KHR AuFic HBD.YamaGoku [8059 1827] Ryuusei : 19 [END]


KHR AuFic HBD.YamaGoku [8059 1827]   Ryuusei : 1[END]

: KHR Fanfiction Au
: 8059  1827
: Period Drama
: NC-17


คำเตือน : เนื้อเรื่องต่อไปนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หากไม่ต้องการรับรู้กรุณาปิดหน้านี้ไปนะคะ





ฝูงม้าแห่งกองทัพคามาคุระหยุดลงอีกครั้งที่หน้าบ้านไม้หลังใหญ่ซึ่งดูภายนอกแล้วไม่ได้ต่างไปจากบ้านชาวนาทั่วๆไปแม้แต่น้อย

“ หึ...”       ใบหน้าคมของเจ้าเมืองคามาคุระยิ้มที่มุมปาก....จะมีบ้านชาวนาที่ไหนมาตั้งอยู่กลางป่ากลางเขาที่ไม่มีแม้แต่นาสักผืนแบบนี้บ้าง ดูยังไงก็น่าสงสัยชัดๆ

“ ค้นให้ทั่ว!”      คำสั่งเอ่ยออกมาจากปากของคนที่กระโดดลงจากหลังม้าไปนานแล้ว ร่างสูงสง่าเดินนำเข้าไปหาประตูไม้ที่ดูน่าจะเป็นทางเข้าอย่างไม่กลัวว่าจะเจอกับกับดักอะไรเลย เพราะที่นี่ต่างเต็มไปด้วยร่องรอยว่ามีคนอยู่...มีคนเข้าออกเป็นจำนวนมากทีเดียว


ครืด....


“ อ๊ะ?! กรี๊ดดดดด!!!”        เสียงกรีดร้องอย่างตกอกตกใจดังขึ้นมาทันทีที่มือใหญ่เปิดประตูเลื่อนเข้าไปโดยพลการ หญิงสาวที่ดูยังไงก็ไม่ใช่สาวชาวบ้านแต่น่าจะเป็นพวกข้ารับใช้ต่างทำหม้อไหกะละมังในมือร่วงกราวลงพื้นเมื่อเห็นว่ามีผู้บุกรุก

“ ทะ ทหารคามาคุระ!!”      และพวกเธอคงจะเป็นข้ารับใช้ของตระกูลนักรบแน่ๆ ถ้าไม่เช่นนั้นคงจะแยกไม่ออกหรอกว่า พวกเขาคือทหารของฝ่ายไหน เพียงแต่พวกเธอยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครถ้าไม่เช่นนั้นคงไม่ใช่แค่ของในมือหรอกที่จะร่วงลงพื้น

“ กรี๊ดดดดด!!”       หญิงสาวต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่นและเขาเองก็ไม่มีเวลามาสนใจพวกเธอ

ร่างสูงสง่าเดินดุ่มๆเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปจนทั่ว ดูท่าว่าพวกคนของตระกูลโกคุเดระคงจะกลบดานอยู่ที่นี่ทั้งหมดแน่ๆ เพราะว่าบ้านที่กว้างใหญ่หลังนี้คงจะจุคนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีห้องหับมากมายทั้งชั้นบนและชั้นล่าง

“ อย่าปล่อยให้มันเข้าไปได้!!”      เสียงตะโกนดังอยู่ด้านนอก แล้วเสียงปะทะก็ดังขึ้นทันที

.......”      ใบหน้าคมถึงกับสบถออกมาเมื่อหันไปเห็นทหารอิสุที่คงจะเฝ้ายามอยู่รอบๆกำลังประดาบกับทหารที่ติดตามตนมา ร่างสูงสง่าก้าวขาเข้าไปในบ้านโดยไม่สนใจเสียงการต่อสู้ที่อยู่ข้างหลัง....เขาไม่มีเวลาที่จะมาเสียไปเพราะเจ้าพวกนี้!

ประตูเลื่อนบานแล้วบานเล่าถูกกระชากเปิดออกก่อนที่จะมีเพียงความว่างเปล่าที่รออยู่ ใบหน้าคมเริ่มจะกัดฟันกรอดอย่างอารมณ์เสีย ความหงุดหงิดที่แสดงออกไปบนใบหน้าดูจะขัดแย้งกับภายในใจที่เต็มไปด้วยความร้อนลน...ห่วง...กังวล

เจ้าอยู่ที่ไหนกัน......

อยู่ที่ไหน......

เรียวขาก้าวขึ้นไปตามบันไดแคบๆ ประตูห้องของชั้นใต้หลังคาถูกกระชากเปิดออก แต่ก็ยังไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขาเฝ้าตามหา สองมือใหญ่ได้แต่กำแน่น ยิ่งเวลาผ่านไปแค่ไหนก็มีแต่จะยิ่งควบคุมตัวเองไม่อยู่


ถึงจะรู้ว่าสึนะโยชิจะไม่เป็นอันตรายใดๆหากอยู่กับพวกอิสุ จะไม่โดนทำร้ายร่างกาย จะไม่ถูกฆ่าให้ตาย จะมีชีวิตรอดต่อไปได้

ต่อให้เขาไม่มาช่วย....สึนะโยชิก็จะยังมีชีวิตอยู่โดยได้รับการดูแลจากพี่น้องของตน


แต่เพราะแผนที่ที่ถูกเขียนด้วยเลือดแผ่นนั้น....มันทำให้เขารู้ว่าสึนะโยชิไม่ได้อยากจะอยู่ที่นี่

แต่อยากจะกลับไปกับเขา...กลับไปคามาคุระ


แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าบุกมาหาเจ้าทั้งๆที่รู้ว่ามันคือกับดัก

แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วที่ข้าจะไม่ยอมยกคามาคุระให้ใคร เพราะมันคือที่ที่ข้ากับเจ้าจะกลับไป


ยิ่งคิดถึงช่วงเวลาที่เสียไปกับคำว่าทิฐิที่เอาแต่ปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างทุกข์ใจโดยไม่หันหน้ามาคุยกัน....พยายาม....ที่จะเอาคำว่าเป็นตัวของตัวเองมาขวางกั้น....

แล้วยังไง....ตอนนี้ไม่มีสึนะโยชิ เขายิ่งไม่เป็นตัวของตัวเอง

ฮิบาริ เคียวยะที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายเลือดเย็นเห็นทุกอย่างเป็นผักปลา....มันหายไปพร้อมกับเงาของเจ้า...สึนะโยชิ




ใบหน้าคมหันซ้ายแลขวาพยายามมองหาผนังหรืออะไรก็ตามที่จะบ่งบอกว่ามีห้องลับที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้....แต่มันก็ไม่มีที่ไหนในบ้านที่ดูน่าสงสัยเลย

ร่างที่เริ่มส่งรังสีทะมึนก้าวขาไวๆลงมายืนอยู่ที่ห้องโถงใหญ่อีกครั้ง นัยน์ตาคู่คมเริ่มกวาดมองโดยรอบ....ยังมีตรงไหนอีก....ยังมีตรงไหนที่เขายังไม่ได้เข้าไปค้นหา....

จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่ชายผ้าซึ่งโผล่ออกมาจากฝาตู้บานหนึ่ง มือใหญ่จึงกระชากให้มันเปิดออก

“ กรี๊ด!!! ยะ อย่าทำอะไรข้าเลยนะ”       ไม่ใช่.....ไม่ใช่สึนะโยชิของเขา.....แต่เป็นเพียงข้ารับใช้ที่กลัวจนตัวสั่นคนหนึ่ง

“ บอกมา....ว่าสึนะโยชิถูกขังอยู่ที่ไหน?!”       เสียงเย็นถามออกไปในขณะที่ยกทอนฟาขึ้นมาจ่อบนคอของหญิงสาวที่น่าสงสาร

“ สึนะโยชิ?  ขะ ข้าไม่รู้จัก....ไม่รู้จริงๆ....”       หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงฟาดริมฝีปากที่ตอบคำถามไม่ได้ดั่งใจนั่นไปแล้ว.....แต่ตอนนี้เขากลับจ้องคนตรงหน้าอย่างพยายามคาดคั้นความจริง ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความหวาดผวาแต่ดวงตากลับบ่งบอกว่าไม่รู้จักคนที่ชื่อสึนะโยชิจริงๆ....บางที....การที่ร่างเล็กบางถูกขังอยู่ที่นี่ก็อาจจะเป็นความลับแม้แต่คนที่อยู่ที่นี่เองเช่นกัน

“ ถ้างั้น...ห้องที่ยามาโมโตะ ทาเคชิ กับ โกคุเดระ ฮายาโตะพักอยู่คือห้องไหน?”      บางทีสองคนนั้นอาจจะขังตัวประกันคนสำคัญเอาไว้ใกล้ตัว หญิงสาวยกมือไม้สั่นชี้ไปที่ห้องๆหนึ่งซึ่งอยู่ทางหลังบ้าน

ร่างสูงสง่าตรงดิ่งไปที่ห้องนั้นทันที....เขาเคยเข้ามาดูแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็อาจจะยังดูไม่ละเอียดพอ  ประตูห้องถูกกระชากให้เปิดออก เช่นเดียวกับบานตู้ทุกบานที่อาจจะเชื่อมต่อไปยังห้องลับแต่กลับพบแค่ความว่างเปล่าเช่นเดิม

มือที่กำทอนฟาอยู่ถึงกับสั่นระริกด้วยความโมโห...มาถึงนี่แล้วทำไมยังหาไม่เจออีก!!


โครม!!!


ประตูบานเลื่อนด้านที่ติดกับระเบียงด้านนอกถูกฟาดจนพังยับ แล้วสายตาคมกริบก็มองเห็นชิงช้ากับม้าสองตัวที่ถูกผูกเอาไว้ใกล้ๆ

ม้าสองตัวนั่น.......

คราบเลือดจำนวนไม่ใช่น้อยที่ติดอยู่ที่ขาของมันทำให้เขารู้ว่ามันคงไม่ได้ถูกเลี้ยงอยู่ที่นี่....แต่มันน่าจะเพิ่งมาจากสนามรบ

มีความเป็นไปได้ว่ายามาโมโตะ ทาเคชิ กับ โกคุเดระ ฮายาโตะ จะกลับมาแล้ว....แล้วทำไมถึงไม่เฝ้าอยู่ที่บ้านหลังนี้?

ร่างสูงสง่ากระโดดลงไปตรงที่ที่ม้ายืนอยู่และดูเหมือนรอยเท้าที่มีคราบเลือดติดอยู่เล็กน้อยจะไม่ได้เดินเข้าไปในบ้าน....แต่กลับเดินไปยังโรงเก็บฟืนที่อยู่ไม่ไกล

ขายาวก้าวเดินตามไปทันที ฝ่าเท้ายกขึ้นยันประตูไม้เก่าผุจนพังโครมลงไป แสงแดดสาดส่องไล่ความมืดข้างในทำให้เห็นเพียงกองฟืนมากมาย ทว่า...ท่อนไม้กลับถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบกว่าที่คิด ร่างแข็งแกร่งจึงเดินเข้าไปช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปจนทั่ว....ถึงจะมีฟืนถูกวางไว้เต็มพื้นที่ แต่หากมองดีๆจะเห็นว่ามันมีทางให้เดินได้อยู่

แล้วมันก็เชื่อมมาถึงประตูในที่สุด......

นัยน์ตาสีดำเหลือบมองบานไม้ที่ฝังอยู่บนพื้น มันช่างดูกลมกลืนจนเผลอคิดไปว่ามันเป็นแค่ทางลงไปยังห้องใต้ดินธรรมดาๆ

มือใหญ่ยกบานไม้ขึ้นมาก่อนจะก้าวขาลงไป ความร้อนใจมันทำให้ไม่ต้องคิดอะไรมาก บันไดไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดๆ และเมื่อสายตาเริ่มชินกับความมืด สิ่งที่เห็นก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ

ที่ปลายบันไดนั้นไม่ได้เป็นห้องใต้ดิน...แต่กลับเป็นทางเดินยาวซึ่งทอดไปยังที่ไหนสักแห่ง และเมื่อเดินพ้นฐานของอาคารออกมา แสงแดดรำไรกลับส่องลงมาจากช่องระแนงที่อยู่เหนือหัว....ใช่แล้ว.....มันคือทางระบายน้ำ....แต่ในยามศึกสงครามมันก็เป็นทางลับด้วยเช่นกัน!

ใบหน้าคมแสยะยิ้มก่อนจะย่างสามขุมไปตามทางเดินเรื่อยๆ.....เรื่อยๆ......

และแล้วปลายทางเดินก็ไปหยุดลงที่หน้าประตูอีกบานหนึ่ง ซึ่งน่าจะอยู่ไกลจากบ้านหลังใหญ่นั่นมาพอสมควร

ใบหน้าคมจ้องมองไปยังบานไม้เก่าๆอย่างพยายามห้ามหัวใจไม่ให้เต้นระรัวไปมากกว่านี้....มันน่าเจ็บใจจริงๆที่เจ้าทำเอาข้าอาการหนักขนาดนี้ สึนะโยชิ....สองมือกระชับทอนฟาแน่นก่อนจะค่อยๆเปิดประตูบานนั้นออกช้าๆ

แสงสว่างจ้าของภายนอกทำให้ต้องยกมือขึ้นมาป้องสายตา เห็นเพียงเงาร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ไม่ไกล

แต่แล้วหัวใจที่เต้นระรัวก็ต้องชะงักค้างอย่างกับจะหยุดเต้นไปอีกครั้งเมื่อสายตาค่อยๆชินกับแสงสว่าง



เพราะคนที่ยืนรออยู่....คือน้องชายตัวอันตรายของเขาเอง.....คือยามาโมโตะ ทาเคชิ!



“ เสียใจด้วยนะ สึนะไม่ได้ถูกขังอยู่ที่นี่หรอก....”       ใบหน้าคมยิ้มเย็นให้ผู้เป็นพี่ชาย ถึงแม้ใบหน้าของฮิบาริ เคียวยะจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแต่ทว่าบรรยากาศรอบร่างสีดำนั่นก็ทำให้รู้ว่ากำลังโกรธจัด มือที่กำทอนฟายิ่งกำแน่นเมื่อเห็นร่างบอบบางที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาค่อยๆลุกขึ้นมายืนอยู่เคียงข้าง



ยามาโมโตะ ทาเคชิ กับ โกคุเดระ ฮายาโตะ....กำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับ ฮิบาริ เคียวยะ!!



นัยน์ตาสีดำจ้องเขม็งมาอย่างไม่กลัวเกรง แต่ทว่าในความเยือกเย็นนั้นมันกลับแฝงไปด้วยความร้อนลนจนคนที่เป็นน้องชายดูออก

“.................”         ถึงแม้ริมฝีปากหนักนั่นจะไม่เอ่ยถามอะไรออกมาแต่นัยน์ตาคู่นั้นมันก็เต็มไปด้วยความสงสัย....ว่าคนที่ตนตามหาอยู่ที่ไหนกันแน่

ใช่.....สึนะไม่ได้อยู่ที่รังลับแห่งนี้จริงๆ

ถึงแม้พวกเขาจะบอกกับร่างเล็กบางนั่นว่าอยู่ที่รังลับของตระกูลโกคุเดระ ทว่า....พวกเขาโกหก

สึนะโยชิถูกขังอยู่ไกลออกไปจากรังลับแห่งนี้พอสมควร....นั่นก็เพราะโกคุเดระคาดว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

ยังไงก็จะปล่อยให้ทั้งสองคนเจอกันไม่ได้....เพราะฮิบาริ เคียวยะจะกลายเป็นปิศาจทันทีที่ได้ตัวสึนะโยชิไป...จนบางทีเพลงดาบคู่ก็อาจจะเอาไม่อยู่

พวกเขารู้ดี....ว่าสภาพของคนที่ต้องการปกป้องคนที่ตนรักนั้นมันเป็นยังไง

ทำได้ทุกอย่างขนาดไหน....

เพราะพวกเขาเองก็กำลังเป็นอยู่


ร่างสูงใหญ่กับร่างบอบบางที่ยืนอยู่เคียงข้างกันค่อยๆชักดาบออกมาจากฝักก่อนจะชี้มันไปยังคนตรงหน้าด้วยสายตาแน่วแน่


นี่แปลว่า....สึนะโยชิสามารถติดต่อกับฮิบาริ เคียวยะได้จริงๆ....โดยใช้วิธีอะไรสักอย่าง....ซึ่งถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ก็ไม่เป็นไรเพราะจากนี้ไปมันคงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว


เพราะ ฮิบาริ เคียวยะ จะต้องตายอยู่ที่นี่!











ขาเรียวก้าวไปตามระเบียงทางเดินยาวเหยียด ชายกิโมโนพลิ้วไหวไปตามจังหวะการเดินที่แทบจะเรียกได้ว่าวิ่ง ใบหน้าน่ารักหันไปหันมา มือบางยกขึ้นวางอยู่ที่หน้าอกอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี ในเมื่อสถานที่ที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ได้ใกล้เคียงกับรังลับของตระกูลโกคุเดระในความทรงจำเลยแม้แต่น้อย

แต่ภาพของเรือนตรงหน้ากลับคุ้นตายิ่งกว่า........เพราะว่ามันคือบ้านใหญ่ของตระกูลโกคุเดระนั่นเอง!

เขาโดนยามาโมโตะกับฮายาโตะหลอกเข้าให้แล้ว สองคนนั้นไม่ได้ขังเขาเอาไว้ที่รังลับแต่กลับพาเขามาขังไว้ที่เนินล้างโลหิตของตระกูลโกคุเดระ

ถ้าอย่างงั้นตอนนี้ ฮิบาริ เคียวยะจะเป็นยังไงบ้าง....อาจจะไปถึงรังลับนั่นแล้วก็ได้ อาจจะกำลังเผชิญหน้ากับยามาโมโตะแล้วก็ได้

สองขามีแต่จะต้องรีบก้าวออกไปด้วยหัวใจที่เริ่มจะร้อนลน ที่เขายอมเขียนแผนที่ให้เพราะอยากจะหลีกเลี่ยงการปะทะ ไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องมาสู้กัน.....ไม่อยากให้มีการสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว

หรือที่จริง...เขาไม่ควรจะบอกฮิบาริ เคียวยะ ว่าเขาอยู่ที่ไหน....หรือเขาควรจะเขียนบอกไป ว่าไม่ต้องมาช่วย....


แต่ว่า....รู้ตัวอีกที...แผนที่ก็ถูกเขียนเสร็จแล้ว

เขาอยากกลับไป....

ก็แค่อยากกลับไปอยู่ในอ้อมแขนของคนที่รักอีกครั้งก็เท่านั้นเอง


เรียวขาก้าวผ่านหน้าห้องที่คุ้นตา ใบหน้าเล็กถึงกับนิ่งค้างไปชั่วครู่ ถึงจะถูกทำลายจนประตูหักพัง แต่มันก็ยังคงเป็นห้องที่เขาจำได้ดี.....ห้องของฮายาโตะ

นัยน์ตาเหลือบเข้าไปเห็นกังหันกระดาษสีซีดมากมายที่ถูกปักอยู่เต็มสวนรกร้าง อีกทั้งยังโซ่เส้นใหญ่ที่ถูกทิ้งเอาไว้อยู่กลางห้อง

จู่ๆหัวใจก็ปวดแปลบขึ้นมา

ทั้งๆที่พวกเขาสี่คนต่างก็ทำทุกอย่างลงไปเพื่อคนที่ตนรัก

แล้วทำไมเรื่องราวถึงต้องมาจบลงแบบนี้ด้วย...

ไม่มีทางไหนที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้เหมือนเมื่อก่อนเลยหรือไง


ร่างเล็กสะบัดหน้าก่อนจะวิ่งออกมา ถึงจะไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอะไรแต่เขาก็ต้องรีบไปให้ถึง

ม้าสองสามตัวถูกผูกเอาไว้ที่ใกล้ๆต้นไม้ใหญ่หลังเรือน ดูเหมือนพวกตระกูลโกคุเดระจะเริ่มกลับมาเก็บกวาดที่นี่เพราะมั่นใจในชัยชนะและจะกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่หลังนี้อีก

ร่างเล็กบางกระโดดขึ้นหลังม้าก่อนจะบังคับให้มันทะยานออกไป นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้มองตรงไปข้างหน้า ต่อให้สายลมจะปะทะเข้ามาแค่ไหนแต่ความเร็วของเจ้าม้าก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

รอก่อนนะ....ข้ากำลังจะไปหาเจ้าเดี๋ยวนี้....








