๆๆ
    จะรอรวมเล่มนะคะ ทั้ง Ryuusei เรื่องนี้ และเรื่องอื่น ๆ ค่ะ ^^

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ14 กรกฎาคม 2556 เวลา 11:15

    แฮปปี้เอนดิ้งนี่มันเป้นอะไรที่ดีมากจริงๆนะ
    แบบว่าพันปีก่อนชีวิตรักของสองคนนี้ดูรันทดมากอ่ะ
    อุปสรรคมากมายต้องรอถึงพันปีกว่าจะสมหวัง
    แล้วก็คุ้มค่าการรอคอย
    เพราะเฮย์โจวออกตัวแรงมาก
    เจอหน้าแม่แนะนำตัวว่าเป็นสามีกันเลยทีเดียว
    เขาจะไม่ยกลูกสาวเอ้ยลูกชายให้ก็เพราะออกตัวแรงแบบนี้แหละค่ะเฮย์โจว

    ตอบลบ
  12. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. (ปาดน้ำตา #ชวิงค์) อ่านรวดเดียวจบน้ำหูน้ำตาไหลกันไปข้างนึง !!
      ติดตามอ่าน Fan-Fic ของท่านมาได้ระยะนึงแล้ว.. ชอบมากๆก้ะ (กอด)
      จะรอตอนพิเศษนะคะ

      ปล. เห็นพูดเรื่องเฟส ถ้าจะขอเฟสจิเคป๊ะเตง ? (ถ้าขอเฟสจะโอเคไหมคะ)
      ปล2. พี่วางพล็อตสุดยอดมากๆค่ะ (ปาดน้ำตาอีกรอบ) อ่านแล้วน้ำตาไหล TT^TT

      ลบ
  13. ยิ้ม.........ยิ้มอ่ะยิ้ม!!!!!
    สารภาพว่าเรื่องนี้ ตอนนี้เป็นตอนเดียวที่อ่านแล้วยิ้มจริงๆ
    ที่ผ่านมามันทั้งหงุดหงิด คาใจ หนำใจ(?) ปวดใจ แล้วก็เศร้าใจ
    แต่ตอนจบเป็นอะไรที่........ไม่ยิ้มไม่ได้จริงๆ!!

    ชอบบบบบบบ
    ไม่เสียใจเลยจริงๆนะ ที่กดเข้ามาอ่านเรื่องนี้
    ไม่เสียใจเลยจริงๆที่พยายามทำความเข้าใจในบทแรกๆอยู่นาน (หัวเราะ)
    ไม่เสียใจเลยจริงๆที่พยายามไปหาหน้าคุณขาโหด(?)มาเมมให้เข้าหัวสมอง
    รู้สึกขอบคุณกวางซามะมากที่จบให้ยิ้มแบบนี้
    เราเป็นประเภทขยาดฟิคเศร้าจบตายหมู่(?)
    จริงๆตอนที่ตามอ่านมาค่อนเรื่องก็มีแอบลังเล(?)
    ว่าควรจะอ่านต่อจนจบมั้ย ถ้าตอนจบมันไม่แฮปปี้ล่ะ
    ถึงตอนนั้นเราอาจจะพังกำแพง(?)
    โฮกฮากกอาละวาด(?)คนเดียว(?)ในหัว(?)ตัวเอง(?) T _ T

    แต่ในเมื่อจบแฮปปี้แบบนี้ก็ยิ้มไม่เลิกได้อย่างเดียวเลยค่ะ
    ชอบจัง ชอบมากๆ มันเหมือนทุกอย่างที่ค้างคา ทุกอย่างที่ตรึงเอาไว้
    มันสิ้นสุด มันจบลงแล้ว และที่สำคัญ จบแบบไม่ต้องทรมานอีกแล้ว
    เพราะทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

    ชอบที่บรรยายเอเลนใส่เสื้อผ้าปัจจุบัน(?)มากๆเลยคิดตามแล้ว
    เฮ้ย!!! ไอ้คนที่หลับมาเป็นพันปี รีบๆขยับกล้ามเนื้อ(?)มากดไอ้เด็กนี่เร็วๆเข้า!(?)
    555555 เอเลนน่ารักอ่า T __ T
    ฉากขับรถก็ยิ่งชอบเลย นึกท่าทางแล้วหัวเราะแบบมีความสุข(?)
    อยากอ่านคู่นี้ไปเที่ยว(?)เหมือนกันนะคะ
    คงจะเป็นวันที่เฮย์โจวคงต้องปวดหัวกับการเอาหัวสมองพักเรื่องขา(?)
    มาคิดเรื่องให้คนน่ารักยิ้มแทน(?)น่าดู
    (มันก็ยังเป็นคนบ้าอยู่ไม่เลิกล่ะค่ะกวางซามะ - _ -)

    เพราะฉะนั้นเป็นกำลังใจให้นะคะ
    จะรออ่านภาคต่อพิเศษ และก็จะติดตามผลงานไปเรื่อยๆเลย > _ <)/