เสียงเหล็กกล้าของทอนฟาปะทะกับคมดาบดังลั่น สถานที่ที่สู้กันอยู่นั้นคือกลางป่าของอิสุซึ่งยามนี้ใบไม้กำลังเปลี่ยนเป็นสีส้ม

นัยน์ตาสีดำคู่คมกริบตวัดมองทั้งสองคนที่ประสานดาบกันอยู่ตรงหน้าอย่างรู้สึกไม่สบอารมณ์....กะแล้ว....ว่า ยามาโมโตะ ทาเคชิ กับ โกคุเดระ ฮายาโตะนั้นคงไม่ธรรมดาหากได้ต่อสู้อยู่คู่กัน

ทั้งๆที่คิดอย่างนั้นมาตลอดแต่เขากลับไม่เคยหาทางป้องกันเลย....นั่นก็เพราะที่ผ่านมาเขามั่นใจในฝีมือของตัวเองมากเกินไป....คิด....ว่ายังไงเสียหากเล่นงาน โกคุเดระ ฮายาโตะซึ่งน่าจะเชิงดาบอ่อนกว่ายามาโมโตะ ทาเคชิ....เท่านั้นเพลงดาบที่ประสานกันอยู่ก็จะเสียสมดุลแล้วทั้งสองคนก็คงไม่อาจจะทำอะไรเขาได้

แต่เขาก็คิดผิด

ในเมื่อตั้งแต่ที่เริ่มสู้กันมาเวลาก็ผ่านไปไม่ใช่น้อย....ทว่าเขากลับยังไม่สามารถเข้าถึงตัวจุดอ่อนของเพลงดาบนี้ได้เลย

ยังไม่สามารถตรงเข้าไปเล่นงานโกคุเดระ ฮายาโตะ ได้เลย

ไม่ใช่ว่ายามาโมโตะ ทาเคชิจะใช้เพลงดาบปิดทางเอาไว้ให้....แต่เพลงดาบที่ทั้งสองคนใช้ราวกับมันถูกคิดค้นขึ้นมา....เพื่อให้คนทั้งคู่กลายเป็นหนึ่งเดียว

เหมือนเขากำลังต่อสู้อยู่กับคนแค่คนเดียว....แต่มีดาบสองเล่มและพลังที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่สามารถจะเข้าไปเล่นงานใครในสองคนนั้นก่อนได้เลย

มีแต่ต้องจัดการไปพร้อมๆกันเท่านั้น


ใบหน้าคมของเจ้าเมืองคามาคุระสบถออกมาน้อยๆ สายตาคมกล้ายังคงจ้องหาช่องทางทำลายเพลงดาบที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ที่เคยพบเจอมา....ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ไม่ง่ายเลย.....ในยามที่จิตใจของเขาไม่ปกติแบบนี้ ความร้อนลน ความกังวลมีแต่จะยิ่งทำให้หัวสมองมืดทึบ ยิ่งรู้สึกว่าเป็นรองมากขึ้นเท่าไหร่ ทอนฟาที่จะใช้ตอบโต้ไปก็มีแต่จะยิ่งรู้สึกติดๆขัดๆเท่านั้น

ร่างสูงสง่าเพิ่มความเร็วในการหวดทอนฟาเข้าไปอีก เรียวขาขยับเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ได้กลัวเกรงเพลงดาบที่เหนือกว่า ท่อนเหล็กเสยใบหน้าคมของน้องชายที่หงายหลังหลบก่อนที่รอยยิ้มร้ายจะถูกส่งกลับมาให้พร้อมกับประกายสีเงินของดาบอีกเล่มที่ตวัดมาจากทางด้านหลัง ให้ร่างสูงสง่าของเจ้าเมืองคามาคุระต้องยกทอนฟาขึ้นมารับคมดาบของโกคุเดระ ฮายาโตะที่ถึงแม้จะไม่หนักเท่าน้องชายของเขาแต่วิถีดาบกลับฉลาดน่าดู เพราะมันทำให้เขาต้องรับด้วยท่ายาก สองขาจึงทรงตัวไม่อยู่จนจำต้องปล่อยให้ทั้งตัวล้มกลิ้งลงไปกับพื้นก่อนจะกระโดดตั้งหลักขึ้นมายืนจังก้าส่งสายตาดุดันจ้องมองทั้งสองคนอีกครั้ง

ลมหายใจเริ่มจะหอบถี่ การขยับร่างกายขนาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้นานนัก ใบหน้าสวยของโกคุเดระ ฮายาโตะ เองก็เช่นกัน เหงื่อเม็ดเล็กไหลลงมาตามไรผมสีเงิน จะมีก็แต่ยามาโมโตะ ทาเคชิเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในท่าทางสบายๆ

นัยน์ตาสีเปลือกไม้แลมองผู้เป็นพี่ชายด้วยสายตายิ้มเหี้ยม คนตรงหน้าเหนือกว่าเขามาตั้งแต่เกิด เพราะงั้นจึงไม่คิดที่จะสนใจมองน้องชายของตัวเองเลยสินะ ถึงได้ปล่อยให้เขาต้อนจนต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้

จริงๆเขาก็ถอดใจไปนานแล้ว ทั้งเรื่องของตระกูลและเรื่องแผ่นดินคามาคุระ....ทว่า....เจ้าเป็นคนทำให้ข้าต้องกลับมาทวงมันคืนเองนะ

หากคำสั่งประหารนั้นมันไม่ได้พาดพิงมาถึงโกคุเดระ ฮายาโตะ....ระหว่างเราก็ยังคงเป็นแค่พี่ชายกับน้องชายที่ไม่ได้ญาติดีกันเหมือนเดิม

มิใช่ศัตรูอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้....



ร่างทั้งสามขยับเข้าหากันอีกครั้ง ทั้งทอนฟาและดาบคู่ยังคงฟาดฟันกันแทบไม่ได้หยุดพัก

มือที่กุมดาบอยู่ทั้งคู่ต่างไม่คิดที่จะปราณี เช่นเดียวกับมือที่ถือทอนฟาเองก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้....สายตาของทั้งสามคนยังคงแน่วแน่ ถึงแม้ว่าจะมีหลายครั้งที่ร่างสูงสง่าของเจ้าเมืองคามาคุระจะเสียหลักให้ต้องถอยไปตั้งรับอยู่บ่อยๆ

ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมกันง่ายๆ

ร่างสูงสง่าหอบหนักหน่วง นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงจ้องเขม็งไปยังร่างอีกสองร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า ตอนนี้ยามาโมโตะ ทาเคชิ เองก็เริ่มจะหอบบ้างแล้ว ใบหน้าคมที่ยังคงนิ่งสนิทของน้องชายคงจะกำลังสงสัย ว่าทำไมเขาไม่ตายๆไปซะ ทุกอย่างจะได้จบลงด้วยดี


ช่วยไม่ได้....เขาเองก็ไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาเสียสละชีวิตเพื่อให้คนที่ตัวเองรักมีชีวิตรอด

แต่เราจะต้องมีชีวิตต่อไปทั้งคู่.....ข้าจะไม่อยู่คนเดียว...และเจ้าก็จะต้องไม่อยู่คนเดียวเช่นกัน สึนะโยชิ


ร่างสูงสง่าขยับทอนฟาเข้าหาทั้งสองคนอีกครั้ง แสงแดดที่เคยสว่างจ้าบัดนี้กลับทอดลงมาเพียงแสงรำไร ทอนฟาตวัดเฉียดใบหน้าสวยไปไม่ถึงคืบก่อนที่นัยน์ตาสีดำจะมองแดดที่อ่อนแสงลงอย่างครุ่นคิด....ไม่ได้การ....หากเขาไม่รีบจบเรื่องทางนี้แล้วหาตัวสึนะโยชิให้เจอ....กองทัพที่ไร้แม่ทัพนั่นคงจะต้านอิสุเอาไว้ไม่อยู่แน่

หัวใจที่พะว้าพะวงอย่างที่แทบจะไม่เคยเป็นแบบนี้ทำให้สมาธิขาดหาย...และคู่ต่อสู้ตรงหน้าก็ไม่ใช่ว่าจะละสายตาไปได้ง่ายๆเสียด้วย.....แค่พริบตาเดียว....พริบตาเดียวเท่านั้นที่คมดาบสีดำตวัดมาจากไหนไม่รู้ แต่เป้าหมายอยู่ที่ลำคอของเขาแน่นอน

เคร้ง!!!

ทอนฟายกขึ้นรับโดยสันชาติญาณ เหงื่อแตกพลั่กลงมาตามไรผมสีดำก่อนที่หางตาจะมองเห็นประกายสีเงินของคมดาบอีกเล่มที่ตวัดเข้ามา ร่างสง่าก้มหลบก่อนจะหวดทอนฟาออกไปโดยมีเป้าหมายอยู่ที่หน้าท้องของร่างบอบบาง ทว่ามือใหญ่ของยามาโมโตะ ทาเคชิก็ตวัดลำตัวบางให้ออกห่างจากเขาแล้วหันตัวเองเข้ามารับทอนฟาที่น่าจะหลบไม่พ้นแทน

“ อั่ก!!”      แต่ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะปลิวไปตามแรงอัดปลายดาบสีดำก็ยังเร็วพอที่จะตวัดสวนเข้ามา และระยะที่กระชั้นชิดมันก็ทำให้ผู้เป็นพี่ชายหลบไม่ได้เช่นเดียวกัน


โครม!!


ใบไม้สีส้มร่วงกราวลงมาเมื่อลำตัวหนากระแทกลงไปที่โคนต้น ร่างบอบบางรีบวิ่งตามไปดูด้วยใบหน้าตื่นๆ แต่ร่างสูงใหญ่ก็เพียงแค่ส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร ยามาโมโตะลุกขึ้นยืนช้าๆพรางกุมท้องที่โดนทอนฟาอัดเข้าไปเต็มๆก่อนจะจ้องเขม็งไปยังผู้เป็นพี่ชายที่ยืนโซเซอยู่ไม่ไกล

เลือดสีแดงไหลลงมาตามแขนข้างหนึ่ง เสียงหอบหายใจที่ออกมาจากใบหน้าคมนั้นไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะเหนื่อยหรือเป็นเพราะเสียเลือดกันแน่

ใบหน้าคมของน้องชายแสยะยิ้มร้าย....อีกไม่นานแล้วสินะ

อีกไม่นานแล้ว....ที่เจ้าจะต้องมอบทั้งลมหายใจ ทั้งคามาคุระมาให้ข้า!

ดาบในมือใหญ่กระชับแน่นก่อนที่ร่างสูงจะพุ่งออกไปอย่างไม่คิดที่จะให้ผู้เป็นพี่ชายได้หยุดพัก ใบหน้าของฮิบาริ เคียวยะได้แต่ผงะนิ่งค้างเพราะรู้ตัวดีว่าจากแผลเมื่อกี้ทำให้เขาไม่อาจจะหลบพ้นคมดาบนี้ไปได้แน่ๆ

มีแต่จะรับมันยังไงให้ไม่โดนจุดตายเท่านั้น

และในขณะที่กำลังจะเบี่ยงตัวหลบ....

เงาของอะไรบางอย่างก็แว่บเข้ามาในสายตา....

มันช่างเป็นเงาที่คุ้นยิ่งกว่าอะไรดี....

เพราะมันคือเงา.....ของคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอด….


“ สึนะโยชิ!!!


ทว่าเสียงตะโกนก้องนั้นไม่ได้ร้องออกไปเพราะความดีใจ

แต่ที่ร้องออกไปเพราะตอนนี้หัวใจแทบจะหล่นหายไปกับสายลมที่พัดเข้ามาราวกับพายุ

เมื่อสายตามองเห็น....ว่าแผ่นหลังเล็กๆนั่นกำลังขยับเข้ามาขวางระหว่างตัวของเขา....กับคมดาบของยามาโมโตะ ทาเคชิ!!


สวบ!!!


คมดาบสีดำทะลุลำตัวออกมาจนนัยน์ตาของคนที่มองอยู่ถึงกับเบิกกว้าง

ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว.....รวดเร็วเหลือเกิน

เร็วจนห้ามไม่ทัน


“ เคียวยะ!!!


มือบางทั้งสองข้างยื่นออกไปจับไหล่แข็งแกร่งด้วยความสั่นระริก ร่างทั้งสองร่างทรุดลงไปกับพื้นพร้อมๆกัน เลือดกระอักออกมาจากริมฝีปากของร่างสูงจนทำให้นัยน์ตากลมโตของคนที่เพิ่งโผล่ออกมาสั่นพร่าราวกับกำลังจะสิ้นใจให้ได้กับภาพที่เห็น ในหัวหมุนคว้างราวกับรับไม่ได้ถ้ามันจะกลายเป็นเรื่องจริง

ดาบที่เสียบทะลุร่างนั้นมันควรจะทะลุลำตัวของเขาไม่ใช่หรือไงกัน....แล้วทำไม....ทำไมตอนนี้มันถึงได้ทะลุออกมาจากลำตัวของ ฮิบาริ เคียวยะได้….


ทำไม!!!


คมดาบสีดำถูกถอนออกไปจากแผ่นหลังของฮิบาริ เคียวยะท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทั้งยามาโมโตะและโกคุเดระ  มือบางถึงกับปล่อยให้ดาบร่วงลงไปข้างลำตัว ร่างทั้งร่างชาวาบไปกับภาพตรงหน้า....เมื่อจู่ๆสึนะโยชิผู้เป็นพี่ชายก็พุ่งเข้ามาขวางคมดาบของยามาโมโตะที่กำลังจะสังหารฮิบาริ เคียวยะ.....ในขณะที่เขาได้แต่กรีดร้องอย่างเสียสติเพราะคิดว่าดาบนั้นมันจะเสียบลงไปบนร่างเล็กๆของผู้เป็นพี่ชาย

ทว่า...

มือใหญ่ของฮิบาริ เคียวยะกลับตวัดคว้าลำตัวเล็กบางของสึนะโยชิโดยสันชาติญาณ....ตวัดมันเข้ามาก่อนที่จะพลิกแผ่นหลังของตัวเองออกไปรับคมดาบนั้นแทน

ทั้งๆที่ผ่านมาต่อให้จะล้มไปกี่ครั้ง แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยยอมแพ้ ไม่เคยแม้แต่จะยอมให้คมดาบของพวกเขาเฉียดเข้าไปใกล้

แต่นี่กลับยอมรับมันด้วยตนเอง

เพื่อปกป้องคนที่ตนรัก....ถึงกับยอมรับดาบนั้นด้วยตัวเอง...


ร่างสูงใหญ่ยืนหอบหายใจหนักหน่วง  นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองตรงไปที่พี่ชายซึ่งทรุดอยู่ในอ้อมแขนของร่างเล็กๆ


นี่น่ะหรือ คือคนที่สั่งประหารข้า....เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ก็มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งซึ่งกำลังปกป้องคนที่ตนรักก็เท่านั้นเอง



“ อึก.....เจ้า....แฮ่ก แฮ่ก....ไม่เป็นไรใช่ไหม...สึนะ....โยชิ....”      ถึงแม้ว่าร่างกายจะทรุดลงไป ถึงแม้เลือดจะไหลจนกิโมโนเปียกชุ่ม แต่ร่างสูงสง่ากลับยื่นมือไปประคองใบหน้าของคนที่ตามหามาตลอด ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดกลับลูบไล้ใบหน้าเล็กด้วยความอ่อนโยน

ใบหน้าน่ารักเพียงส่ายไปมา สองมือใหญ่จึงกอดกระชับลำตัวบางเข้ามาในอ้อมแขนโดยไม่สนใจว่าแผลของตนจะฉีกขาดยังไง ใบหน้าคมซบลงไปที่ไหล่เล็กตามที่หัวใจเรียกร้อง  ความเย็นชาที่พยายามสร้างมาเป็นเกราะป้องกันตัวกลับพังทลายไม่เหลือชิ้นดีเมื่อได้เห็นใบหน้านี้อีกครั้ง

ไม่เคยคิดมาก่อนเลย....ว่าคนอย่างเขาจะรักใครได้มากขนาดนี้....รักจนถึงขั้นที่....ยอมมอบให้แม้แต่ลมหายใจ




เสียงใบไม้ที่ดังกรอบแกร่บอยู่ข้างหลัง ทำให้ใบหน้าคมของเจ้าเมืองคามาคุระผงะออกจากไหล่เล็ก

ถึงแม้ว่าที่หน้าท้องจะเจ็บจนดวงตาเริ่มจะพร่ามัว แต่มือที่ถือทอนฟาอยู่กลับตวัดตัวไปยังคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง อ้อมแขนแข็งแรงยังคงปกป้องร่างเล็กบางเอาไว้ราวกับจะไม่ให้ใครมาพรากออกจากกันได้อีก

“ แฮ่ก....แฮ่ก....”        ร่างสูงสง่าหอบหายใจจนคนที่อยู่ในอ้อมแขนนึกกลัว ยิ่งเงยหน้ามองขึ้นไปเห็นร่างสูงใหญ่ของยามาโมโตะยังคงยืนค้ำหัวอยู่ตรงนั้นมันก็มีแต่จะทำให้หัวใจหล่นวูบ

“ ยามาโมโตะ!! หยุดเถอะ ข้าขอร้อง.....ได้โปรด....ฟังคำขอร้องจากคนที่เคยช่วยชีวิตเจ้าไว้สักครั้ง....อย่าฆ่าเขาเลย....อย่าฆ่า....”       ร่างเล็กบางพลิกตัวไปป้องกันร่างของฮิบาริ เคียวยะที่เริ่มจะโงนเงนเอาไว้ นัยน์ตากลมโตจ้องมองปลายดาบสีดำที่ยังคงชี้ตรงมาด้วยสายตาสั่นระริก

จากที่สองแขนแข็งแรงเคยโอบกอดตนไว้ บัดนี้กลับเป็นฝ่ายร่างเล็กที่กอดร่างของเจ้าเมืองคามาคุระไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้มองมาด้วยสายตาอ้อนวอน

อ้อนวอนจนอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกันทนไม่ไหวอีกต่อไป

“ ยามาโมโตะ....”        โกคุเดระขยับมากันไม่ให้ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าไปใกล้พี่ชายมากกว่านี้ ร่างบอบบางกอดร่างสูงใหญ่เอาไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง นัยน์ตาสีมรกตดูเหมือนจะยอมแพ้ให้กับความเด็ดเดี่ยวของฮิบาริ เคียวยะไปแล้ว

เพราะรู้....เพราะเข้าใจ.....ว่าทำไมผู้ชายที่โหดร้ายคนนั้นถึงได้ทำแบบนี้.....เพราะรู้ดียิ่งกว่าใครในเมื่อพวกเขาเองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน


“ ทุกอย่าง...มันเป็นความผิดของข้าเอง....”      ริมฝีปากสีระเรื่อของร่างเล็กเอ่ยออกมาเมื่อมองเห็นว่ายามาโมโตะมีท่าทีที่สงบลงบ้าง...อย่างน้อยๆในตอนนี้ปลายดาบสีดำก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน

“ ตอนนั้น....ข้ามัวแต่รีบร้อน มัวแต่เป็นห่วงฮายาโตะ....จึงไม่ทันไตร่ตรองให้ดี....ว่าแท้ที่จริงแล้วเจตนาของพี่เจ้าคืออะไร....”      นัยน์ตากลมโตมองสบประสานมาด้วยแววตาจริงจังทั้งขอร้อง อ้อมแขนเล็กๆยังคงกอดร่างสีดำที่ทำได้แค่นิ่งฟังอย่างไม่มีแรงจะขยับอีก

“ ฮิบาริ เคียวยะ ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าเจ้าจริงๆ.....”        คำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากสีระเรื่อมีแต่จะทำให้ใบหน้าคมของยามาโมโตะนิ่งงัน

“ สิ่งที่เจ้าทำลงไปกับอาของเจ้า มันไม่ใช่เรื่องที่เจ้าเมืองอย่างเขาจะนิ่งดูดายได้เจ้าก็รู้....เจ้าฆ่าคน.....ฆ่าคนทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในสภาวะสงคราม.....ฆ่าคนอย่างอุกอาจขนาดนั้นเจ้าคิดว่าเจ้าจะถูกเพิกเฉยต่อการลงโทษได้หรือไงกัน.....คิดว่าเจ้าจะยังอยู่ในคามาคุระได้โดยที่ใครๆจะไม่รู้สึกอะไรกับเจ้าเลยหรือยังไงกัน....พี่ชายของเจ้าเป็นผู้ปกครองคามาคุระ หากเขาไม่ลงโทษเจ้า ปล่อยเจ้าลอยนวลต่อไป แล้วใครจะยังเชื่อถืออีก....และต่อให้มันเป็นคำสั่งประหาร แต่คนที่ส่งไปฆ่าเจ้ากลับเป็นแค่พวกไร้น้ำยาซึ่งเป็นลูกน้องอาของเจ้า...พวกเขามีความแค้นกับเจ้าอยู่ ในเมื่อเจ้าเป็นคนก่อมันขึ้นมา พี่ของเจ้าก็แค่ต้องการให้เจ้าสะสางเรื่องของเจ้าด้วยตัวเองก็เท่านั้น”

“ แล้วจะกลับมาคามาคุระในฐานะตัวแทนของความหวาดกลัวที่จะทำให้ผู้คนไม่กล้าหือกับเจ้าอีก....หรือจะหนีไปที่ไหนกันสองคนมันก็แล้วแต่เจ้า”

“ เพราะฉะนั้นเมื่อพี่เจ้ารู้ ว่าข้าปล่อยพวกเจ้าไปแล้ว เขาจึงไม่ได้คิดที่จะไปตามล่าตัวพวกเจ้ากลับมาประหารอีก.....ถ้าฮิบาริ เคียวยะต้องการฆ่าพวกเจ้าจริงๆ....ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะส่งทหารตามเจ้าไปแค่กองเดียว แต่เขาต้องตามล่าตัวเจ้าด้วยตัวของเขาเองต่างหาก”

“ ยามาโมโตะ.....ข้ารู้....ว่าลึกๆในใจเจ้า....ก็คงเดาได้....ถึงเจตนาที่แท้จริงของพี่ชายเจ้า”


คำพูดที่ราวกับจะตอกย้ำมีแต่จะทำให้ใบหน้าคมถึงกับถอนหายใจออกมา

ใช่....เขารู้....รู้มาตลอด...ว่าผู้เป็นพี่ชายไม่ได้เอาจริง

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แค่ให้อภัยไม่ได้....กับคำสั่งประหารที่มีให้โกคุเดระ ฮายาโตะ

ใบหน้าคมก้มลงไปมองใบหน้าสวยของคนที่กอดตนอยู่ นัยน์ตาสีมรกตในตอนนี้มันไม่มีแววมืดมนของคนที่ติดอยู่ในความแค้นหลงเหลืออยู่อีก


คมดาบสีดำจึงยอมลดลงไป....ในที่สุด......


เสียงฝีเท้าวิ่งเร็วๆเข้ามาก่อนจะเห็นหน้าทหารอิสุและพี่ชายคนโตที่คงจะเพิ่งมาจากสนามรบเพื่อมาสมทบทางนี้ ทั้งหมดกำลังตรงเข้ามาล้อมพวกเขาเอาไว้ สายตาทุกคู่ต่างรอฟังคำสั่งจากร่างสูงใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

“ ประกาศออกไป....ว่าอิสุมีชัยชนะเหนือคามาคุระแล้ว....และข้า....ยามาโมโตะ ทาเคชิ....คือคนที่จะปกครองคามาคุระต่อไป”











และไม่นาน เสียงโห่ร้องก็ดังก้องอยู่ทั่วผืนดินอิสุ.....














“ แต่ข้าไม่ยอมให้ฮายาโตะไปอยู่ที่คามาคุระกับเจ้าแน่!

พี่ชายคนโตของโกคุเดระยื่นคำขาดทันทีในที่ประชุมของครอบครัว...ตอนนี้ตระกูลโกคุเดระกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่ในอิสุเรียบร้อยแล้วหลังจากที่ประกาศชัยชนะและเป็นอิสระจากการปกครองของคามาคุระ

เหล่าทหารต่างแยกย้ายกันไปพักเพราะหลังจากนี้คงจะต้องเจองานหนักกับสิ่งที่สงครามหลงเหลือเอาไว้ให้

บ้านเมืองที่เหลือแต่เศษซากซ้ำยังถูกทิ้งร้างมานานคงต้องถูกบูรณะกันครั้งใหญ่


ไม่มีใครอยากให้สงครามเกิดขึ้นมาอีก.....หากจะต้องมาพบเจอกับสภาพแบบนี้



“ ถ้าโกคุเดระไม่ไป....ข้าก็ไม่ไปด้วย....เจ้าคิดว่าข้าทำสงครามมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ข้าต้องมาแยกกันอยู่กับโกคุเดระหรือยังไง?”      ร่างสูงใหญ่ของยามาโมโตะยืนกอดอกเถียงพี่ชายคนโตด้วยใบหน้านิ่ง

“ ถ้าเจ้าไม่ไปแล้วจะปกครองคามาคุระได้ยัง?”         พี่ชายคนโตเริ่มย้ายมือมาเท้าสะเอวก่อนจะพูดใส่ไอ้คนที่พูดไม่รู้เรื่องตรงหน้า

“ ถ้างั้นโกคุเดระก็ต้องไปกับข้าด้วย”       อีกคนก็ยังคงยืนกรานความต้องการของตัวเอง โดยที่คนในครอบครัวคนอื่นๆได้แต่ยืนมองทั้งสองคนเถียงกันโดยไม่รู้จะพูดอะไร

“ แต่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่แสนอันตรายอย่างคามาคุระ จะให้ข้ายอมให้ฮายาโตะไปอยู่ได้ยังไง....ไม่ได้....ยังไงก็ไปไม่ได้!”      คนที่นั่งฟังอยู่โดยรอบต่างแอบถอนหายใจในความเอาแต่ใจของคนทั้งคู่.....ไม่ยักรู้ว่าแม่ทัพผู้น่าเกรงขามในสนามรบจะกลายเป็นเหมือนเด็กเอาแต่ใจเมื่ออยู่ในบ้าน

พี่ชายคนโตไม่ยอมให้น้องเล็กสุดที่รักอย่าง โกคุเดระ ฮายาโตะ ตามไปอยู่กับ ยามาโมโตะ ทาเคชิ ที่ต้องกลับไปปกครองคามาคุระ เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายจากบ้านเมืองที่กำลังระส่ำระสายเพราะต้องเปลี่ยนผู้ปกครอง ซ้ำยังเป็นคนที่เพิ่งจะก่อเรื่องแล้วหนีไปร่วมมือกับอิสุอีกต่างหาก....กลัว...ว่าจะมีใครคิดแค้น เพราะคนที่จงรักภักดีต่อ ฮิบาริ เคียวยะเองก็คงมีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

ส่วนคนที่ได้ชื่อว่าน้องเขยกลับยืนกรานว่า ถ้าโกคุเดระ ฮายาโตะ ไม่ไปด้วย ตนก็จะไม่กลับคามาคุระเช่นกัน.....แล้วถ้าอย่างนั้นจะปกครองคามาคุระได้ยังไง

และในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมลดราวาศอก จึงยังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงมาตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว


“ เอาละๆ....ปล่อยพวกเจ้าเถียงกันไปแบบนี้มีหวังเย็นนี้คงไม่ได้กินข้าวกันพอดี”        และแล้วก็เป็นเสียงนุ่มนวลของนายหญิงโกคุเดระที่ยื่นมือเข้ามาสอด ในขณะที่คนอื่นๆต่างทำหน้าเอือมระอาและกะว่าจะปล่อยให้เถียงกันให้พอใจตามประสาคนที่ไม่ค่อยจะลงรอยกัน

“ เจ้า....จะไม่ยอมปล่อยให้ฮายาโตะไปคามาคุระใช่ไหม?”       ผู้เป็นแม่หันไปถามลูกชายคนโตที่พยักหน้ารับทันที

“ ส่วนเจ้า....ก็จะไม่ไปไหนถ้าฮายาโตะยังอยู่ที่นี่ใช่ไหม?”       ใบหน้างดงามหันไปถามคู่กรณีและคำตอบก็ออกมาเหมือนกัน

“ ถ้าเช่นนั้นปัญหาของเรื่องนี้ก็มีอยู่แค่เรื่องเดียว....คือหาใครสักคนไปปกครองคามาคุระ....ใช่ไหม?”       ใบหน้าของทั้งคู่พยักลงพร้อมกัน

“ ถ้าเช่นนั้น.......”        แล้วใบหน้างดงามของนายหญิงแห่งตระกูลโกคุเดระก็หันไปหาร่างเล็กบางของลูกชายต่างภรรยาที่นั่งอยู่ในที่ประชุมด้วยเพราะถือว่าเป็นคนของตระกูลเช่นกัน

“ สึนะโยชิ.....เจ้าช่วยดูแลคนที่จะปกครองคามาคุระต่อให้พวกเราได้ไหม”        ไม่ใช่แค่นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตเท่านั้น แต่ดวงตาของทุกๆคนในบ้านต่างก็เบิกกว้างไปกับคำพูดของผู้เป็นแม่

อาจจะมีแค่เจ้าของนัยน์ตาสีเปลือกไม้....ที่ไม่ได้รู้สึกตกใจแถมยังเป็นฝ่ายลอบยิ้ม

“ ท่านแม่! ท่านหมายความว่าจะให้ ฮิบาริ เคียวยะ......”         ลูกชายคนโตยอมปล่อยประเด็นของยามาโมโตะให้ตกไปก่อนจะมาตกใจกับความคิดของผู้เป็นแม่แทน....ถึงจะรู้ดีว่าผู้ชายอันตรายคนนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจาก ยามาโมโตะ ทาเคชิ แต่ ฮิบาริ เคียวยะก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่ภายใต้อำนาจของใคร....จะยอมฟัง สึนะโยชิแค่ไหน.....

อีกทั้งกับสึนะโยชิเอง....เด็กคนนั้นจะยอมให้อภัยคนที่หลอกใช้ตนง่ายๆอย่างพวกเขางั้นหรือ?

สายเลือดที่มีร่วมกันเพียงครึ่งเดียว อีกทั้งยังแทบไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย จะทำให้พวกเขาเชื่อใจ...ว่าทั้งสองคนจะไม่ลุกขึ้นมาก่อสงครามเพื่อเอาอิสุไปอยู่ใต้ฝ่าเท้าของตนอีกอย่างนั้นหรือ?



สายตาและใบหน้าที่แสดงออกว่ายังคงเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจของพวกพี่ชายทำให้ใบหน้าน่ารักก้มลงไปมองพื้นอย่างรู้ตัวดี....ว่าน้องชายที่มีสายเลือดร่วมกันเพียงครึ่งเดียวอย่างเขาคงไม่อาจทำให้ใครเชื่อใจได้....ว่าจะไม่คิดก่อสงครามขึ้นมาอีก

ทั้งๆที่เขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถกล่อมผู้ชายคนนั้นได้....ฮิบาริ เคียวยะ ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่ใครๆคิด....แต่หากไม่มีใครเชื่อเหมือนที่เขาเชื่อ....มันก็คงไม่มีความหมายอะไร....

แต่แล้วในขณะที่ทุกคนต่างยังจมอยู่กับความคลางแคลงใจ เสียงใสของคนที่เป็นดั่งหัวใจของอิสุกลับเอ่ยออกมา ให้นัยน์ตากลมโตถึงกับเบิกกว้าง

“ ทำได้สิ! ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้ ท่านพี่!”        ใบหน้าสวยของน้องเล็กยิ้มสดใสมาให้พี่ชายต่างมารดา ที่ยังมีสีหน้าตกตะลึง

ถึงแม้คำพูดมันจะต่างกัน ทว่ามันกลับทำให้เขานึกถึงเสียงใสที่เคยตะโกนอยู่ไม่ไกลว่า


อธิษฐานสิ!’


และมันก็เป็นคำพูดที่ทำให้เขายืนหยัดขึ้นมาได้ทุกครั้งไม่ว่าจะล้มลงไปมากแค่ไหน....เป็นคำพูด...ที่เต็มไปด้วยพลังและกำลังใจให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป


และมันก็เป็นคำพูด....ที่เปลี่ยนสายตาของพี่ชายให้หันมาเชื่อใจเขาได้ด้วยเช่นกัน

สองมือเล็กจับลงไปที่สองมือของผู้เป็นน้องชายก่อนจะส่งยิ้มไปให้

“ ได้สิฮายาโตะ....เรื่องที่คามาคุระให้ข้าจัดการเอง”





การประชุมที่ผ่านมาอย่างยาวนานในที่สุดก็หาข้อสรุปได้เสียที ต่างฝ่ายจึงต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน

ถึงแม้ว่าพวกพี่ชายจะไม่ได้เชื่อเต็มร้อย แต่ทว่ามันก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้

ในเมื่อพวกตนก็ไม่สามารถปล่อยน้องเล็กให้ต้องไปอยู่ในที่ที่อันตรายแบบนั้นได้และก็เข้าใจความรู้สึกของยามาโมโตะ ทาเคชิที่เถียงหัวชนฝาไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมไป...ถึงจะทำตัวเอาแต่ใจแต่กับคนที่ทำลายบ้านเมืองจนราบคาบเพื่อให้ได้ตัวฮายาโตะไป คงไม่มีอะไรสำคัญกว่าการได้อยู่ด้วยกัน

ถึงแม้จะไม่รู้เลยว่า การปล่อย ฮิบาริ เคียวยะ กลับไป จะเป็นการปล่อยเสือเข้าป่าหรือไม่....แต่ยังไงซะก็อาจจะไม่มีอะไรต้องกลัว ในเมื่ออิสุเองก็ยังมีเสืออยู่อีกตัว

ตราบใดที่ ยามาโมโตะ ทาเคชิ ยังอยู่ในอิสุ....พวกเขารู้ว่าที่นี่จะยังปลอดภัย








ร่างสองร่างของพี่น้องแห่งอิสุเดินเคียงคู่กันไปท่ามกลางแสงจันทร์ที่ฉาบไล้ลงมาทั่วสวน

“ จะต้องกลับคามาคุระคืนนี้เลยอย่างนั้นหรอ?”         เสียงหงอยๆเอ่ยออกมาจากใบหน้าสวย ทำให้ผู้เป็นพี่ชายหันไปมองด้วยรอยยิ้ม

“ คนคนนั้นน่ะ ไม่อยากจะอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียวนั่นแหละ ข้าต้องรีบพากลับไปก่อนที่จะอาละวาด”      ใบหน้าน่ารักที่เอ่ยถึงฮิบาริ เคียวยะที่ยังถูกขังอยู่ในคุกของเนินล้างโลหิตนั้นเต็มไปด้วยความสุข

“ ท่านพี่....ข้าขอโทษ....กับสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด....ทั้งๆที่เจ้าดีกับข้า....แต่ข้ากับยามาโมโตะก็ยังทรยศ ยังหลอกใช้ความเชื่อใจของเจ้าได้....”       ปลายเสียงที่รู้สึกผิดทำให้มือของผู้เป็นพี่ชายเอื้อมไปลูบเส้นผมสีเงินเบาๆอย่างเอ็นดู

“ ข้ารู้...ข้าเข้าใจ....ว่าทำไมเจ้าถึงต้องทำแบบนั้น....มันเป็นสิ่งที่ยากจะอภัยให้พวกเจ้าได้....แต่ข้าก็อยากจะเลือกการให้อภัย”      สิ่งที่ผู้เป็นพี่ชายพูดออกมาทำให้นัยน์ตาสีมรกตถึงกับน้ำตาคลอ

“ ดูบ้านของเจ้าสิ...ทั้งๆที่มันเคยสวยงามแต่กลับต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้....ดูเมืองอิสุที่เคยเจริญรุ่งเรืองสิ...ต้องล่มสลายกลายเป็นซากปรักหักพังแบบนี้....ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะสงคราม....เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมให้อภัย”

“ ข้าไม่อยากให้มันเกิดขึ้นมาอีก....ไม่ว่าจะที่คามาคุระหรืออิสุ”

“ ท่านแม่ของเจ้าเคยบอกกับข้าว่า....สิ่งที่จะหยุดยั้งสงครามได้ก็คือสายสัมพันธ์....และเจ้าก็เป็นคนยื่นมันมาให้กับข้า....ฮายาโตะ....ข้าสัญญาว่าตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ คามาคุระจะไม่คิดทำสงครามกับอิสุอีก”

สิ่งที่นัยน์ตากลมโตสื่อออกมามันบ่งบอกถึงคำสัญญานั้นได้เป็นอย่างดี ใบหน้าสวยของผู้เป็นน้องชายจึงรับสัญญานั้นด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆหันไปมองท้องฟ้ายามราตรี

หากจะมีดาวตกลงมาสักดวง...

พวกเขาคงอธิษฐานด้วยเสียงเดียวกัน....


ขอให้สายสัมพันธ์นี้คงอยู่ไปชั่วกาลนาน....










เสียงแซ่กแซ่กแหวกหญ้าสูงท่วมเข่าหยุดลงตรงหน้าคุกฝั่งตะวันออกของเนินล้างโลหิต

ร่างสูงใหญ่หันหลังพิงลูกกรงไม้ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวพร่างพราว....รังสีดำทะมึนยังคงถูกส่งออกมาจากหลังกรงขังไม่ได้หยุด....และนั่นมันก็ทำให้ใบหน้าคมของผู้เป็นน้องชายยิ้มสบายๆ

“ เป็นไงบ้างล่ะ? คนที่ดีแต่จับคนอื่นขังอย่างเจ้า ต้องมาถูกขังเสียเองมันรู้สึกยังไง?”      น้ำเสียงติดจะกวนประสาทเอ่ยลอยๆ และเพราะว่าแสงจันทร์ส่องเข้าไปไม่ถึงด้านในของคุกจึงทำให้ไม่รู้...ว่าเจ้าเมืองคามาคุระกำลังทำหน้ายังไงอยู่

“..............”      แต่ความนิ่งเงียบก็ทำให้รู้ว่าคงไม่ได้พอใจกับสภาพแบบนี้นักหรอก

“ ฮึ....”       ผู้เป็นน้องชายได้แต่กอดอกพรางหัวเราะในลำคอ ต่อให้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง สำหรับพวกเขาก็ไม่มีเรื่องอะไรให้พูดกันอยู่ดี

“ ข้ากับเจ้า...เราต่างก็คิดว่าเราเป็นเจ้าของ....แต่แท้ที่จริงแล้ว...นกสองตัวนั้นต่างหากที่ทำให้เราละสายตาจากไปไม่ได้…….จากนี้ไป ข้าขอคืนกรงให้กับเจ้า เพราะนกของข้ามีกรงที่น่าอยู่กว่าแล้ว”

ถึงแม้จะมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา แต่นัยน์ตาสีเปลือกไม้ก็ยังคงยิ้ม ร่างสูงใหญ่เตรียมจะก้าวเดินจากไป ทิ้งเอาไว้เพียงคำพูดที่ทำให้คนที่อยู่ในห้องขังได้แต่เอนหลังพิงผนังอย่างปล่อยวาง

“ เหตุผลที่ข้าปล่อยเจ้าไป ข้าคิดว่าเจ้าคงเข้าใจ....มันไม่ใช่ความสมเพช....แต่มันคือเหตุผลเดียวกับที่เจ้าไม่คิดจะฆ่าข้าอย่างจริงจังนั่นแหละ...พี่ชาย”










รถเทียมม้าออกตัวช้าๆท่ามกลางการโบกมือลาที่ถูกส่งมาจากผู้เป็นน้องชาย นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตมองใบหน้าสวยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะโบกมือกลับไป

แรงโยกเยกยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามจังหวะการวิ่งของม้าและมันก็ทำให้สองคนที่มายืนส่งอยู่นั้นค่อยๆไกลออกไปจากสายตาทุกทีๆ

“ แผลเจ้าเป็นยังไงบ้าง?”     ใบหน้าน่ารักหันกลับมาหาคนที่ยังนั่งหน้านิ่งเอนหลังพิงอยู่กับผนังรถเทียมม้า

เพราะตั้งแต่ตอนนั้นพวกเขาก็ถูกจับแยกออกจากกัน.....ฮิบาริ เคียวยะ ถูกจับไปขังอยู่ในคุกของเนินล้างโลหิตทันทีเพราะต่างก็ไม่มีใครกล้าปล่อยเอาไว้ในห้องธรรมดา หมอถูกตามไปรักษาให้ในคุก ส่วนเขาเองก็ได้แต่ยืนมองอีกฝ่ายอยู่อีกฝั่งของกรงขัง

ทั้งๆที่อยากจะเข้าไปลูบไล้ใบหน้าที่ถึงแม้จะดูเย็นชา แต่เขาก็รู้ว่า ฮิบาริ เคียวยะ กำลังเจ็บปวด....

เจ็บปวด...ที่ต้องเสียคามาคุระไป....


ร่างเล็กบางขยับชันเข่าเข้าไปนั่งลงตรงหน้าคนที่ยังทำหน้านิ่ง ต่อให้ร่างกายจะโอนไปเอนมาตามแรงของรถเทียมม้าแต่มือเล็กก็ยังเอื้อมออกไปก่อนจะแตะลงที่บาดแผลที่ถูกพันเอาไว้อย่างดี ปลายนิ้วค่อยๆลากขึ้นไปตามกล้ามเนื้อ...ผ่านแผ่นอกแข็งแกร่งและลาดไหล่ที่เคยปกป้องเขาเอาไว้จากคมดาบก่อนจะหยุดลงที่ปลายคาง

มือเล็กค่อยๆเลื่อนไปประคองใบหน้าคมก่อนจะยันตัวเองให้คุกเข่าจนใบหน้าของเขาสูงพอ.....ที่จะแนบริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของร่างสูง

ความโหยหา ความห่วงใย ส่งผลให้จูบที่แสนแผ่วเบากลับตราตรึงเข้าไปในทุกอณูของร่างกาย….

ใบหน้าน่ารักละออกมาช้าๆ ก่อนที่สายตาทั้งสองคู่จะสบประสานกัน ในระยะที่ใกล้จนแม้แต่ลมหายใจก็ไปถึง

นัยน์ตากลมโตสั่นพร่าก่อนจะเอ่ยสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในใจออกไป

“ ข้าขอโทษ.....”