    ตอบลบ
  14. อ่านฟิคเรื่องนี้มาก็ไม่มากไม่น้อย แต่สำหรับเรา เรายกให้เรื่องนี้เป็นฟิคไททัน รีไวเอลนที่ดีที่สุดสำหรับเรา
    คือชอบหมดเลยนะ ทังบรรยากาศในเรื่อง การบรรยาย ตัวละคร อารมณ์ในเรื่องคือแบบว่ามันโดนมาก อ่านแล้วอินเลยนะถึงจะบอกว่าAUแต่เราก็ชอบน่ะมันไม่AUจ๋าาไง คือมันก็อิงเรื่องเดิมอยู่ ลักษณะนิสัยพื้นเภตัวละครมันค่อนข้างเหมือนเดิมไง อ่านเเล้วอิน อ่านแล้วชอบ ทั้งรักทั้งหลง โอ้ยคู่นี้แมร่งต้องเรียลลล!!! (ไม่ใช่แล้วเอ็ง)
    ตอนเศร้ามันก็เศร้าเนอะ หน่วงด้วย ในที่สุดสองคนนี้ก็สิ้นสุดการรอคอยซะที เฮย์โจวตั้งพันกว่าปีเลยนะกว่าจะได้เจอกันมันคงนานมากเลย แล้วตอนนี้เป็นตอนบรรยายดำเีนินเรื่องผ่านรีไวด้วยแล้วก็ทำให้เข้าใจเรื่องนี้ได้มากขึ้น ทั้งความรู้สึกของเฮียแก เหตุการณ์ต่างๆ แต่บางอย่างมันยังไม่ครบก็จะรอตามในตอนพิเศษแล้วกัน ในที่สุดก็สามารถอยู่ด้วยกัน บอกรักแสดงความรู้สึกที่มีต่อกันได้แล้วสินะ ฟินสุดๆ

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆ สนุกๆมาให้ได้อ่าน ได้นั่งฟิน เพ้อๆ ฝันๆ ในวันที่อึนๆกับโลกแห่งความจริงที่แสนโหดร้ายใบนี้ เรื่องดีๆมันยังมีอยู่นี่นะ ขอบคุณมากจริง สนุกมาก จะมีโครงการรวมเล่มบ้างรึเปล่า อยากได้มาเก็บจริงๆ เป็นความทรงจำที่ดีนะสำหรับเรื่องนี้^^ (คุ้มค่ากับหลายชั่วโมงที่นั่งอ่านรวดเดียวจนจบ)

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ27 กรกฎาคม 2556 เวลา 16:51

    สุดยอดมากๆๆเลยคะ ฟินมากกกก ซึ้งสุดๆไปเลย จะรอติดตามนะคะ โอ๊ย อ่านไปร้องไห้ไป T^T ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

    ตอบลบ
  16. http://www.youtube.com/watch?v=rtOvBOTyX00

    รักมาเป็นพันๆปี เห็นประโยคนี้แล้วน้ำตาจะร่วง นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาทันที
    เป็นฟิคที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลย ชอบมากเลยค่ะ

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ30 กรกฎาคม 2556 เวลา 19:54

    โอ้ยย ฟินมากจนพูดอะไรไม่ถูกแล้ว ฟหกด่าสวฟหกด่าสว

    ชอบที่คุณคนแต่งปูพื้นเรื่องมาได้ไม่ขัดเลย ทั้งจังหวะ ฉาก สถานที่ ก็จังหวะดีมากๆ
    แถมตอนจบแฮปปี้เหนือความคาดหมาย ; w ; อยากบอกตรงๆว่าตื้นตันค่ะ เป็นหนึ่งในฟิคที่ชอบมากๆเรื่องนึงเลยนะ

    จะรออ่านตอนท้ายนะคะ

    ตอบลบ
  18. อ่านมาถึงตอนจบอยากบอกว่าฟินมากกกกก
    ในที่สุดเฮย์โจวก้อฟื้น
    และในที่สุดก้อมารักกันซะที
    ชอบภาษาที่ไรท์เขียนและพลอตมากๆอ่ะฟิน
    ถึงจะทำเราบ่อน้ำตาแตกไปตอนนึงก็เหอะนะ
    อยากให้แต่งอีกเกี่ยวกับคู่นี้
    ฟินมากอ่่ะ แต่อยากได้เรื่องหน้าแบบ sm จัดหนักเลยก้อดี
    โรคจิตเนอะเราอะ ฮาาา

    ตอบลบ
  19. โอ้ยยย ฟินมากกกกก มาอ่านทีเดียวยาวเลย 55555
    ติดมาก ชอบมาก ภาษาสวยมาก
    หลายมากและ 555
    >< ขอบคุณนะคะ

    ตอบลบ
  20. กรี๊ด​ดด​ คือดีงามพระรามแปด​ ที่ที่สุดอ่า​ ฟินโคตร​ น้ำตาไหลเต็มหน้าแล้วเนี่ย>///<

    ตอบลบ
  21. ถึงจะผ่านมาหลายปีแต่เรื่องนี้คือตราตรึงใจ🇯🇵♥️

    ตอบลบ