“ ทุกอย่าง....มันเป็น....ความผิดของข้าเอง....ขอโทษ...ที่ข้าไม่เชื่อใจเจ้า....ขอโทษ...ที่หนีออกมา.....ขอโทษ...ที่ทรยศหักหลังเจ้าตั้งไม่รู้กี่ครั้ง....แต่เจ้าก็ยังออกมาตามหาข้า ยังออกมาช่วยข้า...จนเจ้าต้องเสียแผ่นดินที่เจ้ารักยิ่งกว่าชีวิตไป.....ข้าขอโทษ......ขอโทษ..........”        ใบหน้าเล็กก้มลงไปมองพื้นอย่างไม่อาจสู้สายตาคมกล้าคู่นั้นได้ หยดน้ำตาร่วงลงไปก่อนจะซึมหายไปกับเสื่อทาทามิ  สองมือที่เคยประคองใบหน้าคมอยู่ค่อยๆละออกมาเพราะรู้ดีว่ามือคู่นี้ไม่สมควรที่จะไปแตะต้องคนตรงหน้าอีก

มือที่เอาแต่สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้า.....


แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้ละไปจากปลายคาง ข้อมือทั้งสองข้างกลับถูกมือใหญ่รวบเอาไว้ 

แล้วก็กลายเป็นใบหน้าคมที่ก้มลงมาจูบอีกครั้ง...

รสจูบนั้นไม่ได้แผ่วเบาเหมือนที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ครั้งนี้มันกลับเร่าร้อนเอาแต่ใจ ซ้ำยังรุกเร้ารุนแรง ความหอมหวาน การหายใจแทบจะถูกดูดไปจนหมด แล้วเสียงหอบก็ดังขึ้นมาทันทีที่ใบหน้าละออกจากกัน

ใบหน้าคมจ้องมองมาที่ใบหน้าเล็กทั้งๆที่ลมหายใจยังไม่ปกติ อ้อมแขนแข็งแกร่งดึงลำตัวบางเข้ามากอดรัดเอาไว้แน่น จนนัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ได้แต่เบิกกว้างอยู่กับแผ่นอกของอีกฝ่าย

แล้วเสียงหัวใจเต้นแรงที่ได้ยินก็ทำให้นัยน์ตากลมโตที่เบิกขึ้นค่อยๆหรี่ลง ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาทั่วร่างทำให้ใบหน้าที่เศร้าหมองค่อยๆแปรเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้ม

ต่อให้ร่างสูงจะไม่ได้พูดอะไร แต่การแสดงออกของฮิบาริ เคียวยะ ก็ทำให้เขารู้....ว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเขามากแค่ไหน

รักเขา....มากแค่ไหน....


ร่างเล็กบางจึงยอมจมหายไปในอ้อมแขนโดยไม่ดิ้นหนีไปไหนอีก....จะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดมาทำให้เขาต้องแยกจากอ้อมแขนคู่นี้อีก....จะเก็บมันเอาไว้เพื่อเป็นบทเรียน เป็นความทรงจำ....เพราะมันทำให้เขาได้รู้จักกับคำว่า.....รัก....



“ เจ้าเจ็บใจและเคียดแค้นหรือเปล่าที่ศึกคราวนี้เจ้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้”       น้ำเสียงอู้อี้ดังออกมาจากอกเสื้อ นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ใสแจ๋วเงยมองใบหน้าคม....เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบความพ่ายแพ้และก็เป็นคนที่ชนะมาตลอดชีวิต....

แต่มือใหญ่กลับย้ายมาประคองใบหน้าเล็กเอาไว้ ก่อนที่นัยน์ตาสีดำจะจ้องมองมาอย่างไม่วางตา น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก....กับประโยคที่ทำเอาน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว...


“ สิ่งที่ข้าได้กลับคืนมา.....มันทำให้ข้าคิดว่าข้าไม่ได้พ่ายแพ้....”


ใบหน้าเล็กยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะก้มมองพื้นอย่างเขินอายร่างกายยังคงอิงแอบแนบชิด....


ไออุ่นกรุ่นอยู่ในรถเทียมม้า....ที่ยังคงมุ่งหน้ากลับคามาคุระ...


กลับไปยัง “บ้าน” ของตน



นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้แลมองไปที่ท้องฟ้ายามราตรี....ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีดาวตกลงมาก็ไม่เป็นไร


เพราะข้าแค่อยากจะขอบคุณ...


ที่ช่วยทำให้คำขอของข้า.....เป็นจริงขึ้นมา....













บาดแผลจากสงครามค่อยๆจางหายไป เฉกเช่นเดียวกับสภาพบ้านเรือนของอิสุที่ค่อยๆถูกบูรณะขึ้นมาใหม่

ที่บ้านใหญ่ของตระกูลโกคุเดระเองก็เต็มไปด้วยเสียงตอกตะปูและเสียงโหวกเหวกโวยวายไม่แพ้ที่อื่นๆ ทั้งข้ารับใช้ทั้งเจ้านายต่างลงมือลงแรงให้คฤหาสน์อิสุที่เคยงดงามกลับคืนสู่สภาพเดิม

ร่างบอบบางในกิโมโนสีขาวหอบกระดาษสาญี่ปุ่นเดินเข้าไปในห้องของตัวเองซึ่งนับว่าเป็นส่วนที่เสียหายน้อยที่สุดของบ้าน มีเพียงประตูโชจิเท่านั้นที่ต้องเปลี่ยนกระดาษสาใหม่ เพราะกระดาษที่ติดอยู่เดิมเต็มไปด้วยรอยขาดวิ่น  

ใบหน้าสวยหันไปมองผนังที่เคยกั้นระหว่างห้องของเขากับห้องของยามาโมโตะที่บัดนี้ถูกถอดออกไปแล้วทำให้ห้องทั้งสองกลายเป็นห้องเดียวกัน....พลันใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมา

หัวสีเงินสะบัดจนเส้นผมฟุ้งกระจายก่อนจะหันไปสนใจโครงประตูไม้ตรงหน้าต่อ กระดาษสาถูกวางลงไปที่พื้น แต่ยังไม่ทันจะได้ทากาวลงไป ใครบางคนก็เดินมาตามระเบียง

" กลับมาแล้วโกคุเดระ....เจ้าทำอะไรอยู่?"         ร่างสูงใหญ่เดินด้วยท่าทางสบายๆเข้ามาในห้อง ก่อนจะกอดหมับลงมาที่เอวบาง

" ปล่อยข้านะ! เจ้าไม่เห็นหรือไงว่าประตูนี่มันมีแต่รู คนข้างนอกมองเห็นไปถึงไหนต่อไหนน่ะ!"       ร่างบอบบางยังคงดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนแข็งแกร่ง ใบหน้าสวยหันมาแยกเขี้ยวใส่ทำให้ร่างสูงใหญ่จำต้องปล่อยไปแต่โดยดี

" ฮึ่ม....เจ้าบ้านี่...."       มือบางจัดคอกิโมโนให้เข้าที่ทั้งๆที่ยังมองอีกฝ่ายตาเขียว....เมื่อก่อนถึงจะชอบหยอกเย้าเขาแต่ก็ไม่เคยทำรุ่มร่ามด้วยขนาดนี้....หรือที่จริงแล้วหมอนี่เก็บมันไว้มาตลอดนะ? พอทุกอย่างถูกเปิดเผยเลยไม่คิดจะห้ามตัวเองอีกต่อไป....แล้วทำไมเขาจะต้องมาหน้าแดงด้วยเนี่ย?!!

" โอ๊ย?!! โกคุเดระ?"       พับกระดาษสาถูกฟาดใส่ร่างสูงใหญ่ที่ทำได้แค่รับมันไว้ก่อนจะจับตัวคนที่ทำร้ายตนให้อยู่นิ่งๆ ใบหน้าสวยแดงเถือกอย่างที่ดูก็รู้ว่ากำลังอาย ทำให้ใบหน้าคมได้แต่ยิ้มกริ่ม

" ทำอะไรอยู่น่ะ? ให้ข้าช่วยไหม?"        ร่างสูงใหญ่ยอมเปลี่ยนเรื่องเมื่อเหลือบไปเห็นประตูที่ยังคงไม่ได้แปะกระดาษ พรางคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าไอ้ประตูรอบๆห้องพวกนี้มันยังไม่เสร็จ ร่างบอบบางตรงหน้าก็คงจะไม่ยอมให้เขากอดแน่ๆ

" แล้วงานเจ้าล่ะ? เรียบร้อยแล้วหรอ?"      ร่างบอบบางละออกมาจากอ้อมแขนก่อนจะกลับไปซ่อมประตูต่อโดยมีอีกคนตามไปช่วยอยู่ข้างๆ

" ที่เหลือเป็นงานของช่างแล้วละ ข้าแค่ไปดูวันละครั้งก็พอ"       นัยน์ตาสีมรกตเหลือบมองใบหน้าคมของคนที่ยื่นมือไปทากาวบนโครงประตูไม้ด้วยท่าทางสบายๆ....ยามาโมโตะ รับหน้าที่คอยดูแลเรื่องการทำท่าเรือเพื่อสานต่อจากที่คามาคุระเคยเริ่มต้นเอาไว้...คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยของอิสุแทนที่จะขึ้นบัญชาการทุกอย่างเองทั้งๆที่มีสิทธิ์ทำได้ในฐานะคนที่ยึดครองเมืองนี้กลับคืนมา....แต่ยามาโมโตะก็ไม่ทำ

ร่างสูงใหญ่ยกหน้าที่ปกครองอิสุให้เป็นของพี่ชายคนโต....

ไม่ยอมขึ้นเป็นเจ้าเมือง....แต่ใครๆก็รู้กันดีว่าอิสุจะมีคนคนนี้อยู่เบื้องหลัง....


“ เจ้าคิดเอาไว้อยู่แล้วใช่ไหม? ว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้?”       ใบหน้าสวยพูดออกไปในขณะที่วางกระดาษสาลงบนโครงประตู

“ หื๋อ?”      แต่ใบหน้าคมกลับหันมาทำหน้าตาไม่รู้เรื่อง

“ ไม่ต้องมาทำหน้าไขสือ!

“ เจ้าตั้งใจจะปล่อยให้พี่ของเจ้าปกครองคามาคุระต่อไปตั้งแต่ที่ตัดสินใจไม่ฆ่านั่นแล้วใช่ไหม?”      

“ หึ....จะยังไงกันน้า....”       ใบหน้าคมพยายามบ่ายเบี่ยงแต่มีหรือที่ร่างบอบบางจะไม่รู้ทัน

ที่ยามาโมโตะประกาศว่าคามาคุระพ่ายแพ้ต่ออิสุ....ที่ยามาโมโตะไม่ได้ปล่อยพี่ชายตนกลับไปแต่โดยดีตั้งแต่แรก ก็เป็นเพราะถ้าทำแบบนั้น...ทั้งพี่ชายของเขา ทั้งทหารของอิสุคงจะไม่พอใจ....ว่าการรบที่ราวกับเล่นขายของของเด็กๆนี่มันคืออะไร พวกตนต้องหลั่งเลือดไปเพื่ออะไร ในเมื่อท้ายที่สุดก็จะปล่อยให้ฮิบาริ เคียวยะที่เป็นศัตรูลอยนวลกลับไป....แล้วก็เพราะยามาโมโตะเองก็รู้ดี....ว่ายังไงซะ ต่อให้อิสุชนะ....บรรดาพี่ๆของเขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้เขาไปไกลหูไกลตาถึงคามาคุระแน่

ยามาโมโตะเลยใช้มันเป็นข้ออ้าง....ว่าถ้าเขาไม่ไป....ตนเองก็จะไม่ไปด้วย

แล้วใครต่อใครที่รู้ดีว่า ที่ยามาโมโตะทำลงไปทุกอย่างก็เพื่อเขา ก็คงจะเข้าใจดีเรื่องที่ยามาโมโตะจะไม่ยอมแยกจากเขา และในเมื่อมันเป็นแบบนั้นก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้ ฮิบาริ เคียวยะ ปกครองคามาคุระต่อไปในฐานะเมืองพันธะของอิสุ

ต่อให้จะถูกเรียกว่ายังไง แต่ผลลัพธ์มันก็เป็นไปตามที่ยามาโมโตะต้องการ....นั่นก็คือ ผู้เป็นพี่ชายไม่ตายและได้คามาคุระคืนไป....ยังไงแผ่นดินผืนนั้นก็ยังอยู่ในมือของคนคนนั้นตามเดิม


“ เจ้ารู้ไหม...ว่าทำไมพ่อข้าถึงมีลูกชายแค่สองคน?”       แล้วจู่ๆคนที่บ่ายเบี่ยงมาตลอดกลับพูดออกมา

“ ใครจะไปรู้กะพ่อเจ้าล่ะ?!”        ใบหน้าสวยค้อนน้อยๆก่อนจะทำเป็นไม่สนใจทั้งที่จริงแล้วกำลังฟังอย่างตั้งใจ

“ ที่เขามีลูกแค่สองคนและกำหนดเอาไว้ว่าให้พี่ข้าเป็นว่าที่เจ้าเมืองตั้งแต่เกิด ส่วนข้าก็ถูกส่งตัวไปให้อยู่ในดินแดนของศัตรู....นั่นก็เพราะพ่อข้าตั้งใจเอาไว้ว่า....ลูกชายคนโตจะต้องเป็นหนึ่งเรื่องการปกครอง ส่วนลูกชายคนรองจะเป็นหนึ่งเรื่องการทำสงคราม....และเมื่อข้ากับพี่ข้าอยู่ด้วยกัน....ไม่ว่าใครก็จะไม่อาจต้านทานคามาคุระได้”

“ เพียงแต่พ่อข้าคาดการผิดไปนิด....นั่นก็คือพ่อข้าลืมตระหนักไปว่าดินแดนศัตรูอย่างอิสุ จะมีเจ้าอยู่”      ใบหน้าคมยิ้มเจ้าเล่ห์พรางจ้องมองมาทำให้ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้นอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่

“ แต่ถึงแม้จะผิดจากที่คาดไปเล็กน้อย แต่ความตั้งใจส่วนใหญ่ของพ่อข้าก็ยังสัมฤทธิ์ผล....พี่ข้าปกครองคามาคุระได้อย่างไม่มีที่ติ....ส่วนข้า...ไม่ว่าสงครามที่ไหนก็จะไม่มีคำว่าพ่ายแพ้....แต่หากข้ากับพี่ข้าสลับหน้าที่กัน....ผลมันคงไม่ออกมาเป็นแบบนี้”


“ ข้า....ปกครองบ้านเมืองไม่ได้หรอก โกคุเดระ.....”        


ใบหน้าสวยนิ่งอึ้งไปกับการยอมรับอย่างลูกผู้ชายของร่างสูง....เพราะแบบนี้นี่เองถึงได้ปฏิเสธ....ตอนที่พี่ๆของเขาต้องการให้ยามาโมโตะปกครองอิสุ....

แต่ทั้งๆที่รู้ตัวดีว่าไม่มีความสามารถด้านการปกครอง....ถึงอย่างนั้นตอนที่เขาถูกไล่ล่ากลับยอมรับที่จะทวงเมืองคืนมาและจะทำเรื่องที่ไม่ถนัดอย่างการเป็นเจ้าเมืองคามาคุระ...เพื่อไม่ให้ใครมาสั่งประหารเขาได้อีก

แก้มใสถึงกับร้อนผ่าว....ยามาโมโตะรักเขาขนาดไหน....คงไม่จำเป็นต้องถามกันอีกแล้ว....


“ ฮึ!....ยอมรับแล้วสินะ ว่าเจ้ามันก็เป็นได้แค่ไอ้จอมทำลายล้างเท่านั้นน่ะ!”       แต่จะให้ยอมกันง่ายๆก็คงไม่ใช่ลูกชายคนเล็กของตระกูลโกคุเดระ ใบหน้าสวยจึงยิ้มเยาะพรางมองร่างสูงด้วยสายตาเย้ยหยัน แต่อีกคนก็หาได้รู้สึกน้อยใจไม่ ใบหน้าคมกลับยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ใบหู

“ ใครว่าข้าเป็นได้แค่จอมทำลายล้างล่ะ....ข้าน่ะ....ยังมีอีกอย่างที่เป็นได้....นั่นก็คือสามีของเจ้าไงโกคุเดระ”      แค่นั้นแหละ ใบหน้าสวยก็ถึงกับแดงแปร๊ดในทันที มือบางบิดลงไปที่ท่อนแขนแข็งแรงเข้าเต็มรัก

" โอ๊ย! ฮ่าๆๆ"       เสียงหัวเราะถูกใจดูเหมือนจะดังกว่าเจ็บปวด ใบหน้าคมยังคงยิ้มร่าอย่างที่คงจะไม่มีใครเคยรู้ว่า แม่ทัพผู้สยบทุกดินแดนมาแล้วคนนี้จะยิ้มเป็น

นัยน์ตาสีมรกตลอบมองคนข้างๆที่ยังอารมณ์ดี....หากนึกย้อนไปถึงเมื่อวันแรกที่เจอกัน เขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีวันได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้

ใบหน้าสวยหันกลับมาสนใจบานประตูที่อยู่ตรงหน้า แต่ทว่ายังไม่ทันจะแปะเพิ่มไปได้เท่าไหร่....อะไรบางอย่างก็ยื่นออกมาให้เห็นเต็มสองตา


.....กังหันอันน้อยที่ทำจากกระดาษสา.....


นัยน์ตาสีมรกตเบิกขึ้นก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่ยื่นมันมาให้

“ ตอนนี้ยังหากระดาษสีแดงไม่ได้....ยังไงก็ช่วยรับมันไปก่อนก็แล้วกันนะ...โกคุเดระ”        นัยน์ตาสีมรกตสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆยื่นมือออกไปรับมันมาพรางอมยิ้ม

“ เอาไว้ข้าจะทำสวนให้เจ้าใหม่ แล้วก็ปลูกหญ้ามอสให้เต็ม...เจ้าจะได้เอามันไปปักที่นั่น ทุกๆวัน...ทุกๆวัน....”        นัยน์ตาสีเปลือกไม้มองตรงไปที่ใบหน้าสวยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆหันไปมองสวนรกร้างที่หญ้าสูงท่วมขา ทว่าสวนนั้นกลับเต็มไปด้วยกังหันหลากสี ถึงแม้กระดาษจะซีดไปมากแล้วก็ตาม

ภาพของโกคุเดระที่นั่งพับกังหันแล้วค่อยๆปักมันจนเต็มสวนแจ่มชัดอยู่ในจินตนาการของเขา ร่างบอบบางที่ถูกกักขังตามลำพังอยู่ที่นี่คงเฝ้าภาวนาจากใจจริงให้เขาปลอดภัยต่อให้ตัวเองจะถูกพรากจากคำว่าอิสระไปแล้วก็ตาม

แค่คิดหัวใจก็ทั้งเจ็บปวดทั้งเต็มตื้นไปพร้อมๆกันจนมันแยกไม่ออก....ทั้งเศร้าหมองที่ต้องปล่อยให้โกคุเดระเผชิญกับเรื่องแบบนี้ ทั้งดีใจที่อีกฝ่ายเฝ้าคิดถึงเขาทุกวินาที

แต่จากนี้ไปเขาสัญญาว่าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก....

จะรัก...จะดูแล...จะห่วงใยให้ยิ่งกว่าชีวิตของเขา


นัยน์ตาสีเปลือกไม้เหลือบมองไปที่ท้องฟ้าใส....

ต่อให้ตอนนี้จะมองไม่เห็นดาวที่ตกลงมา...

แต่ว่าเขาจะทำคำที่เคยขอไว้....ให้เป็นจริง....




...โกคุเดระ ฮายาโตะ...

...ข้าจะอยู่กับเจ้า...ตลอดไป.....
























ฤดูกาลค่อยๆผันผ่านไปเรื่อยๆ

จวบจนฤดูใบไม้ผลิเวียนมาบรรจบครบสิบครั้ง.....ซากุระก็ยังคงชูช่อสง่างามสมความตั้งใจ....


















คฤหาสน์คามาคุระกลับคืนสู่สภาวะสงบสุขมานานนับสิบปี ตั้งแต่ที่ได้นายหญิงของบ้านคืนมา

ทุกๆหย่อมหญ้าของแผ่นดินที่มีแต่กลิ่นสงครามกลับสงบลงจนไม่น่าเชื่อว่าเมื่อก่อนเคยเป็นดินแดนแห่งนักรบ

แต่กระนั้น เสียงดาบปะทะกันก็ยังคงดังลั่นออกมาจากโรงฝึกของคฤหาสน์คามาคุระไม่เคยเปลี่ยน

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือคนสองคนที่กำลังหันคมดาบเข้าหากันอยู่กลางห้องโถงกว้าง กลับไม่ใช่เจ้าเมืองคามาคุระกับนายหญิงของบ้านอย่างที่ทหารต่างชินตามาเป็นสิบๆปี

เพราะช่วงสี่ห้าปีหลังมานี้ คู่ฝึกของทั้งสองคนกลับกลายเป็นเด็กชายผมสีดำที่อายุยังไม่ถึงเก้าปีดีด้วยซ้ำ

นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้กลมโตยืนมองร่างสูงสง่าของฮิบาริ เคียวยะที่กำลังส่งจิตสังหารให้กับเด็กชายผมดำที่ก็จ้องเขม็งสวนกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้ ปลายดาบคมกล้าต่างชี้ไปที่หน้าของอีกฝ่าย หากไม่รู้ว่านี่คือการฝึกซ้อมคงต้องคิดว่าทั้งคู่กำลังต่อสู้กันอยู่แน่ๆ

ยังออมมือไม่เป็นเหมือนเดิมเลยนะ....เจ้าเมืองคามาคุระคนนั้น...


ใบหน้าน่ารักส่ายน้อยๆพรางอมยิ้ม มือเล็กยกผ้าขึ้นมาซับเหงื่อตามใบหน้า ก่อนจะมองไปยังเด็กชายผมดำอย่างภาคภูมิใจ


ยามาโมโตะ ทาเครุ.....คือชื่อของเด็กชายตรงหน้า


จะไม่ให้เขาภาคภูมิใจได้ยังไง ในเมื่อเขาเป็นคนเลี้ยงเด็กคนนั้นมากับมือตั้งแต่แรกเกิด

ทาเครุ คือลูกชายของลูกหลานคนสำคัญจากสายตระกูลยามาโมโตะ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าพ่อของเด็กคนนั้นจะเคยประลองดาบกับฮายาโตะในงานชิงดาบด้วย....

เพียงแต่ตอนนี้ทั้งพ่อทั้งแม่ของเด็กคนนั้น....ไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว....

ยามาโมโตะ ทาเครุ จึงถูกเลี้ยงดูมาในฐานะทายาทเพียงหนึ่งเดียวของเจ้าเมืองคามาคุระแทน


ร่างสูงสง่าของเจ้าเมืองคามาคุระลดดาบในมือลงหลังจากที่คิดว่าการสอนของวันนี้เพียงพอแล้ว  ฮิบาริ เคียวยะก้าวเดินมาหาเขาในขณะที่ปล่อยให้เด็กชายผมดำทบทวนเพลงดาบกับนายทหารต่อไป

ใบหน้าของเด็กชายยังคงนิ่งสนิทไม่ได้ต่างไปจากใบหน้าของผู้ปกครองเลยแม้แต่น้อย  ความคมคายบนใบหน้าเล็กๆนั่นทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่าคงจะหล่อเหลาไม่เบายามเติบใหญ่ ร่างกายเองก็มีโครงร่างที่สมบูรณ์....ข้ารับใช้หลายคนที่อยู่ที่นี่มาเกินยี่สิบปีต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า....ถ้าโตไป...เด็กคนนั้นจะต้องเหมือนยามาโมโตะ ทาเคชิ อย่างแน่นอน

ร่างเล็กบางยังคงยืนมองไปที่เด็กชายปล่อยให้ฮิบาริ เคียวยะเช็ดหน้าเช็ดตาอยู่ข้างๆ

ถึงแม้หน้าตาจะคล้ายยามาโมโตะ แต่นิสัยนี่คงต้องบอกว่าแทบจะถอดแบบไปจากฮิบาริ เคียวยะ ก็ว่าได้....จริงอยู่ที่ลดความโหดร้ายลงไปมาก แต่ความเยือกเย็นจนแทบจะกลายเป็นด้านชา ทั้งยังไม่ค่อยจะยอมพูดยอมจา กลับอยู่ในตัวเด็กคนนั้นอย่างครบถ้วน

" ทั้งๆที่ข้าก็เลี้ยงดูมาด้วยความรักความอ่อนโยนแท้ๆ แล้วทำไมนิสัยถึงได้ไปเหมือนพวกเจ้าสองพี่น้องไปได้นะ?"       ใบหน้าน่ารักถอนหายใจอย่างปลงๆ

" แต่อย่างน้อยเขาก็ยังรักเสียงดนตรี.....ถึงแม้ว่าจะเล่นโกโตะด้วยใบหน้าตายด้านแบบนั้นก็เถอะนะ....อ้า....ข้าละอยากจะเห็นทาเครุหัวเราะจริงๆ"        นัยน์ตาสีดำคมกล้าเหลือบมองร่างเล็กบางที่กำลังคร่ำครวญอยู่ข้างๆ ริมฝีปากชักรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกลับไปทำหน้านิ่งดังเดิม

" วันนี้ข้าจะออกไปลาดตระเวน บอกเจ้าเด็กนั่นให้ไปกับข้าด้วย"        เสียงทุ้มเอ่ยออกมาจากใบหน้าคม ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะเดินจากไป ใบหน้าน่ารักได้แต่มองตามอย่างอ่อนใจ.....ชักอยากจะรู้จริงๆว่าตอนฮิบาริ เคียวยะอยู่กับทาเครุสองคนจะพูดอะไรกันบ้างหรือเปล่า

ทั้งๆที่ทำตัวราวกับเป็นพ่อ แต่ก็ยังไม่ยอมพูดยอมจาเหมือนเดิม

" ทาเครุ"       ร่างเล็กบางเรียกเด็กชายผมดำ ก่อนจะพยักหน้าบอกให้ตามมา

ร่างสองร่างเดินเคียงคู่กันไปตามระเบียงทางเดิน เด็กชายผมดำยังคงมองไปตรงหน้าด้วยสายตานิ่งสนิท ต่างจากนัยน์ตากลมโตที่หันมามองสำรวจร่างกายเล็กๆด้วยสายตาอ่อนโยน

" เจ้าตัวโตขึ้นอีกแล้วสินะ สงสัยว่าข้าคงจะต้องปักผ้าแล้วตัดกิโมโนให้เจ้าใหม่"      เด็กชายผมดำยังคงนิ่งเฉย แต่ถึงจะไม่แสดงอาการอะไรออกมาทว่าแก้มใสกลับแดงระเรื่อ และปฏิกิริยาแบบนั้นมันก็ทำให้คนที่ฟูมฟักมากับมือถึงกับทนไม่ไหว

" อ๊า....ถ้าเจ้าอยากจะยิ้มก็ยิ้มออกมาสิ...."       ร่างบางคุกเข่าลงไปก่อนจะรวบลำตัวเล็กมากอดเอาไว้ ใบหน้าน่ารักแนบลงไปที่แก้มใสของเด็กชายก่อนจะฟัดไปมา

" ข้าต้องไปลาดตระเวน...."      ร่างเล็กที่ยืนนิ่งพูดออกมาเบาๆ ทำให้คนที่ยังกอดอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูยอมละออกไป

" ระวังตัวด้วยนะ...ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ค่อยมีอันตรายอะไรแล้วก็ตาม แต่เจ้าก็อย่าวู่วามล่ะ นะ?"       สองมือบางจับต้นแขนของเด็กชายที่ได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนที่แผ่นหลังเล็กๆจะเดินไปอีกฝั่งของระเบียงทางเดิน ปล่อยให้เจ้าของนัยน์ตากลมโตได้แต่ยืนมองจนลับสายตา

ถึงจะรู้ดีว่าเด็กตัวแค่นี้ไม่ควรจะไปเอาเรื่องเอาราวอะไรมากมาย แต่ทว่า ด้วยหน้าที่ในอนาคตที่เหมือนจะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ทำให้เด็กชายต้องถูกขัดเกลามากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ทั้งเรื่องเพลงดาบ การต่อสู้ เขตแดน การปกครอง.....และอีกไม่นาน เรื่องของการสงคราม....ยามาโมโตะ ทาเครุ ก็กำลังจะได้เรียนรู้กับครูที่ถือว่าเป็นหนึ่งโดยตรง

และเพราะแบบนั้นมันจึงทำให้เด็กชายมีเวลาเหลืออยู่ในคามาคุระอีกไม่มากแล้ว...












บ้านเมืองที่เคยล่มสลายกลับกลายมาเป็นเมืองเศรษฐกิจโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ด้วยทำเลของพื้นที่ซึ่งยื่นออกไปในทะเลทำให้อิสุกลายเป็นเมืองท่าที่ไม่ว่าจะเรือสินค้าจากที่ใดก็ล้วนต้องมาขึ้นฝั่งที่นี่ทั้งนั้น

แผ่นดินที่เหลือแต่ซากจึงกลับมามั่งคั่ง  ทั้งอาคารสถานที่หรือถนนหนทางต่างก็กลับมาสวยสดงดงามตามเดิม

ถึงแม้ภายนอกจะวุ่นวายไปกับการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า แต่ในบ้านใหญ่ของตระกูลโกคุเดระกลับยังคงเงียบสงบ

จะมีส่วนที่มักจะเสียงดังอยู่บ้างแต่มันก็เป็นไปตามประสาบ้านที่มีเด็กอยู่หลายคน เพราะบรรดาพี่ชายต่างก็มีทายาทของตนรายละคนสองคน

และหนึ่งในนั้น....ก็กำลังมุดออกมาจากกออะจิไซที่ปลูกไว้ในสวน....

ร่างเล็กๆยกมือขึ้นปัดเศษใบไม้ตามตัวออกลวกๆก่อนจะค่อยๆย่องขึ้นไปบนระเบียงทางเดิน กิโมโนที่เคยเป็นสีขาวรับกับผมยาวประบ่าสีเงินตอนนี้มันเต็มไปด้วยฝุ่นผงจนแทบจะดูไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่มันเคยเป็นสีขาว

" ฮายาโนะ!!"        เสียงตะโกนเรียกทำให้ร่างเล็กๆของเด็กหญิงสะดุ้งโหยงอย่างที่ดูก็รู้ว่ามีความผิดอะไรติดตัว

" ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้ว ว่าให้ล้างเท้าก่อนขึ้นบ้าน!"       แต่แทนที่จะสำนึกผิด ใบหน้าจิ้มลิ้มกลับหันไปทำแก้มป่องใส่คนที่เดินดุ่มๆเข้าไปหา นัยน์ตาสีมรกตกลมโตจ้องมองคนที่มีศักดิ์เป็นอาอย่างหาได้กลัวเกรง

" แล้วดูหัวหูซิ! ดูได้ซะที่ไหน ไปมุดอะไรมาเนี่ย?! ใบไม้ถึงได้ติดมาจนมอมแมมแบบนี้?!"      ร่างบอบบางที่แทบจะถอดแบบกันมากับเด็กหญิงตรงหน้ายกมือขึ้นท้าวสะเอวราวกับคุณแม่ขี้บ่น

" เจ้าเป็นเด็กผู้หญิงนะ ทำไมถึงได้ซนเป็นลิงขนาดนี้!"       อีกมือก็ชี้นิ้วขึ้นมาอย่างสั่งสอน ใบหน้าที่เรียกได้ว่าคล้ายกันมากกำลังจ้องเขม็งไปที่กันและกันอย่างไม่มีใครยอมก่อน

" ข้าไม่ได้ซนนะ! แล้วก็ไม่ได้ไปมุดอะไรมาด้วย! ท่านอานั่นแหละ บ่นข้ามากๆ ข้าจะเอาไปฟ้องท่านย่าว่าท่านรังแกข้า!"      เสียงใสเถียงออกมาทันใด ยิ่งทำให้คนที่ได้ชื่อว่าท่านอาถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

" หนอย....ข้าก็จะฟ้องท่านแม่ ว่าเจ้ามันดื้อ! แล้วก็เถียงคำไม่ตกฟาก!....ข้าละอยากจะรู้นักว่าเจ้าไปได้นิสัยแบบนี้มาจากใคร?!!"

ร่างสูงใหญ่ได้แต่ยืนมองสองอาหลานเถียงกันฉอดๆ ทั้งๆที่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นจะบอกว่าเป็นแม่ลูกกันก็ยังได้

เพราะ โกคุเดระ ฮายาโนะ....ลูกสาวเพียงคนเดียวของพี่ชายคนโตนั้นราวกับถอดแบบโกคุเดระ ฮายาโตะออกมาเลยน่ะสิ....

ไม่ว่าจะใบหน้าเล็กๆน่ารัก เส้นผมสีเงินเป็นประกาย สายตาแข็งกร้าวราวกับมรกต รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม....แค่ดูก็รู้...ว่าโตไปคงจะสวยไม่แพ้ผู้เป็นอาแน่ๆ

ขนาดนิสัยยังได้มาเกือบหมด....แต่ก็อาจจะต้องบอกว่าเป็นที่การเลี้ยงดูด้วยละมั้ง...ในเมื่อ โกคุเดระ ฮายาโนะ เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าเมืองอิสุ แล้วยังเป็นหลานคนเล็กในบรรดาลูกพี่ลูกน้องที่เกิดกับพี่ชายคนอื่นๆของโกคุเดระ ซ้ำยังเป็นเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวในบรรดาพี่ชายทั้งหมด จึงถูกรัก ถูกหวง ถูกตามใจมาตั้งแต่เกิด....เป็นเหมือนโกคุเดระ ฮายาโตะในสมัยก่อนไม่มีผิด

แล้วจะว่าไป...เพราะพี่สะใภ้ไม่ค่อยแข็งแรง...ฉะนั้นคนที่เลี้ยงดูเด็กคนนั้นมาก็ไม่ใช่ใคร....ก็โกคุเดระ ฮายาโตะเองนั่นแหละ....เพราะงั้นไอ้นิสัยดื้อ ปากไม่ตรงกับใจ ไม่ยอมใคร รักในความถูกต้อง ก็ได้มาจากคนเป็นอาแทบทั้งหมด

ร่างสูงใหญ่อมยิ้มพรางส่ายหน้าน้อยๆ ถ้าเขาไม่คอยห้าม สงสัยว่าวันนี้ก็คงจะยืนเถียงกันไม่จบไม่สิ้นอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ

“ โกคุเดระ...จดหมายจากคามาคุระถึงเจ้าแน่ะ....คงถึงเวลาแห่งสัญญาแล้วละ”      ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปแทรกระหว่างอาหลาน มือหนึ่งยื่นจดหมายให้ร่างบอบบางส่วนอีกมือหนึ่งก็รับร่างเล็กๆที่โผเข้ามากอดเอว

“ ท่านอาทาเคชิ พรุ่งนี้สอนข้าขี่ม้าบ้างสิ! ข้าจะเอาไปเยาะเย้ยเจ้าพวกพี่ๆบ้านั่น”      เป็นเพราะเขาตามใจ ไม่จู้จี้ขี้บ่นกับฮายาโนะเหมือนคนเป็นอาแท้ๆ ร่างเล็กจึงติดเขาแจและมักจะมาอ้อนให้สอนเพลงดาบมั่งละ ขี่ม้าบ้างละ อะไรก็แล้วแต่ที่เด็กผู้หญิงเค้าจะไม่ทำกัน

“ อย่างเจ้าน่ะ ไปเรียนปักผ้ากับท่านย่าเลย”      มือบางดึงตัวหลานสาวจอมแสบออกไป ใบหน้าเล็กยู่ยี่ก่อนจะแล่บลิ้นให้แล้ววิ่งหนีไป

“ หนอย....ทำไมถึงได้ลิงแบบนี้นะ! เพราะเจ้านั่นแหละยามาโมโตะ! ตามใจกันเกินไปแล้ว!”      ใบหน้าสวยหันมาแหว๋ใส่ก่อนจะกระทืบเท้าเดินจากไป....น่าน....กลายเป็นความผิดเขาซะงั้น....ต้องให้เขาเอากระจกไปส่องให้ไหม ว่าเด็กคนนั้นเหมือนตัวเองขนาดไหน

ใบหน้าคมได้แต่อมยิ้มพรางเดินตามไป


ยามบ่ายที่ไม่วุ่นวายทำให้บรรยากาศของเรือนฝั่งนี้ดูเงียบสงบ ร่างบอบบางที่เดินก้าวขาเข้ามาในห้องเหลือบมองสวนด้านในที่เต็มไปด้วยกังหันสีแดง

ยามาโมโตะยังคงทำกังหันกระดาษให้เขาทุกวัน....

รอยยิ้มน้อยๆปรากฏอยู่บนใบหน้าสวย แล้วมันก็ต้องยิ้มพรางขำออกมาเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกังหันเบี้ยวๆบูดๆที่ถูกปักแทรกๆอยู่กับกังหันอันที่ร่างสูงใหญ่ทำให้

ไม่ต้องบอกก็แยกออกว่าอันไหนเป็นของใคร....

“ โกคุเดระ ข้าไปลาดตระเวนนะ เจ้าตอบจดหมายของสึนะไปได้เลย”      ใบหน้าคมยื่นหน้าเข้ามาบอก

“ เข้าใจแล้ว....เจ้ารีบไปเลย...ก่อนที่เจ้าตัวแสบจะมาแง้วๆขอตามไปด้วย”      ร่างสูงใหญ่ยิ้มรับก่อนจะหายตัวไปจากบานประตู

และเพียงไม่นาน....เจ้าตัวแสบที่ว่าก็เดินหน้าบูดเข้ามาในห้องของผู้เป็นอาราวกับว่าเป็นห้องของตัวเอง

ร่างเล็กคงกลับไปอาบน้ำอาบท่าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใหม่ แก้มใสจึงแดงระเรื่อน่าสัมผัส และเมื่อนัยน์ตาซุกซนเห็นคนเป็นอานั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะเตี้ย ร่างเล็กจึงตรงดิ่งเข้าไปหาทันที

“ ท่านอา....ทำอะไรอยู่น่ะ?....คามา...คุระ.....?....ท่านกำลังเขียนจดหมายไปคามาคุระหรอ?”      ลำตัวเล็กมุดเข้ามาที่หน้าตักก่อนจะชะโงกหัวสีเงินไปอ่านตัวหนังสือที่อยู่บนกระดาษทั้งๆที่ยังไม่ได้รับอนุญาต

“ มานี่เลย....มัดผมให้มันเรียบร้อยหน่อยสิเจ้านี่”       แต่ผู้เป็นอาก็ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ดึงเจ้าคนที่ซนเป็นลิงไม่สมกับเป็นเด็กผู้หญิงให้นั่งลงบนตัก ก่อนที่มือบางจะรวบเส้นผมสีเงินนิ่มมัดครึ่งหัวให้

“ ข้าอยากไปคามาคุระบ้าง ท่านพาข้าไปด้วยนะ!”      ใบหน้าน่ารักหันมายิ้มดีใจทำให้ผู้เป็นอายิ้มอย่างระอา....อายุยังไม่ทันจะถึงแปดขวบดีแต่เจ้าเด็กนี่กลับรู้ไปซะทุกเรื่อง

“ ใครว่าข้าจะไป....ข้าแค่ส่งจดหมายไปหาท่านอาของเจ้าที่อยู่ที่นู่นต่างหาก”      และพอบอกไปแบบนั้น...

“ ขี้งก!”       ใบหน้าเล็กบูดขึ้นทันทีก่อนจะหนีออกไปจากอ้อมแขนบาง ใบหน้าสวยไม่ได้สนใจอาการงอนของหลานสาวแล้วนั่งเขียนจดหมายต่อไป

แต่อีกฝ่ายก็งอนอยู่ได้ไม่นาน มือเล็กแอบดึงกระดาษสีแดงออกมาจากตู้เก็บของของยามาโมโตะ ก่อนที่เด็กหญิงจะย้ายมานั่งเอาหลังพิงเอาไว้กับหลังของผู้เป็นอาแล้วก้มหน้าก้มตาพับกระดาษจนมันกลายเป็นกังหันหน้าตาแปลกๆจนได้

“ ข้าไม่ได้รักท่านหรอกนะ ฮึ!”      กังหันสีแดงยื่นมาให้ก่อนที่เจ้าตัวดีจะหันไปหยิบตำราขึ้นมาอ่านทั้งๆที่ยังไม่ยอมละไปจากแผ่นหลังของผู้เป็นอา

ถึงจะชอบเถียงกันแต่ฮายาโนะก็มักจะอยู่รอบๆตัวของโกคุเดระ ฮายาโตะ จนกลายเป็นภาพชินตา...ที่สองอาหลานมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ

สายลมเย็นๆพัดเอื่อยๆให้เส้นผมสีเงินพลิ้วไหวน้อยๆ บรรยากาศสบายๆทำให้คนที่เล่นมาจนเหนื่อยเริ่มจะเปลือกตาหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างเล็กค่อยๆเอนลงไปตามแรงโน้มถ่วง และก่อนที่หัวจะถึงพื้น เจ้าของแผ่นหลังที่ร่างเล็กพิงอยู่ก็หันมารับเอาไว้ได้ทัน ร่างบอบบางขยับตัวหลานสาวให้นอนลงข้างๆ เพราะมือเล็กนั่นยังคงจับชายกิโมโนของเขาไม่ยอมปล่อย

ใบหน้าสวยก้มมองเด็กหญิงด้วยสายตาเอ็นดู...

เจ้าตัวแสบนี่...จะต้อนรับตัวประกันคนนั้นด้วยดีไหมนะ?













จดหมายตอบรับถูกส่งกลับมายังคฤหาสน์คามาคุระ....

เด็กชายผมดำถูกเรียกตัวเข้าไปพบผู้ปกครองทั้งสองคนของตนทันที

“ ยามาโมโตะ ทาเครุ......ข้าจะส่งเจ้าไปเป็นตัวประกันอยู่ที่อิสุ....ไปเก็บของใช้ที่จำเป็นแล้วเตรียมออกเดินทางอาทิตย์หน้า”      คนที่มีศักดิ์เป็นทั้งอาและก็เป็นทั้งพ่อเอ่ยออกไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร

“ ตัวประกัน?”      เด็กชายได้แต่ทำหน้าไม่เข้าใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด...เพราะคิดมาตลอด....ว่าตนเองคือว่าที่เจ้าเมืองคามาคุระ....แล้วทำไมถึงส่งให้เขาไปเป็นตัวประกัน?

“ มันเป็นหน้าที่ของเจ้า ในเมื่อข้าไม่มีทายาทคนอื่นอีกแล้ว”      เสียงทุ้มเอ่ยออกไปเมื่อเห็นใบหน้าไม่เข้าใจของเด็กชาย

ร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆมองเด็กชายด้วยสายตาสงสาร ป่านนี้ในหัวใจดวงน้อยคงทั้งแปลกใจ ไม่เข้าใจ น้อยใจ และอะไรอีกหลายๆอย่าง....ซึ่งเขาเข้าใจดีกับความรู้สึกแบบนี้

มือบางเอื้อมออกไปหมายจะปลอบโยน ทว่ามือใหญ่กลับห้ามเอาไว้

ยังเร็วเกินไปที่จะบอกเหตุผลให้รู้....เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นถือว่าเป็นบททดสอบชั้นดี ว่าเด็กคนนี้จะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคชิ้นใหญ่นี้ได้หรือไม่

จะเหมาะสม....ที่จะเป็นเจ้าเมืองคามาคุระและอิสุในอนาคตหรือไม่....


“ แต่ก่อนที่เจ้าจะไป....ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากจะมอบให้”       ร่างสูงสง่าหันไปหยิบดาบเล่มหนึ่งออกมาจากแท่นวางดาบ

เล่มที่ยังเหลืออยู่บนแท่นคือดาบประจำคามาคุระซึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์

เพราะฉะนั้นดาบเล่มที่ถูกยื่นมาตรงหน้าเด็กชายก็คือดาบคู่กายของ ฮิบาริ เคียวยะ

ดาบสีดำสนิทซึ่งเป็นดาบประจำตระกูลฮิบาริ....


นัยน์ตาของเด็กชายเบิกกว้างอย่างไม่คิดว่าดาบเล่มนั้นมันจะกลายเป็นของตน มือเล็กยื่นออกไปรับด้วยความมั่นคง......ความสับสน ความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีอยู่เมื่อครู่ดูเหมือนจะหายไปในทันที....เพราะหากผู้ปกครองของเขาคนนี้ไม่รัก ไม่เชื่อใจ คงไม่มีวันมอบดาบเล่มนี้ให้ทั้งๆที่เขาไม่ได้เป็นคนของสายตระกูลฮิบาริ....ไม่ได้มีสายเลือดของคนตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว

“ และหากเจ้าได้ดาบประจำตระกูลของเจ้ามาเมื่อไหร่...เจ้าก็มารับดาบเล่มนั้นไปได้เลย”      ใบหน้าคมหันไปมองดาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ยังคงวางอยู่บนแท่น

นัยน์ตาของเด็กชายสั่นไหวด้วยความดีใจก่อนจะกลับมามั่นคงดังเดิม

หัวสีดำโค้งให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าแล้วสาบานว่าจะไม่ทำให้ความเชื่อใจนี้ต้องพังทลายลงไปอย่างแน่นอน






“ เจ้าต้องกินข้าวให้ครบทุกมื้อนะ...เวลานอนก็ต้องห่มผ้าให้ถึงคอด้วย....ถ้าโดนใครรังแกก็บอกท่านอาฮายาโตะนะ หรือว่าจะส่งเหยี่ยวมาบอกข้าก็ได้ ข้าจะรีบไปช่วยเจ้าเอง...”     มือบางลูบหน้าลูบหัวเด็กชายอย่างไม่อยากจะให้ห่างออกไปจากอก

“............ข้าไม่อยากให้เจ้าไปจากข้าเลยน่ะ ทาเครุ.....”         เสียงครวญครางดังขึ้นมาพร้อมสองแขนที่รวบลำตัวของเด็กชายมากอด จนใบหน้าเล็กที่ยังดูนิ่งๆอยู่ถึงกับแดงระเรื่อ

“ ได้เวลาที่ข้าต้องไปแล้ว....”        เสียงนิ่งเอ่ยออกมาทั้งๆที่หน้ายังแดงๆ

นัยน์ตาคู่คมของเจ้าเมืองคามาคุระได้แต่มองสองอาหลานล่ำลากันอยู่หน้ารถเทียมม้า แล้วก็ดูท่าว่าคนเป็นอาจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆซะด้วย  จนถ้าบอกว่าสองคนนั้นเป็นแม่ลูกกันก็คงไม่ผิด ในเมื่อสึนะโยชิเป็นคนเลี้ยงดูเด็กคนนั้นมากับมือ ย่อมรักและกังวลไปจนทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทาเครุ

“ ...........”       ร่างสูงสง่าจึงเดินเข้าไปใกล้ ทำให้อ้อมแขนบางยอมปล่อยเด็กชายไปแต่โดยดี ถึงแม้จะไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกไปจากใบหน้าคม แต่นัยน์ตาสีดำก็มองตรงไปที่เด็กชายราวกับจะบอกว่า....โชคดี

ในที่สุดรถเทียมม้าของตัวประกันจากคามาคุระก็มุ่งหน้าไปยังอิสุ....


ความจริงแล้วการแลกเปลี่ยนตัวประกันในครั้งนี้ไม่ได้มีเหตุผลทางการทหารแต่อย่างใด  แต่มันเป็นเหตุผลทางการปกครอง....เพราะพวกเขาทั้งสี่คนเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า อยากจะทำให้ ยามาโมโตะ ทาเครุ เป็นอย่าง ยามาโมโตะ ทาเคชิ

เป็นคนที่รู้ทุกเรื่องราวของทั้งอิสุและคามาคุระ

พวกเขากำลังจะสร้างเจ้าเมืองที่ดีที่สุดให้กับคามาคุระและอิสุ


เด็กคนนี้ไม่ใช่ตัวประกัน....แต่จะเป็นความหวังของทั้งสองเมือง









คฤหาสน์แห่งอิสุที่ไม่ได้ต้อนรับแขกสำคัญมานาน ตอนนี้บ้านทั้งบ้านจึงกำลังวิ่งกันวุ่นวาย

รถเทียมม้าที่ถูกส่งมาจากคามาคุระวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้านใหญ่ตระกูลโกคุเดระ และเด็กชายที่รู้จักในฐานะตัวประกันก็กำลังก้าวเดินลงมาจากรถ

ถึงแม้จะยังจัดเตรียมห้องหับไม่เรียบร้อยแต่ข้ารับใช้ต่างก็หยุดมือเพื่อหันมาสนใจเด็กชายวัยเก้าขวบที่เดินด้วยท่าทางสง่าผ่าเผยเข้าไปในเรือนรับรอง

และเมื่อเจ้าเมืองอิสุที่นั่งรออยู่ได้เห็นหน้าเด็กชายเข้า รอยยิ้มที่มุมปากก็กระตุกขึ้นมาทันที....จะไม่ให้รู้สึกไม่ถูกชะตากับเจ้าเด็กตรงหน้าได้ยังไง ในเมื่อเด็กชายนั้นช่างคล้ายกับยามาโมโตะ ทาเคชิ น้องเขยตัวดีที่ทำพิษเอาไว้มากมายกับพวกพี่ๆอย่างเขาในตอนที่ยังเด็กเท่านี้

แล้วยิ่งคนของเขาที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องหลังจากที่เรียกตัวไปกำลังนั่งลงบนเบาะรองนั่งใกล้ๆ


ภาพซ้อนทับของอดีตก็เหมือนจะโผล่ขึ้นมาให้สะกิดใจเล่น



นั่นเป็นครั้งแรก....ที่ยามาโมโตะ ทาเครุ ได้เผชิญหน้ากับ โกคุเดระ ฮายาโนะ.....



“ นี่คือลูกสาวของข้า...โกคุเดระ ฮายาโนะ...และเธอจะรับหน้าที่ดูแลเจ้าตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่”      เจ้าเมืองอิสุหันไปพูดกับเด็กชายผมดำด้วยท่าทางเป็นทางการ นัยน์ตาเฉยชาเพียงแค่เหลือบมามองใบหน้าของอีกฝ่ายเล็กน้อย เล่นเอาเจ้าคนที่อยู่ไม่สุขถึงกับคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที

“ ฮายาโนะ...นี่คือทายาทของคามาคุระ....ตั้งแต่วันนี้เค้าจะมาอยู่กับเรา เจ้าช่วยดูแลเค้าด้วย”     ใบหน้าเล็กถึงจะเริ่มงอหงิกแต่ก็โค้งรับคำสั่งแต่โดยดี

มานึกดูให้ดี...บทสนทนาแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว....เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน....

“ ถ้าเจ้ามีเรื่องเดือดร้อนอันใดหรือมีสิ่งใดที่ต้องการก็บอกฮายาโนะได้...เอาละ...เชิญพักผ่อนตามสบาย”      เมื่อผู้เป็นพ่อเอ่ยออกมาเช่นนั้นหมายความว่าให้ออกไปจากห้องได้ ร่างเล็กจึงได้แต่โค้งคำนับแล้วเดินนำอีกคนออกมา


“ เจ้าชื่ออะไร?”      ร่างเล็กเอ่ยถามทำลายความเงียบ แต่คนที่เดินตามมาก็ยังไม่ยอมตอบ ลูกสาวของเจ้าเมืองอิสุจึงตวัดตัวกลับไปจ้องใบหน้าของคนที่เดินอยู่ข้างหลังเขม็ง

“ ข้าถามชื่อของเจ้า?!”      น้ำเสียงห้วนห้าวหาญไม่สมรูปร่างหน้าตาทำให้ร่างที่สูงกว่าจำต้องเอ่ยตอบทั้งๆที่สีหน้ายังคงนิ่งเฉย

“ ยามาโมโตะ....ทาเครุ...”     ก็แค่นั้นแหละ! ร่างเล็กตวัดตัวกลับมาเดินต่อก่อนจะแอบเหลือบมองคนที่เดินอยู่ข้างหลังเป็นระยะๆ บรรยากาศดำมืดที่ส่งผ่านออกมาทำให้คิดว่าหมอนี่ไม่คิดที่จะยิ้มจะแย้มให้เจ้าของบ้านอย่างเธอบ้างหรือไงกัน



ห้องของเด็กชายถูกจัดให้อยู่ใกล้ๆห้องของผู้เป็นอาที่ใช้นาม ยามาโมโตะ ร่วมกัน....ถึงแม้ว่าคืนนั้นจะยังไม่ทันได้พบเจอกันก็ตาม






หริ่งเรไรต่างร้องกันระงม คบไฟในห้องถูกดับลงเพราะได้เวลาที่ใครๆต่างก็เข้านอน

เสียงเคาะที่ประตูหน้าห้องทำให้นัยน์ตาของเด็กชายจำต้องเปิดขึ้นมาในความมืด มือควานหาไม้ขีดไฟก่อนจะจุดเทียนที่ตั้งอยู่ข้างฟูกนอนให้สว่างพอจะมองเห็น นี่เป็นคืนแรกที่ต้องมานอนต่างบ้านต่างเมือง ทั้งๆที่กำลังจะข่มตาให้หลับลงได้อยู่แล้วแท้ๆ แต่ก็โดนปลุกขึ้นมาเพราะใครบางคนจนได้

“ เจ้า....จะไปห้องน้ำใช่ไหม มาสิ ข้าจะไปเป็นเพื่อน...”     ร่างเล็กๆของเจ้าเด็กผมสีเงินยืนขยุกขยิกอยู่หน้าห้อง นัยน์ตาของเด็กชายได้แต่จ้องมองด้วยความสงสัยว่าเขาอยากจะไปห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วโกคุเดระ ฮายาโนะมาจากไหน? ห้องของเธอไม่ได้อยู่ฝั่งเรือนเจ้าเมืองอิสุหรอกหรอ?

และเมื่อหันไปมองประตูห้องข้างๆที่เปิดอยู่ก็รู้ได้ทันที ว่าเจ้าเด็กตรงหน้านอนอยู่ที่ห้องของผู้เป็นอานี่เอง

“ มาสิ ไม่ต้องกลัวหรอกน่า!”      ไม่ว่าเปล่า มือเล็กนั่นยังจับแขนเขาก่อนจะออกแรงลากให้เดินตาม....แล้วไหงคนที่มาเป็นเพื่อนถึงได้วิ่งเข้าห้องน้ำไปก่อนเขาแบบนี้ล่ะ?

สรุปว่าคนที่กลัวจนมาเข้าห้องน้ำเองคนเดียวไม่ได้คือเจ้าคนปากดีนี่เองสินะ....



นัยน์ตาของเด็กชายเหลือบมองแผ่นหลังเล็กของคนที่มีอายุน่าจะน้อยกว่าตนปีสองปีซึ่งกำลังเดินนำเขากลับไปที่ห้องพัก เส้นผมสีเงินที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดินมันทำให้ละสายตาไปไม่ได้ยังไงก็ไม่รู้

“ นี่! ไหนๆเจ้าก็ตื่นแล้ว ข้าจะพาไปดูที่ดีๆเอาไหม?”      จู่ๆคนที่เดินนำหน้าก็หันมาถามเอาดื้อๆ และยังไม่ทันที่จะปฏิเสธ มือเล็กๆนั่นก็ลากแขนเด็กชายให้เดินตามไปอย่างเสียมิได้

ร่างเล็กพาเดินผ่านเรือนพักที่ต่างก็ปิดไฟเข้านอนไปกันหมดแล้ว แสงจันทร์สลัวๆทำให้รู้ว่าเวลานี้ร่างทั้งสองกำลังเดินผ่านพงหญ้าขึ้นไปบนเนินที่อยู่ด้านหลัง แล้วร่างเล็กบางก็ไปหยุดยืนอยู่ข้างๆต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นโดดเดี่ยวอยู่บนยอดเนินที่มีเพียงผืนหญ้าหน้านุ่มปกคลุม

โกคุเดระ ฮายาโนะ นั่งลงไปกับพื้นหญ้าอย่างไม่กลัวว่ากิโมโนเนื้อดีจะมีรอยเปื้อน ใบหน้าเล็กหันมามองเด็กชายผมดำเป็นทำนองว่าให้นั่งลงไปข้างๆ แต่อีกคนเพียงแค่ขยับไปยืนใกล้ๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะลดตัวลงไปนั่งตามที่อีกฝ่ายต้องการ

เขาไม่คิดจะผูกความสัมพันธ์กับใคร เพราะในฐานะตัวประกันแล้วมันไม่จำเป็น

ใบหน้าน่ารักบูดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมทำตาม แต่ประกายระยิบระยับของท้องฟ้ายามราตรีก็ทำให้เด็กหญิงหันไปสนใจมันมากกว่า


และเมื่อหมู่ดาวที่พร่างพราวอยู่บนฟ้ามีดวงหนึ่งตกลงมา


ฝ่ามือเล็กก็เกาะมาที่มือของเขา


เสียงใสที่ไม่คิดจะจดจำกลับตราตรึงอยู่ในใจนับแต่วินาทีนั้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว



เป็นเสียง....ที่มักจะก้องอยู่ในใจทุกครั้งที่เขาอ่อนล้าหรือว่าท้อแท้

เป็นเสียง....ที่ทำให้มีกำลังใจที่จะยืนหยัดและสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างต่อไป

เป็นเสียง...ที่ทำให้ ยามาโมโตะ ทาเครุ กลายเป็นเจ้าเมืองคามาคุระและอิสุได้อย่างสมบูรณ์



น้ำเสียงตื่นเต้นที่ตะโกนออกมาว่า





“ อธิษฐานสิ!”      












.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

….Ryuusei….


....FIN....










พบกับตอนพิเศษของ ยามาโมโตะ ทาเครุ กับ โกคุเดระ ฮายาโนะ ได้ใน  Satsuki  ที่นี่ เร็วๆนี้ค่ะ

และ

ตอนพิเศษ Ryuusei 19.5 ดูดาวกันอีกครั้งกับ 1827 และ 8059 ได้ในรวมเล่ม Ryuusei ค่า





เอาละ ต่อไปก็ถึงช่วงเวิ่น555

แต่....ก่อนที่จะออกนอกโลก ขอแอบแฮปให้พี่สาวเก๊าก่อนนะ *w*


สุขสันต์วันเกิดนะค้าพี่จอม >3<


มีความสุขมากๆๆน้า ขอให้สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีพละกำลังล้นเหลือ เขียนโดได้วันละ50หน้าเบย ฮ่าๆๆ ...ก็นะ....ถึงแม้ว่ามันอาจจะเรียกไม่ค่อยได้ว่าของขวัญ แต่ยังไงดาวตกตอนนี้ก็ตั้งใจปั่นมาให้ทันวันนี้เลยนะ ไม่งั้นก็ยังอีกนานอ่ะ555(โดนตบ) Happy Happy นะพี่ ฮิ้ววววว




ส่วนฟิคเรื่องนี้.....อ้า......*นั่งเหม่อ*....ในที่สุดก็จบแล้วจริงๆด้วยเนอะคะ คนแต่งก็ทั้งดีใจ ทั้งใจหายหน่อยๆ ก็อยู่ด้วยกันมา 9 เดือนได้ เฮ้ย...จะว่าไปก็ไม่ได้ช้าอะไรมากนี่หว่า? แต่มันน่าจะเร็วกว่านี้ได้ถ้ายัยคนแต่งมันไม่อู้!!  ต้องขอขอบคุณทุกๆการติดตาม ทุกกำลังใจ ทุกการล่อลวง(?) ทุกเสียงพูดคุยและถามถึงจริงๆค่ะ ถ้าจะถามว่าประทับใจอะไรในเรื่องนี้ คงตอบแบบไม่ยั้งคิดเลยอ่ะว่า ประทับใจการทวงฟิคค่ะ ^ ^”” ดาวตกนี่เป็นเรื่องที่ทวงกันได้ดุเดือดเลือดพล่านมากกกกก ฮ่าๆๆ คือถ้าอยู่ใกล้ๆคงได้มีคนเขย่าคอให้นังคนแต่งมันเขียนต่อซักทีแน่อ่ะ ง่า....เค้าขอโทษ ^ ^””....นอกจากหม้อ ไห กะละมัง โอ่ง ตะหลิว กระทะเทฟล่อน ไมโครเวฟ จะมากันจนทำห้องครัวได้แล้ว ยังมีคนสั่งฝนดาวตกให้มาถล่มใส่อีกต่างหาก =[ ]=!! ไม่กลัวยัยมี๊เดี้ยงแล้วจะแต่งต่อไม่ได้กันเลยนะพวกเธอว์ 555

เอาน่ะ....อย่างน้อยถ้าคุณอ่านเรื่องนี้จบคุณก็จะรู้ศัพท์ญี่ปุ่นคำนึงแล้วละ....ว่า Ryuusei แปลว่า ดาวตก....กร๊ากกกกกกกกก อ่ะอีกคำนึงกะได้.....Satsuki แปลว่า เดือนห้า....ครึ ครึ จะเกี่ยวอะไรกับเดือนห้าต้องรอดูตอนหน้า ฮี่....มันอาจจะไม่เกี่ยวเลยก็เป็นได้ เพราะยัยมี๊มักจะตั้งชื่อแบบไม่มีแก่นสาร =3=

เชื่อไหมว่า เพราะฟิคเรื่องนี้ทำให้อยู่กับเพลงๆนึงมาถึงเก้าเดือน.....ก็ Ryuusei ของ AYABIE นั่นแหละ ฟังจนหลอนแล้วเนี่ยค่ะ แต่ว่ามันอย่างบิ๊วท์อ่ะ ยังคิดอยู่ว่าถ้าว่างๆจะอัพเอนทรีเพลงแรงบันดาลใจของเรื่องนี้เพิ่ม เพราะที่เคยลงไว้มันมีแค่2เพลงเองใช่ป่ะ แต่ระหว่างทางก็มีเพลงที่ฟังตอนแต่งมาเพิ่มเรื่อยๆ ไว้จะอัพเพิ่มให้หมดเบยค่ะ

มาพูดถึงความประทับใจของคนแต่งเกี่ยวกับตัวเนื้อเรื่องกันบ้าง  คือจริงๆแล้วน่ะ ตั้งใจแต่งเป็นเรื่องสั้นค่ะ = =” มีแค่ยามะกะก๊กสองหน่อเท่านั้นแหละตอนแรก แล้วก็ตามประสาคุณกวางมันแหละ ยิ่งวางพล็อตยิ่งยาว...ยาวจนมันกลายเป็น 600หน้า A5 ไปได้ยังง๊ายยยยยยย ฟิคสั้นไม่ใช่เร๊อะ?!!! ....อือ....นั่นแหละ.......แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าความยากของเรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเป็นซีนอารมณ์ของคุณฮิค่ะ คือจะถ่ายทอดความรู้สึกคุณท่านออกมายังไงให้ยังดูเป็นคุณท่านอยู่ ไม่มากไปหรือน้อยไป ไม่แสดงออกว่ารักแต่ก็รัก โอ๊ยยยมันยากมากกกกกก เพราะงั้นเวลา 1827 เจอกันทีไรเลยมักไปเล่นทางทูน่าซะมากกว่าอย่างที่เห็น ฮ่าๆๆ ส่วนของคนที่แต่งง่ายสุด.....ยามะเลยค่ะ.....แต่งบทมันนี่อย่างกะเอาวิญญาณตัวเองสวมลงไป กร๊ากกกกก อินี่ก็อยากจะกดก๊กตลอดเวลาเหมือนยามะนี่แหละสินะ ส่วนช่วงไหนแต่งยากที่สุด....อือ....น่าจะเป็นช่วงที่ยามะไปเอาตัวก๊กมาจากอิสุ คือพล็อตของช่วงนั้นมีการเปลี่ยนแปลงจากตอนที่วางเอาไว้ครั้งแรกแบบพลิกฝ่ามือเลยอ่ะค่ะ กว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะเอาแบบที่เขียนอยู่นี้ก็มึนอยู่นาน แก้กันอยู่หลายรอบมาก น่าจะเป็นช่วงตอน 11-12 ประมาณนั้นแหละ แล้วความรู้สึกของก๊กเองตอนนั้นก็ก้ำๆกึ่งๆ ต้องเกลียดยามะทั้งๆที่ในใจก็ยังรักอยู่ แต่งยากมากกกกกกกก .....ส่วนช่วงที่แต่งแล้วลื่นไหล ขอยกให้ตอนเขียนแผนการรบเลยค่ะ มันส์สุดขีดมากอ่ะ ฮ่าๆๆ ทั้งตอนที่ยามะไปตีอิสุ และช่วงหลังที่ไปเอาอิสุคืนนี่แหละ.....อีกช่วงที่แต่งแบบรวดเดียวจบก็คือดราม่าซีนของ 1827 ช่วงที่ทูน่าหาภรรยาให้คุณฮินั่นแล ปากก็กัดผ้าเช็ดหน้าไปมือก็รัวไม่หยุดมากอ่ะ555   แล้วก็ตอนจบของเรื่องนี้....โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นฟิคที่จบดีที่สุดตั้งแต่แต่งมาแล้วอ่ะ คือชอบตอนจบของเรื่องนี้มากๆๆๆๆ ที่ชอบไม่ใช่เพราะมันจบแฮปปี้อย่างเดียว แต่การวนลูปเหมือนกลับไปเริ่มใหม่ในชีวิตของคนอีกคนที่จะมาสานต่อให้เรื่องของคนรุ่นก่อนจบลงอย่างสมบูรณ์แบบนี้ เป็นอะไรที่ดูมีอนาคตดีอ่ะ(<<อะไรของมัน = =?)

ก็นะ....เมามันส์กับมันซะขนาดนี้ เลยตั้งใจจะทำรวมเล่มให้ด้วยค่ะ สำหรับ ดาวตก....เคยไปแง้มๆเอาไว้ในเฟสอยู่บ้าง เลยมาแปะที่นี่ด้วยดีก่า

อันนี้เป็นหน้า  2-3-4-5 ที่อยู่ในรวมเล่มนี้ค่ะ  ดูความหนาในหน้าสารบัญดิ.....ที่เห็นนั่นคือตอนที่ 19ยังไม่เสร็จนะ นั่นคือการกะหน้าคร่าวๆเอา แต่พอตอน 19 เสร็จแล้วก็ให้คิดว่า สงสัย 650 หน้าจะเอาไม่อยู่ เพราะยังมี 19.5 ที่จะเพิ่มเข้าไปอีกหน่อย แล้วไหนจะ Satsuki อีก = =”” .....อดีตฟิคสั้น....แต่ทำลายสถิติรวมเล่มแฝดซะงั้น =[ ]=!! (แฝดแค่ 530หน้าค่ะ ยังหนาปานดิกชันนารี แล้วเล่มนี้.......)





แอบโฆษณา ฮิฮิ ว่าเล่มนี้ปกโดยน้องสโนว์(Snow_fredel)ผู้น่ารักเจ้าเก่าของเรานี่เอง ยังไม่เห็นก็รู้ว่าสวยแน่555.....และยังมี Character Illus.วาดโดยพี่จอม Iarladiel Wankoด้วยน้า ขอบอกว่ายามะในชุดเกราะเท่ห์โฮกมากกกกกกกแล้วที่ทำเอาต่อมจิ้นกระเจิงเพราะว่ามันเป็นฉากที่ก๊กกำลังสวมเกราะให้น่ะสิ วี๊ดว๊าย >/////< ….และภาพประกอบอาคารสถานที่ก็วาดโดย WAKETSUซังคนเดิม ไอ้ที่ทำงานถมขาวตั้งใจจะติสแต่จริงๆแล้วมันไม่เสร็จนั่นแหละ

เสร็จเมื่อไหร่จะมาแจ้งให้ทราบอีกทีนะคะ  ขอบคุณค่า  ^ ^



อือออออ ฟิคยาววววว ของปีที่แล้วนี้ก็เป็นอันจบไปอีกเรื่องนึง จากนี้ไปก็ตั้งใจจะต่อ ฟิคประภาคาร จากนั้นคงเป็น Blooming Heart ค่ะ ยังไงก็ฝากสองเรื่องนี้กันอีกรอบนะค้า ฮ่าๆๆ (ถ้าไม่มีอะไรบางอย่างมาล่อลวงไปอีกอ่ะนะ....คือคุณท่านรีไวล์ ณ ไททัน นี่มันน่า(?)มาก!!!)


แล้วเจอกันค่า ^ ^



อ๊ะ!!!!! สดๆร้อนๆ แอบแปะรูปที่แคปมาจากตัวอย่าง Gintama the Movie 2 หน่อย...ไม่ไหวแล้วว้อยค่า~~~~~ TakaZuraที่ feat.อยู่ในคนเดียวกันนั่นมันอะร๊ายยยยยยย ตายๆๆๆๆๆ สงสัยจะได้งานงอก โฮกกกกกอ่า~~~~ แต่ละคนสวยหล่อกันทั้งนั้นเลยอ่ะ *ปลื้มใจจนน้ำตาไหลพราก* อยากดูเนอะคะ ฮืออออออออออ







15 ความคิดเห็น:

  1. อรั้ย ๆ ฟินโฮกค่าพี่กวาง
    ทีแรกนึกว่าทั่นฮิจะตายซะแล้ว เตรียมบิวท์เต็มที่นึกว่าจะได้ล้างตาบ้าง
    ไม่ได้อยากให้ใครตายเลยนะ แต่ก็แอบคิดลึก ๆ อยู่เหมือนกัน
    เหมือนฝังใจว่านิยายเรื่องยาว ๆ
    พอตอนจบทีไรมันต้องได้มีคนเสพย์เสียน้ำตาแทบทุกที
    แต่จบแบบนี้น่ารักอ่ะ จบดีมากจริง ๆ ><

    ตอนที่ยามะเถียงกับพี่เขยนี่แบบเห็นภาพเลยค่ะ
    ว่าเนียนมันคงจะเนียนอยู่อย่างนั้น
    เนียนเถียงจนท่านแม่มาช่วยตัดสินให้นั่นล่ะ
    แผนสูงนะเนี่ย อรั้ย

    ชอบมาก ๆ ตรงที่ทั้งสองฝ่ายต่างมีตัวแทนของกันและกันอยู่ทั้งคู่เลย
    ฝ่ายนึงก็สีดำ ฝ่ายนึงก็สีเงิน
    มันทำให้นึกเลยไปถึงอนาคตที่กำลังจะเกิด
    และนึกย้อนไปถึงอดีตที่เคยเกิดกับคนทั้งสองสี
    อรั้ยย ชอบอ๊ะ >_<

    สู้ ๆ นะคะพี่กวาง ^^

    ตอบลบ
  2. ใจหายแวบๆที่เรื่องนี้จบแล้ว จองรวมเล่มค่าาา

    พี่กวางจบได้สวยงามมากเลยคะ สุดท้ายทั้งสองเมืองก้จะมารวมเป็นหนึ่งในรุ่นลูก(?)สินะค้า

    สรุปว่าทุกอย่างคือแผนซ้อนแผนซ้อนแผนของแกสินะยามะ เอาไปเลย โลกทั้งใบนี้ยกให้ไปเลย เก่งจริงๆไอ้ตัวแสบ

    คือตอนที่ทาเครุนั่งรอในห้องแล้วฮายาโนะเข้ามานี่เห็นภาพซ้อนเนอะ ท่านพี่คนโตแกคงตากระตุกรัวๆแบบ...น้องตรู!!..ลูกสาวตรู!!! ไอ้พวกคามาคุระวายร้ายยย คาดว่าในใจพี่ท่านคงมีซับนรกเเล่นแข่งกันอยู่ คิดภาพแล้วฮา5555

    สุดท้ายอยากชาบูพี่กวางอีกทีค่า ชาบู~~~~~ รอรวมเล่มนะค้า~~♡

    ตอบลบ
  3. จบ..จบแล้ว สนุก..สนุกมาก อ่านแล้วซึ้งนำ้ไหลท่านฮิ~ทูน่า~
    ฮายะโนะกับทาเครุนี้ช่าง ถอดแบบมาจากก๊กและยามะเลยนี่นา
    ตอนนี้สุดยอดรวมเล่มจะต้องมาอยู่กับเค้าาาา
    ออกเมื่อไรจะจองให้ได้เลยค่ะ
    รอติดตามตอนพิเศษด้วยค่ะ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ31 พฤษภาคม 2556 เวลา 04:26

    พี่waketsu คะ อยากจะบอกว่า ก๊ก กะ ท่านฮิ เท่มากมายคร่าาาาาาา จะรอเปิดจองรวมเล่มนะคะ จะรอคร่่าาา

    ตอบลบ
  5. จบแล้วแบบ.... รู้สึกตื้นตันใจแบบบอกไม่ถูก ไม่สามารถอธิบายเป็นความรู้สึกได้...มันเป็นคำที่มากกว่าฟิน
    มันเป็นความรู้สึกที่แบบ.. ขอบคุณนะคะพี่กวางที่ทำให้มีฟิคดีๆแบบนี้ขึ้นมาT^T แบบ รักเลยอ่ะ

    เรื่องนี้ทั้งอบอุ่นเศร้าซึ้ง บรรยายจนเห็นภาพบรรยากาศสวยมากๆค่ะ ซึ้งงT^T

    จะรู้ตอนรุ่นลูกและ 19.5 นะคะ รอประภาคารกับบลูมมิ่งฮาร์ทด้วยค่ะ!!

    ขอคารวะพี่กวาง!! แต่งได้สุดยอดมากกก!! เลิฟยูเลยค่าาา~~T^T

    ตอบลบ
  6. พี่กวางคะ //ซับน้ำตา ในที่สุดก็จบแล้ว...ไม่อยากให้จบอ่า
    ให้ตายสิ อ่านไปลุ้นไป ขนาดดูคอนคุณชายหมออยู่ข้างหน้ายังไม่สนอ่ะ
    นึกว่าท่านฮิจะตาย แต่พอเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว

    ยามะ แกก็พูดไปเลยสิว่าคิดจะให้ท่านฮิอยู่คามาคุระแต่แรกอยู่แล้วน่ะ มาเถียงกันเพื่อ?

    โธ่เอ๊ย สองพี่น้องคามาคุระนี่มัน...รู้แกวกันอยู่แล้วแท้ๆ แต่ยังมาท่ามากกันอีก โว้ยยยยยยยยย

    คือว่าสึนะกับโกคุอ่ะ ฮรืออออ อยากเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันจัง คนสวยกับคนสวย มันคงจะเป็นภาพที่โคตรจะงดงามอ่ะ

    ส่วนตอนหลังนั่น บทสนทนาทั้งหมดนั่นน่ะ ยังกะหมุนเวลากลับไปสมัยยามะกับโกคุตอนเด็กเลย

    สี่คนนั่นตั้งใจให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันใช่มั้ย เพราะแบบนี้ใช่มั้ยเลยปั้นทาเครุเต็มที่มาก แถมยังส่งมาให้อยู่ฮายาโนะ

    ขำโกคุมาก คือแต่ละสิ่งที่ว่าหลานน่ะ ลูกทำมาหมดแล้วทั้งนั้นเลยนี่หว่า ถอดแบบกันออกมาเป๊ะๆ เลย

    สึนะนี่ความเป็นแม่ชัดเจนมาก กร๊ากกกกกกกกก แม่ที่อ่อนโยนเสียนี่กระไร แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอ การว่าสึนะในตอนนี้นี่แหละ ที่ท่านฮิแกตั้งใจจะให้เป็น เหมือนซากุระที่ผ่านความลำบากมามากมายก่อนจะออกดอกสวยงามให้เห็นที่สุด

    โอ๊ยอยากอ่านเรื่องสี่คนนี้ต่อ ไม่อยากให้จบจริงๆ ค่ะ แต่งต่อเถอะนะ //โดนตบ

    นับถือพี่กวางมาก แต่งฟิคแต่ละเรื่องนี่เรียกอารมณ์ร่วมได้ทุกเรื่อง อย่างกะเป็นหนึ่งในตัวละครในนั้นด้วย ลุ้นยิ่งกว่าลุ้นคะแนนสอบอีก ชอบที่พี่กวางเขียนแผนรบมาก คือมันลื่นมาก แล้วไม่ใช่แผนแบบตื้นๆ แต่มันซ้อนแล้วซ้อนอีกอ่ะ ทำเอาอึ้งเลยนะตอนที่ยามะมันคิดแต่ละแผนออกมา แบบ...เฮ้ย คือ คิดได้ไงเนี่ย สุดยอดดดดดดด อีกอย่างฟิคพี่กวางเดาตอนต่อไปไม่ได้ ตรงนี้แหละที่ชอบที่สุด เดาไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไงต่อ เหมือนจะบอก อยากรู้ก็ตามอ่านสิ อย่างนั้นเลย ฮ่าๆๆๆๆ จะไม่บอกว่าชอบเรื่องนี้ที่สุดนะ เพราะฟิคพี่กวางนี่บอกไม่ถูกจริงๆ ว่าชอบเรื่องไหนที่สุด ชอบมากทุกเรื่องอ่ะ

    รวมเล่มเมื่อไหร่สอยแน่ๆ ฮะ ยอมกินแกลบเลยยยย

    ตอบลบ
  7. ฟิคเรื่องนี้เป็นอะไรที่สุดๆจริงนะคะ...สุดยอดดดดดดดดดด อ่านเเล้วเเบบ อมยิ้มเเก้มเเตก น้ำตาพราก กดดัน เครียด เขิน ฟิน อยากจะร้องไห้ สงสาร ตับเจ๊ง..(?) เเละอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะจริงๆค่ะ;[];

    สารภาพเลยว่าจินตนาการตอนจบของเรื่องนี้ไม่ออก ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องมันจะไปทางไหนจริง เพราะ....เวลาที่อ่าน มันเป็นฟิลลิ่งที่ว่า เมื่อกี๊ฟินเเบบบินไปสวรรค์ชั้น8059 สิบวินาทีต่อมา ดิ่งลงนรกชั้นที่ลึกที่สุด อะไรทำนองนี้เลยอะ

    เปิดมาตอนนี้...กดดันค่ะ ตายๆๆ จำได้ว่ารอบที่เเล้วคุณเเม่ของหนูก๊กปล่อยทูน่าออกมา เเล้วมันจะเป็นยังไงต่อ เเบบเราก็เข้าใตอารมณ์หนูเคียวนะ เเบบว่ายังไงดีล่ะ มันคงจะร้อนรนไม่ใช่เล่น อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้ คงทั้งเป็นห่วงทั้งกังวล
    ไอ้ตอนที่เดินไปเรื่อยๆเเล้วไปเจอยามะกับก๊กที่ดักรอนี่เเบบ เเว้กกกกกกก ชิบเเล้ววว ตายๆๆๆๆ มันจะเป็นยังไงต่อวะ จะมีใครเป็นอะไรไหมเนี่ย!!

    คือยามะก็ทำเพื่อก๊กอะ หนูเคียวก็ต้องการปกป้องคนรัก คือที่ทำไปนี่ก็เพื่อคนรักทั้งนั้นอะ ลุ้นเเทน;w;

    อ่านๆไปสักพักตกใจ ทูน่าวิ่งมาบัง !!=[]=...เเต่อ่านบรรทัดต่อไปตกใจกว่า หนูเคียวพลิกเอาตัวเองรับดาบเเทนได้ทัน
    เหยดดด หนูเคียวจะเป็นอะไรไหมอะ

    สงสารทูน่าอีกเเล้วตอนนี้ โอ๊ย เวรกรรม ไม่รู้จะพ่นไฟใส่ยังไงดีเเล้ววววว

    อ่านไปสักพักเริ่มคิด เเล้วเมืองคามาคุระทำไงวะ เเล้วใครจะปกครองเมืองไหนต่อล่ะ...เเละเงิบกับประโยคที่ว่า ให้สึนะไปปกครองเมืองต่อ ท่านเเม่เข้าใจคิดมากเลยค่าาาา!!// สุดยอดเลย <--อวยไปนะ

    ยามะเองก็ค้านหัวชนฝาเลยนี่เนอะว่า ยังไงก็จะไม่ไป ถ้าไม่ได้พาก๊กไป เเต่พี่ก๊กนะเร๊อะจะยอม อีหรอบนี้ก็เหลืออยู่ทาง
    เดียวอะเเล่ะ (เเหงละ ไอ้ที่ทำไปทั้งหมดนี่ก็เพื่อก๊ก ถ้าไม่มีก๊ก มันจะไปมีความหมายอะไรTTwTT/)

    เเอบชอบตอนที่หนูเคียวถูกขังอยู่ในคุกเเล้วยามะไปหาเบาๆนะ เเบบ ไอ้ตอนที่บอกว่า ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองไปเจ้าของ เเท้จริงเเล้วนกตัวน้อยๆทั้งสองตางหากที่ทำให้ละสายตาไปไม่ได้... เออเนอะ...มันใช่เลย ยามะเอ๊ยย เเกนี่ก็เหลือเกินจริงเชียว ...เเต่ที่ต้องสู้กับคุณฮิจริงๆก็พอจะเข้าใจเหตุผลอะนะ มันก็จริงของเเกเนอะ

    (พอกันทั้งพี่ทั้งน้องจริงๆ ทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่ตัวเองรัก)

    คืออ่านตอนนี้เเล้วเกิดความรู้สึกว่า หนูเคียวกับทูน่าหวานมากกกก หวานมากกกกกๆๆๆ =[]= กรี๊ดเลยเหอะเเบบนี้ (ถึงจะเชียร์ดีสิบเเปด เเต่ยอมรับว่าชอบไอ้ฉากกอดนั่นจริงๆนะ TT..TT โอยๆ สุดยอดดดด สิ่งที่ข้าได้กลับคืนมามันทำให้ข้าไม่รู้สึกพ่ายเเพ้สินะ...อื้ม)

    ยามะก๊กตอนนี้น่ารักมากเลยค่ะ>////< อ๊ากกก ชอบตอนหนูก๊กโวยๆใส่ เเบบ รักก็รักนะ ดีใจก็ดีใจนะ รู้สึกดีเเละอบอุ่นมันก็ใช่นะ เเต่ใครจะไปยอมรับง่ายๆฟะ ถ้ายอมรับง่ายๆก็ไม่ใช่ฉันสิ เฮอะ อะไรเเบบนี้มันน่ารักน่าฟัดจะตายไปนะคะ!! เข้าใจอารมณ์ยามะเเบบ เจอเเบบนั้นรายนั้นรายนั้นจริงๆ (เนียนตลอดศกเลยย ทำอะไรเกรงใจพี่เขยกับเเม่ยายหน่อยเซ่!!)

    คือเเบบ ยามะลึกซึ้งนะ เเบบตัวเองก็รู้ตัวว่าปกครองเมืองไม่ได้อะ เเต่ก็ยังพยายามสู้กับพี่ตัวเองเพื่อปกป้องก๊ก โอ๊ยยยTT_TT เเกมันน่าฟัดเกินไปเเล้วนะ!! ทำไมเป็นคนเเบบนี้อะ ไหนจะไอ้ตอนที่ทำกังหันให้อีกเเน่ะ //กระโดดข่วนหน้ายามะด้วยเขินเเละความฟิน

    ...โกคุเดระ ข้าจะขออยู่กับเจ้าตลอดไป...

    #ประโยคนี้เป็นอะไรที่สุดๆจริงๆนะ...TT/////TT กรี๊ดดดดดดดด อะไร นั่นมันอะร๊ายยยยยย เเกเอาดาบมาเเทงอกฉันเลยเถอะยามะ อย่ามาฆ่าฉันด้วยประโยคเเบบนี้สิฟระ!!!!เเม่ม ตั้งเเต่ไอ้ตอนกังหันเเล้ววววว ประเดี๋ยวเเม่ก็กระโดดข่วนหน้าอีกหรอก !!
    #ขอละการพ่นไฟใส่ยามะไว้ในฐานที่เข้าใจ เดี่ยวจะยาวไปมากกว่านี้...

    รุ่นลูกอ่านเเล้วฟิน...ฟินตั้งเเต่คุณปาป๊ามาม้ายันลูก>w< โอ๊ย ถึงจะหน้าตาเเบบยามะก็เหอะเง้อ เเต่หนูเคียวอบรมเเละสอนการต่อสู้มาซะอย่างอะ จะเย็นชา นิ่งๆ ก็ไม่เเปลก (ทูน่ากลายเป็นเเม่เต็มตัวเลย 55)
    เหมือนยามะจริงๆเล้ยยย
    ต่อมาก็นังหนูฮายาโนะ เหมือนก๊กจริงๆนะลูกเอ๊ย=w=;;; สมเเล้วที่ก๊กเป็นคนเลี้ยงมากับมืออะ!! (ลูกพี่ชายคนโตอีกเเน่ะ พอลองมาคิดๆภาพวันที่ทาเครุกับฮายาโนะรักกันจริงๆขึ้นมาจะเป็นยังไงน้อ? ยุ่งเเน่ๆเลยเนอะ เหอๆ)
    ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนยามะก๊กตอนเด็กๆจริงๆ อ่านเเล้วเเอบอมยิ้มเลยค่ะ มันเหมือนกับเหตุการณ์ทุกอย่างวนลูปกลับมาณจุดๆเดิม เเละจะวนเวียนกลับมาที่เดิมเสมอ>w<
    (ยามะยังทำกังหันให้ก๊กอยู่เลยอะ !!>///< กรี๊ดดด)

    เรื่องนี้มีดาวตกเป็นตัวสื่อรักจริงๆนะเนี่ย //อะไรละนั่น

    #ประโยคที่ว่า อธิษฐานสิ นี่เป็นอะไรทึ่...อืม ไร้คำบรรยายค่ะ :)
    โดยส่วนตัวเเล้ว...เเอบอยากให้มีต่อนะเนี่ย 5555+ TTwTT อยากรู้จังว่าทุกอย่างจะเป็นยังไงต่อไปน้อ 555
    เอาเป็นว่า...จะรอรวมเล่มเเน่นอนค่ะ!!!TwT

    ชาบูว์พี่กวางค่าา\\TTwTT// *โค้งงามๆ*

    ตอบลบ
  8. ขอบอกว่าฟินกับเรื่องนี้มากมายค่ะ จบได้สวยงามมาก เรื่องที่ขังสึนะนี่หลอกกันไปหลอกกันมาหลายชั้นแบบคนอ่านคิดไม่ถึงกันเลย ฉากต่อสู้ก็ชอบมาก และแน่นอนว่าตอนที่ดาบทะลุท่านฮิแทนที่จะเป็นทูน่านี่เล่นเอาเราใจหาย ตอนแรกนึกว่าท่านฮิต้องตายบูชาความรักซะแล้ว ส่วนทูน่าก็ต้องครองตัวเป็นหม้ายอย่างโดดเดี่ยวหัวใจปิดตายอะไรแนวนั้น เอ๊ะ ช่วงนี้อ่านนิยายแบบพระเอกตายมากไปป่าวหว่า

    เราว่ายามะหาทางออกได้สวยมากเลยค่ะ รู้ตัวดีว่าปกครองไม่เก่งก็ผันตัวเองไปอยู่เบื้องหลัง จริงๆ คงเพราะรู้น่ะแหละว่าภาระเจ้าเมืองคงทำให้ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับหนูก๊ก แถมไปๆ มาๆ ถ้าต้องครองเมืองขึ้นมาหนูก๊กน่ะแหละจะกลายเป็นเจ้าเมืองตัวจริง ส่วนเจ้าบ้าเบสบอลก็ไปคุมทหารเป็นแม่ทัพไปเถอะย่ะ วาดภาพยามะต้องมาดูแลเอกสารภาษีราษฎรหรือการบูรณะตึกรามบ้านช่องแล้วคงไม่จืดจริงๆ ฉะนั้นยกเมืองคืนให้คนมีประสบการณ์อย่างท่านฮิน่ะดีแล้ว

    ชอบฉากยามะคุยกับท่านฮิตอนจบมากค่ะ เทียบกับที่หนูก๊กกับทูน่าคุยกันแล้วอาจจะรู้สึกว่าเหมือนพี่น้องคู่นี้รักกันไม่เท่า แต่ความเชื่อใจในส่วนลึกที่มีให้กันมันหนักแน่นสุดยอด

    ทูน่ากับทาเครุโมเอ้มากค่ะ นึกภาพเวลาหนูสึหอมแก้มยามะน้อย(?)แล้วอยากเห็นมากๆ เลย ส่วนการทะเลาะแบบ daily ของหนูก๊กกับแม่หลานสาวก็ดูท่าจะครื้นเครงน่าดู เอ ตกลงผมสีเงินนี่มาจากท่านย่าใช่ไหมคะ

    ทาเครุกับฮายาโนะก็ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามเช่นเดียวกัน เอ คู่เด็กๆ นี่แอบ 1859 รึเปล่าน้า 555+ แต่เห็นใจท่านเจ้าเมืองอิสุเลยค่ะ แบบว่าตอนท่านฮิมาสู่ขอพร้อมกับแอบยิ้มเยาะเย้ยเล็กน้อยที่หนูฮายาโนะหัวแก้วหัวแหวนของทุกคนต้องไปอยู่คามาคุระจนได้นี่ท่านเจ้าเมืองคงหนวดกระตุกเลยทีเดียว แล้วก็คงไปลงกับยามะตามเคย ฮ่าฮ่า ประมาณว่าข้าละเกลียดคนตระกูลเจ้าจริงๆ พับผ่า แต่มีแม่สามีอย่างสึนะก็สบายไปแปดอย่าง แถมดูท่าจะเข้ากับพ่อสามีได้ดีด้วย เพราะเรารู้สึกว่าท่านฮิในเรื่องนี้ออกจะชื่นชมความกล้าและใจเด็ดของหนูก๊กอยู่ไม่น้อย เสียแต่ว่าหนูก๊กเธอไม่ยอมญาติดีด้วยที่มาเกาะแกะพี่ชายเธอก็เลยไม่ได้นั่งจิบชาคุยกันฉันท์มิตรซะที

    รอรวมเล่มค่ะ รอ Satsuki ด้วย ขอตอนพิเศษเยอะๆ นะคะ ได้ทั้งฮา ทั้งหวาน ทั้งดราม่าก็ดี ขอเซ็กซี่ด้วยก็ดีนะ หุ หุ เล่มหนามากแบ่งเป็นสองเล่มก็ได้ค่ะ ยิ่งได้อ่านเยอะๆ ยิ่งชอบ ไม่เคยฟินกับนิยายเรื่องไหนไม่ว่าฟิคหรือออริเท่านี้มาก่อนเลยค่ะ

    ตอบลบ
  9. กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดด อ่านรวดเดี๋ยวจ้า โอ๊ยยยยยยยย สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อะ หวานขมสุดๆ จะยิ้มหน้าบานก็ไม่ใช่แต่จะขมวดคิ้วก็ไม่เชิง หลายอารมณ์สุดๆเรื่องนี้ แต่อยากจะบอกว่า ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เห็นยามะเป็นแบบบนี้ก็เทห์ดี แล้วรู้สึกกลมกลืนอย่างไม่น่าเชื่อที่ไปเป็นพี่น้องกับท่านฮิได้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกขัดแย้งเลยอะ

    ตอบลบ
  10. ............................................
    .....................................................................
    มันไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองยังไง!!!! (ยีหัวเป็นคนบ้า)
    มันรู้สึกเหมือนกำลังหมุนติ้ว(?) จะว่ายังไงดีล่ะ
    มันเป็นฟิคที่ดีมาก ดีมากๆ ดีมากๆจริงนะคะ
    อย่างที่บอกว่าเราได้มีโอกาสคุยกับคุณกวางก็เพราะเรื่องนี้
    และก็ชอบเรื่องนี้มากจนอ่านซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
    ถึงจะรู้สึกอยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆทุกครั้ง และก็อยากรู้ว่าจะจบยังไง

    แต่พอจบจริงๆแล้ว กลับอยากร้องไห้ T __ T (มันบ้า)
    เราไม่อยากให้จบ(?) ความรู้สึกแบบนี้มันจะว่าดี ดีมั้ยนั่น
    แต่ว่าจริงๆนา พออ่านจบแล้ว....มันเป็นความรู้สึกแรกเลยที่บอก
    เรายังอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ(?) 55555 (มันบ้าจริงๆ)

    มันลงตัวมากๆๆจริงๆ ไม่ว่าจะตั้งแต่ตอนต้นแล้ว
    การเจอกันของคนคู่นี้ การเจอกันของยามะและก๊ก
    และที่สำคัญคือตอนจบ การลงท้ายด้วยการย้อนกลับไปด้วยคนอีกรุ่น
    คนอีกรุ่นที่กำลังสานตำนาน(?)ดอกเหมย(?)ดาวตกละลายหัวใจ(?)
    (คุณกวางอย่าใส่ใจคนบ้าน้า 5555 ตอนนี้มันกู่ไม่กลับแล้วจริงจัง)
    มันเป็นอะไรที่แบบ > ____ < ชอบมากๆๆ
    คือถ้าเป็นการวนลูปแบบนี้ ส่วนใหญ่จะต้องจบด้วยการที่
    ตัวเอกสองคนตายจากกันแล้วค่อยมาเริ่มกันภพใหม่
    ไม่ก็ต้องมีใครสักคนตายแล้วอีกคนมาเกิดใหม่(?)แล้ววนลูป(?)

    แต่นี่คือไม่มีดราม่าจากกันให้เราปวดใจ
    แต่มีเวอร์ชั่นมินิ(?)มานัวเนียกับเวอร์ชั่นต้นตำรับ(?)ให้เห็นกันเป็นๆ(?)
    บอกตรงๆว่าชอบที่ฮายาโนะอยู่กับก๊กมากๆๆ > __ <
    น่ารักอ่ะ น่ารักมากๆจริงๆ อยากให้ฮายาโนะแสดงออกว่ารักก๊กมากกว่านี้อีก
    (อ่าวเฮ้ย ฮายาโนะเขาต้องคู่ทาเครุสิเฮ้ย นี่จะอะไรก็ให้มารักก๊กหมด > <)

    ขอพูดถึงยามะหน่อยละกัน
    (ก๊กชอบมากอยู่แล้ว ชอบหมด บรรยายไม่ไหว(?) 55555 มันลำเอียง)

    สำหรับยามะ....คนๆนี้ ไม่ว่าจะถูกเขียนออกมาให้ทะมึนดาร์กขนาดไหน
    ชอบนะ ชอบยามะในทุกๆอริยาบท(?)เลย แต่ที่ชอบที่สุดคงไม่พ้น
    ความรู้สึกมั่นคงของยามะ ความรู้สึกที่ไม่ว่ายังไงก็รักได้แค่โกคุเดระ
    ความรู้สึกรักที่ไม่สามารถบรรยายได้ว่ามันมากแค่ไหนของยามะ
    ทำให้เราอยากจะชูป้ายไฟ(?) 55555
    จะเท่ไปไหนค่ะผู้ชายคนนี้!!!!!!!!!!!!!!!!
    ไหนจะประโยคที่แสดงออกชัดเจนว่า ไม่มีก๊ก ก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น
    โอ้ แม่เจ้าาาา สิงร่างก๊ก(?)กันไปเลยดีกว่าแบบนี้ > <

    ส่วนฮิบาริและสึนะ ถึงจะบอกว่าการถ่ายทอดความรู้สึกฝั่งฮิบาริด้วยความยากลำบาก
    แต่เราว่าคุณกวางประสบความสำเร็จมากๆๆๆจริงๆนะ
    นี่แหละ ฮิบาริ ....เป็นฮิบาริจริงๆ ฮิบาริที่ไม่มีทางพูดคำว่ารักพร่ำเพื่อทั้งๆที่รักหมดใจ
    การที่คนอย่างฮิบาริรับคมดาบแทนสึนะนี่บอกได้หมดแล้วจริงๆ
    ไม่ต้องบรรยายอีกแล้วว่า สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเขาเองคืออะไร
    ยิ่งฉากบนรถม้าที่สองคนกลับคามาคุระ ยิ่งกรี๊ดกราด
    ฉากจูบนั่นทำเราอ่านวน(?)เป็นน้ำวน(?)เลย > <
    ถึงคุณฮิจะดูไม่โรแมนติค แต่ใจเต้นโครมครามเวลาคุณท่านจะจู่โจม(?)
    แสดงความรู้สึกทางการกระทำจริงๆ > <

    รักคุณกวาง!!!!!! (ตอนนี้สติเริ่มดีแล้ว(?) 555555 อย่าเพิ่งตกใจกลัวกันนะ)
    ขอบคุณมากๆนะคะที่แต่งเรื่องนี้ออกมา รู้สึกขอบคุณทุกๆอย่างเลยที่ได้อ่าน
    รอรวมเล่มอย่างใจจดใจจ่อเลย!!!!! จองล่วงหน้าเลยนะคะ!!!!
    กลัวมาไม่ทัน 5555 จริงๆช่วงนี้เรายุ่งกับที่บ้านมากเลยค่ะ
    ไปโรงพยาบาลเฝ้าคุณพ่อเป็นอาทิตย์ เลยไม่ได้เข้าเนตเลย
    แต่พอเข้ามาแล้วเจอตอนจบของดาวตกแล้วก็ทั้งฟินทั้งเศร้าเพราะอยากอ่านต่อ 555

    เราเป็นกำลังใจให้คุณกวางเสมอนะคะ
    รักฟิคคุณกวางมากๆ รักก๊กมากๆ รักคู่ยามะก๊กมากๆๆ

    ตอบลบ
  11. เฮฮฮฮฮฮฮ ในที่สุด m1 ก็ได้มาเม้นท์(หลังจากอ่านจบไปอีกรอบ 5555)

    จบแล้วอ้ะ ซีรีส์ดาวตก ฟิคที่ m1 ตามมาตั้งแต่อยู่ไทย ร่อนเร่อยู่นอกเมืองไทยไปอ่านฟิคไป(ในยามเปลี่ยว?) แล้วก็ได้กลับมาอ่านตอนจบที่ไทยอีกรอบ กร๊ากกกกกก (เข้าเรื่องได้แล้วอินี่ 555+)

    ชอบตอนจบนี้มากเลลยอ้ะค่ะ แบบย้อนรอยเดิมของหน้าประวัติศาสตร์แต่เป็นอนาคตที่สดใส ทั้งคามาคุระและอิสุก็ได้บทเรียนราคาแพงจากการทำสงครามและความรักที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ของทั้งสองตระกูล
    ช่วงแรกเรื่องนี่ถึงขั้นบีบตับเพราะความลำบากของยามะในฝั่งอิสุ และดราม่าขนาดพิศาลก็ไม่ปาน(?)ที่สึนะเจอในคามาคุระ
    แหม๊.... แต่เห็นตอนจบแบบนี้แล้วเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสี่คนฝ่าฟันกันมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความรักที่แต่ละคนมีให้กันได้เป็นอย่างดีสินะ แม้ว่าหลายครั้งที่เกิดการเข้าใจผิดกัน เมะแต่ละคนก็ห๊วง หวงคนของตัวเองเหลือเกิน สมกับเป็นพี่น้องกันสุดๆ(?) 55555+

    รักคู่ยามะก๊ก และฮิทูน่าที่สุดในสามโลกกกก =[]=

    สุดท้ายนี้ขอบคุณพี่กวางที่แต่งฟิคมาให้เก๊าเสพอยู่ตลอด ในยาวที่เปลี่ยวในต่างแดน เก๊าก็มีฟิคของพี่กวางเป็นยาจรรโลงจัย(?) แถมเก๊ายังส่งข้อความล่อลวงพี่กวางหลายรอบทั้งที่อยู่ไกลซะขนาดน้าน 55555+

    เป็นกำลังใจให้พี่กวางตลอดไปค่ะ ^ ^


    ตอบลบ
  12. >/////////////////////<
    ในที่สุดก็ว่างมาอ่านจนจบได้เสียที

    อ่านจบแล้วอยากตะโกนออกมาคำเดียวเลยว่า

    "ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน"

    ตอบลบ
  13. เม้นนี้จะไม่เม้นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องมากนะคะ แต่จะเน้นสารภาพความในใจ (?) มากกว่า


    ไม่ไหวแล้วววว จากที่ตามอ่านผลงานของพี่กวางมาหลายเรื่อง (ขอเรียกอย่างนี้เลยน้า ตามคนอื่น 5555)
    นั่งอ่านดาวตกมา 2 วันรวดจนจบแล้วทนไม่ไหว ขอสกรีมหน่อยเลยยยยย

    จริงๆ เค้าพึ่งจะมาเจอคลังนี้เมื่อไม่นานนี่เอง เมื่อประมาณ 10 วันก่อน ฮ้า!
    เจอเพราะตามหาฟิคไททัน แล้วก็มาเจอเรื่อง ในห้อง...ที่แสงส่องไม่ถึง
    ตามอ่านเป็นบ้าเป็นหลังตั้งแต่ตอนสอบไฟนอล ไปกรีดร้องหน้าห้องสอบให้เพื่อนฟัง 5555
    จนกระทั่งอ่านจบไปรอบนึง แล้วก็เริ่มต้นอ่านใหม่ิีอีกหนึงรอบ ก่อนเผยแพร่ไปให้น้องและเพื่อนอ่านด้วย
    (พล่ามมาจนถึงตอนนี้แล้วพี่กวางอาจงงว่าอินี่ต้องการอัลไล 55555)
    จริงๆ แล้วอยากจะบอกเลยว่า....เพราะเรื่องนั้นแหละคะทำให้อิหนูนี้ตัดสินใจว่า....

    จะตามอ่านฟิคของพี่ไปให้ครบทุกเรื่องเลย!

    มันเป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูก สิ่งที่พี่กวางแต่ง แม้ว่าบางทีจะเศร้า จะรันทดจนน้ำตาไหลพรากเวลาอ่าน
    แต่...มันอ่านแล้วมีความสุข
    จุดนี้ขอขอบคุณมากๆ เลยค่ะที่แต่งเรื่องแบบนี้มาให้อ่านกัน ^^

    เอาล่ะ...เข้าเรื่องละ 5555555
    สารภาพเลยว่าหลังจากที่ตามอ่านฟิค 8059 ของพี่มา มันทำให้จากคนที่ไม่เคยบ้ารีบอร์นเลยมันเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้ได้
    ไปค้นมังงะมาอ่านใหม่ นั่งฟินแหลกรานกับยามะก๊ก แล้วอีกหลายๆ คู่ (?)
    ทำให้รู้สึกรัก...ยามาโมโตะ ทาเคชิ กับโกคุเดระ ฮายาโตะ มากขึ้นเีรื่อยๆ เรื่อยๆ
    จนกระทั่งตามอ่านฟิคดาวตกนี้ ทำให้รู้สึกรักตัวละครเพิ่มขึ้นมากมายจริงๆ
    เป็นเรื่องที่มีคุณค่ามาก ตั้งแต่เปิดฉากมาตอนแรก กะเอาไว้แล้วว่ามันดราม่าแน่ๆ
    แต่ก็ไม่รู้ทำไม เหมือนยืนอยู่หน้าเหวลึกที่ดำมืดแล้วก็จู่ๆ ก้่าวขาลงไปเอง...ยอมตกลงไปเอง (ดูมันเปรียบ)
    เพราะเหมือนจะรู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ธรรมดา แล้วมันก็ไม่ธรรมดาจริงๆ...
    มันทำให้อิหนูนี่ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ จิกหมอน กัดผ้าเช็ดหน้าได้กับเรื่องราวที่อ่าน
    โฮกกกกกกก ขอบคุณอีกครั้งคะที่แต่งมาให้อ่านกัน ฮรื้ออออออ

    ไม่รู้ว่าพี่กวางจะมาเห็นเม้นนี้มั้ย เพราะมันเล่นเม้นหลังจากที่ตามอ่านทีหลังที่ฟิคจบไปแล้วตั้งสามเดือน
    หวังว่าคงจะเห็นน้า อยากให้พี่รู้ว่ามันมีคุณค่ากับจิตใจอิหนูนี่มากเหลือเกิน

    แล้วก็ไม่รู้ว่าพี่กวางจะรับแอดเพื่อนในเฟสเพิ่มรึเปล่า ถ้าเป็นคนไม่รู้จัก?
    แต่เค้าก็แอดไปแล้วอ่ะนะ 5555 ชื่อ Salisa Charoenvikkai ถ้าเห็นก็กรุณาด้วยนะคะ ^^

    ตอบลบ
  14. สนุกมากไรท์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    สุดท้ายก้อจบลงด้วยดีสินะ55555555555555555
    มีรุ่นลูกๆอีก อิอิอิ
    อยากได้เล่มจุง
    แต่เค้าเพิ่งมาตามมมมม
    คงไม่ทัน แงงงงงงงงงงงง

    ตอบลบ
  15. นึกไปเองหรือมันคือเดจาวู

    ตอบลบ